ไผ่
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความกังวลเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น หลายภาคส่วนมีการส่งเสริมองค์ความรู้และการปลูกพืชพลังงานอย่างจริงจัง ไผ่นับเป็นอีกพืชที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากเติบโตเร็ว ให้ชีวมวลปริมาณมาก สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ อีกทั้งยังมีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และเพิ่มความสมดุลให้ระบบนิเวศ จึงนับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในระยะยาว คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เป็นตัวอย่างของเกษตรกรยุคใหม่ ที่มองไผ่ในมิติของธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้สามารถสร้างรายได้จากไผ่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณประสานเล่าว่า เริ่มปลูกไผ่มาตั้งแต่ปี 2547 หรือกว่า 20 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นเคยทำทั้งพืชไร่และไม้ผล โดยเฉพาะส้มโชกุน ควบคู่กับการรับราชการ แต่พบว่าพืชหลายชนิดต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องดูแลใกล้ชิด แล
ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั
ไผ่ เป็นพืชที่มีความสำคัญผูกพันต่อวิถีชีวิตของคนและชุมชนตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน โดยนำมาเป็นไม้ใช้สอยและเพื่อบริโภค รวมทั้งนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานหน่อไม้กระป๋อง การเลี้ยงหอยทะเล ไม้ตะเกียบ ไม้เสียบอาหาร ไม้จิ้มฟัน เฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมกระดาษ ทำให้ไม้ไผ่ที่อยู่ตามธรรมชาติถูกทำลายเหลือน้อยลง ทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน (พืชสวน) จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไผ่เพื่อทดแทนและปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้แก่ครอบครัว ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน (พืชสวน) สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำเทคนิคการขยายพันธุ์ไผ่ว่ามีหลายวิธี เช่น การขยายด้วยเมล็ด การแยกกอหรือเหง้า การตัดปล้องปักชำ การปักชำกิ่งแขนง การตอนกิ่งแขนง และการเพาะเนื้อเยื่อ สำหรับวิธีการขยายพันธุ์ไผ่ที่สะดวก ประหยัด และง่าย ได้ผลดี ได้แก่ การปักชำกิ่งแขนง ซึ่งทางศูนย์ได้นำเอานวัตกรรมมาปรับใช้และประสบความสำเร็จ เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่ เคล็ดลับการปักชำกิ่งแขนง เลือกกิ่งแขนงไผ่ที่สมบูรณ์ อายุไม่เกิน 1 ปี สังเกตกิ่งแขนงจะไม
คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขายได้บ้างแล้ว ในตอนแรกได้นำไปวางขายในตลาด แต่ประสบปัญหาคือ คนซื้อไม่เชื่อว่าหน่อไม้จะรับประทานดิบได้จริงๆ และไม่เชื่อว่าจะหวานจริงๆ “เพราะในตอนนั้นไม่ว่าหน่อไม้อะไร คนขายก็มักจะโฆษณาว่าเป็นหน่อไม้หวานเสมอ ทำให้คนซื้อไม่แน่ใจ เราจึงได้แจกให้ชิม เพื่อจะทำตลาด และก็ได้นำเอาหน่อไม้หวานไปประชาสัมพันธ์ในงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรธรรมชาติที่จังหวัดสระบุรี นิทรรศการงานต่างๆ ที่หน่วยงานราชการต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเปิดตัวหน่อไม้หวานสายพันธุ์ใหม่ คือ ไผ่บงหวาน ที่หวาน หอม กรอบ อร่อย และรับประทานสดๆ ได้” คุณภัทรา กล่าว ปี 2550 ปีแรกที่จำหน่ายหน่อไม้ จากต้นไผ่ 1,700 กอ จากสม
