ไผ่
ไผ่เป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้า โดยไผ่ได้ชื่อว่าเป็นหญ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ไผ่เป็นพืชสารพัดประโยชน์สำหรับเกษตรกร เนื่องจากทุกส่วนของไผ่เราสามารถจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ ส่วนของหน่อใช้เป็นอาหาร บริโภคได้ทั้งหน่อสดและเอาไปดองเพื่อถนอมอาหาร ส่วนลำต้นสามารถใช้เป็นไม้ใช้สอยได้ต่างๆ นานา ทำค้างสำหรับพืชไม้เลื้อย ทำรั้วบ้าน ทำด้ามจอบด้ามพร้า สานตะกร้ากระบุง ทำเครื่องเรือน หรือสร้างบ้านได้แทบทั้งหลัง แม้แต่ใบก็เอามาทำปุ๋ยได้ ในสมัยก่อนเราพึ่งพาไม้ไผ่ในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก ปัจจุบันแม้ไผ่ธรรมชาติจะลดน้อยลงไป แต่สำหรับเกษตรกรการปลูกไผ่ไว้ในสวนของตัวเองเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อหาได้มากทีเดียว เพราะในปัจจุบันไม้ไผ่ที่ตัดขายตามร้านค้ามีราคาแพงมาก ดังนั้น การปลูกใช้เองเป็นการดีที่สุดสำหรับเกษตรกรในยุคนี้ ยางพาราถือเป็นพืชเศรษฐกิจในภาคใต้ จากสภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้ราคายางเคลื่อนไหวแพงบ้างถูกบ้าง และในช่วง 2-3 ปีมานี้ ยางมีราคาถูกมาก ทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งโค่นยางทิ้งเมื่อถึงอายุ และมักจะมองหาพืชชนิดอื่นปลูกทดแทนยาง เช่น ปาล์มน้ำมัน สะละ ทุเรียน มังคุด กล้วย แล้วแต่ความถนัด บางสวนก็โค่นย
“ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวารวดี” จากคำขวัญของจังหวัดปราจีนบุรี แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ไผ่ตง นับเป็นพืชที่ขึ้นชื่อของจังหวัด และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความสำคัญของพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและได้สร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างยิ่งคือ สายพันธุ์ไผ่ตงศรีปราจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับ มีการนำสายพันธุ์ไปปลูกกันอย่างกว้างขวาง ด้วยมีลักษณะเด่น คือ เป็นพันธุ์ไผ่ที่โตเร็ว และแตกให้หน่อดี ปริมาณหน่อเยอะ หน่อให้น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม สามารถเก็บหน่อได้หลังปลูกเพียง 1-2 ปี อีกทั้งลำต้นก็มีขนาดใหญ่ หน้าตัดตั้งแต่ 4 จนถึง 6 นิ้ว ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้ในกิจกรรมการเกษตรกรรม เช่น การนำไปทำหลักปัก เพื่อเลี้ยงหอยแมลงภู่ อีกทั้งหลังจากลงปลูกครั้งแรก ประมาณ 1 ปี ก็สามารถตอนกิ่งจำหน่ายเป็นรายได้ได้อีกทางหนึ่ง ไผ่ตงศรีปราจีน เกิดขึ้นครั้งแรกที่สวนของ นายสอาด ใจเชื่อม ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 11 บ้านไชยคลี ต.หนองแก้ว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โทร.086-839-2258 เก็บจากเมล็ดงอกมาเลี้
คุณบุญชู สิริมุสิกะ ชายหนุ่มที่ทิ้งอาชีพวิศวกรในเมืองหลวงกลับคืนสู่บ้านเกิด ที่มีรากฐานอาชีพทำสวนยางและสวนปาล์ม แน่นอนว่าเป้าหมายการลาออกมาทำเกษตรของเขาไม่ได้อยู่ที่เงินเพียงอย่างเดียว แต่เขาแสวงหาความสุขและความมั่นคงที่แท้จริง คุณบุญชู เจ้าของสวน คุณบุญชู เล่าให้ฟังว่า เขาเรียนจบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมหลังการเก็บเกี่ยวและแปรสภาพ คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เรียนจบก็มีโอกาสมาทำงานเป็นวิศวกรออกแบบระบบการผลิต