ไผ่ ถือเป็นอีกหนึ่งพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่การบริโภคตลอดไปจนถึงเป็นสิ่งปลูกสร้าง จึงทำให้ไผ่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เกษตรกรในหลายพื้นที่แบ่งพื้นที่ทางการเกษตรมาปลูกไผ่ โดยไม่เน้นที่จะปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว ซึ่งไผ่เมื่อปลูกเริ่มแรกเพียงครั้งเดียว หากมีการดูแลดีและใส่ใจในเรื่องของการบำรุงต้น สามารถให้ผลผลิตตั้งแต่การเก็บหน่อขาย หรือจะปล่อยให้เป็นลำไผ่ที่สวยนำไปสร้างสิ่งปลูกสร้างที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นการตกแต่งบ้านเรือนได้ด้วยเช่นกัน คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่คว่ำหวอดในการปลูกไผ่เป็นอย่างมาก ลุงโชคได้ใช้ประโยชน์จากไผ่สร้างรายได้ในทุกมิติในทุกช่องทาง ตั้งแต่ในเรื่องของการทำเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เป็นสิ่งที่สะดุดตาให้กับผู้พบเห็น จึงทำให้ในเวลาต่อมาไผ่ที่ปลูกทั้งหมด เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ทำรายได้ให้กับลุงโชค ชนิดที่ว่าสร้างรายได้ส่งต่อให้กับลูกหลานได้ ไผ่พืชเศรษฐกิจ น่าสนใจ ตอบโจทย์ การสร้างรายได้ ลุงโชค เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีภายในสวนแห่งนี้ปลูกพืชเศรษฐกิจเป็นพืชเชิงเดี่ยว เมื่อทำไปเรื่อ
ประเทศไทย มีไผ่หลายพันธุ์หลายชนิด ไผ่จัดอยู่ในประเภทพืชยืนต้น โดยต้นไผ่จะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย ตรงที่ตัวลำต้นจะแตกออกเป็นกอไม้พุ่มเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งในกอหนึ่งมีประมาณ 20-25 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องตลอดลำ เนื้อผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ไผ่หม่าจู พระเอกของสวน คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 73/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีความชื่นชอบในเรื่องของต้นไผ่เป็นอย่างมาก โดยเขาใช้ที่ดิน จำนวน 22 ไร่ ในการปลูกไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีไผ่ จำนวน 3 พันธุ์ ที่คุณณรงค์เลือกปลูกคือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง คุณณรงค์ ได้ให้เหตุผลถึงการเลือกปลูกไผ่หม่าจูว่า เป็นไผ่สายพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น โดยลำต้นสามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรืออื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้พันธุ์หม่าจูก็นำมาประกอบอาหารได้ เพราะจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ไม่มีขม เพราะถูกจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอก
นางสาวนริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มุ่งเน้นนโยบายตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของไทย บริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับศักยภาพความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งแนวทางที่นำมาขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการสินค้าเกษตรด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นสินค้าทางเลือกในอนาคต (Future Crop) สำหรับภาคตะวันออก หนึ่งในสินค้าเกษตรทางเลือก คือ “ไผ่” พืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกทดแทนในเขตพื้นที่ไม่เหมาะสมของสินค้าที่สำคัญ สำหรับแหล่งพื้นที่ปลูกไผ่ตงเขียวของภาคตะวันออกที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา จากการติดตามของ สศท.6 พบว่า จังหวัดปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา มีแปลงใหญ่ไผ่ทั้งหมด 7 แปลง โดยตัวอย่างแปลงใหญ่ไผ่ที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ แปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ หมู่ 9 ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเริ่มรวมกลุ่มจดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจกลุ่มผู้ปลูกไผ่
ทิ้งความเชื่อแบบเดิมๆ และสิ่งที่เคยเห็นมา เพราะว่าวันนี้จะพาไปดูเทคนิคการปลูกไผ่สี่เหลี่ยมกัน “ใช่ ทุกคนได้ยินไม่ผิดว่า ไผ่สี่เหลี่ยม” เพราะโดยธรรมชาติของไผ่ ลำต้นจะมีลักษณะเป็นลำตรง ทรงกระบอก แต่วันนี้เราจะพามารู้จักไผ่สี่เหลี่ยม พร้อมทั้งเผยเทคนิคการบังคับไผ่ให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม สุดยอดไอเดียการสร้างมูลค่าเพิ่มจากไผ่แบบใหม่ วิธีการทำไม้ไผ่จากที่เป็นวงกลม ให้กลายเป็นสี่เหลี่ยม มีอุปกรณ์ดังนี้ แผ่นไม้ สำหรับไว้ทำบล็อก ลวด เอาไว้ยึดแผ่นไม้เข้าด้วยกัน วิธีการทำ 1. นำแผ่นไม้มาประกบกันให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แล้วตอกตะปูยึดเข้าด้วยกัน เอาไปครอบไว้ตรงโคนหน่อไม้ เมื่อลำต้นโตขึ้นจะดันตัวผ่านบล็อกที่ครอบไว้ ทำให้เป็นสี่เหลี่ยมอย่างที่เห็น 2. เมื่อต้นไผ่โตมาได้สักระยะหนึ่ง ให้นำลวดมาขึงยึดไว้รอบๆ และยึดระหว่างต้นอีกทีเพื่อเพิ่มความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น วิธีนี้เป็นการบังคับให้ต้นไผ่โตตามรูปทรงที่ทำไว้ ใช้ทำกับไผ่ได้ทุกสายพันธุ์ 3. เมื่อต้นไผ่สูงขึ้นก็จะเป็นสี่เหลี่ยมอย่างที่เห็น นอกจากทำออกมาให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมแล้ว ยังสามารถทำให้ออกมาเป็นรูปแบบบล็อกอื่นๆ ได้อีก ตามบล็อกที่วางไว้ 4. เพียงแค่นี้
“ไผ่” เป็นพืชที่มีการแพร่กระจายพันธุ์อยู่ทั่วทั้งประเทศ มีหลายชนิดพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์เจริญเติบโตได้ดีในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ด้วยคุณสมบัติจากลำต้นและเนื้อไม้แข็ง มีความยืดหยุ่น มีน้ำหนักเบา สามารถดัดโค้งงอได้ไม่ยาก จึงมักนำลำไผ่มาใช้ประโยชน์ในการผลิตสิ่งของเครื่องใช้ที่แตกต่างกัน ภายหลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 11 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค.11 สนภ1 นทพ.) จัดโครงการส่งเสริมอาชีพงานฝีมือในครัวเรือนให้แก่ชาวบ้านทุ่งมะเซอย่อ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อราว 10 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ชาวบ้านเกิดอาชีพแปรรูปไผ่เป็นไม้เสียบปลาหวาน คุณอัจราพร ทูลฉลอง อยู่บ้านเลขที่ 340 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งในชาวบ้านที่ทำอาชีพนี้เล่าว่า ได้นำไผ่ในป่า พันธุ์ซางนวล มาใช้ทำ เพราะมีความเหนียว แข็งแรง ซึ่งจะต้องเป็นไผ่ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี แล้วได้รับอนุญาตจากทางราชการก่อน จึงสามารถตัดมาใช้งานได้ คุณอัจราพร ชี้ว่าการแปรรูปไผ่เป็นไม้เสียบปลาหวานทำให้ชาวบ้านทุ่งมะเซอย่อเกิดอาชีพที่เห็นชัดอยู่ 2 ลักษณะคือมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งรับงานเพื่
สองสามี – ภรรยา ที่ชอบค้าขายและความท้าทาย เงินเดือนรวมกันเฉียดแสน ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ออกเดินทางตามความฝัน ด้วยการปักหมุดสร้างสวนไผ่แห่งความสุข 9 ไร่ ที่จังหวัดอุดรธานี เก็บหน่อไม้ขายวันละ 30 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์ร่วมด้วย รายได้เดือนละ 75,000 บาท ชีวิตแฮปปี้ ได้อยู่กับลูกชาย 2 คน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้กินหลากเมนูอร่อยๆ ทำจากหน่อไม้ตลอดทั้งปี คุณเพ็ญศิริ ลลิตวิภาส หรือคุณโบว์ ภรรยาคุณสมเจตน์ หรือคุณสิงห์ สองสามีภรรยาเจ้าของสวนไผ่ ณ บ้านทุ่ง ที่จังหวัดอุดรธานี เล่าว่า ฝ่ายสามีเคยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ 14 ปี รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนราว 60,000 บาท ส่วนตัวเองจบบัญชี จากโรงเรียนเทคนิคกรุงเทพพณิชยการ ทำธุรกิจส่วนตัว ขายงานศิลปะตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี และกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมรายได้ 2 คนต่อเดือนก็เกือบ 1แสนบาท อย่างไรก็ตามแม้รายได้จะดี แต่ภรรยาในวัย 37 ปี บอกว่า ไม่ได้ชื่นชอบวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามวางแผนบั้นปลายชีวิตไว้ว่า อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากเลี้ยงลูกเอง และที่สำคัญอยากประกอบอาชีพอิสระ นี่คือแรงบ