ให้กับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่น ในเวลานั้นเขามองอาชีพด้านการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวว่าเป็นอาชีพที่ลำบาก มันเหนื่อย เกษตรเท่ากับจน เนื่องจากในวัยเด็กช่วงที่ปิดเทอมและช่วงวันหยุด เขากับพี่จะต้องช่วยที่บ้านทำงานในสวนอยู่ตลอด แทนที่จะได้มีโอกาสนอนดูการ์ตูนสบายๆ เหมือนเด็กคนอื่นๆ พอมีโอกาสได้เรียนและจบออกมาทำงานเป็นวิศวกร เขาบอกกับตัวเองว่า นี่แหละคือตัวตน นี่แหละคืองานที่เขาชอบ ครั้งหนึ่งเขามีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหาร มีประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ท่านได้ถามเขาว่า “คุณจะทำงานก
คุณภัทรา จันทร์ศรี เจ้าของ “บ้านสวนไผ่หวาน” เลขที่ 77/4 หมู่ที่ 13 ตำบลด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. (081) 366-4142 ที่ปลูกไผ่บงหวานมานานเกือบ 14 ปี ปลูกไผ่บงหวาน 10 กว่าไร่ไว้ที่จังหวัดแพร่ ในช่วงที่ปลูกไผ่บงหวานช่วงแรกๆ นั้น เนื่องจากต้นไผ่ยังเล็กมาก จึงมีพื้นที่เหลือว่างระหว่างแปลงอยู่ ได้ปลูกผักแซมตามแปลงไผ่ ซึ่งได้แก่ ผักบุ้ง พริก มะเขือ เพื่อให้มีรายได้ในช่วงแรกๆ หลังจากปลูกมาประมาณ 10 เดือน เริ่มเก็บหน่อไม้ขายได้บ้างแล้ว ในตอนแรกได้นำไปวางขายในตลาด แต่ประสบปัญหาคือ คนซื้อไม่เชื่อว่าหน่อไม้จะรับประทานดิบได้จริงๆ และไม่เชื่อว่าจะหวานจริงๆ “เพราะในตอนนั้นไม่ว่าหน่อไม้อะไร คนขายก็มักจะโฆษณาว่าเป็นหน่อไม้หวานเสมอ ทำให้คนซื้อไม่แน่ใจ เราจึงได้แจกให้ชิม เพื่อจะทำตลาด และก็ได้นำเอาหน่อไม้หวานไปประชาสัมพันธ์ในงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรธรรมชาติที่จังหวัดสระบุรี นิทรรศการงานต่างๆ ที่หน่วยงานราชการต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเปิดตัวหน่อไม้หวานสายพันธุ์ใหม่ คือ ไผ่บงหวาน ที่หวาน หอม กรอบ อร่อย และรับประทานสดๆ ได้” คุณภัทรา กล่าว ปี 2550 ปีแรกที่จำหน่ายหน่อไม้ จากต้นไผ่ 1,700 กอ จากสม
ปัจจุบัน เครื่องมือทางการเกษตรที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีมาแต่โบราณ นับวันยิ่งหาดูได้อยาก เพราะมีเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาทดแทน ซึ่งเราควรที่จะอนุรักษ์ความเป็นไทยของเราไว้ และเป็นที่น่าดีใจที่ว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งยังยึดอาชีพสานไม้ไผ่ทำเครื่องมือทางการเกษตรออกมาจำหน่าย ให้กับพี่น้องชาวไร่ ชาวสวน ได้ใช้กันในราคาไม่แพง และยังเป็นการทำมาจากแรงงานคนด้วยการสานจากมือ เป็นงานฝีมือที่ละเอียด แสดงถึงภูมิปัญญาของเกษตรกรไทยสมัยโบราณอย่างแท้จริง คุณสมควร อารยะรุ่งโรจน์ หรือ คุณตุ้ย เจ้าของร้าน “บางคูรัดไม้ไผ่” ต.บางคูรัด อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเปิดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการเกษตร ที่สานจากไม้ไผ่มากว่า 20 ปี เปิดเผยว่า พื้นเพตนเป็นคนสวนจังหวัดนนทบุรี ครอบครัวต้นตระกูล เป็นชาวสวนนนท์ เคยยึดอาชีพชาวสวนมาหลายปี ก่อนที่จะหันมาเปิดร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้วัสดุทางธรรมชาติ มาสานขึ้นรูปเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตร และจับสัตว์น้ำ เช่น ปลา กบ หนูนา กุ้งฝอย ปลาไหล เป็นต้น “ผมจำหน่ายเครื่องมือทางการเกษตรที่สานจากไม้ไผ่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย ผมไม่อยากให้สิ่งประดิษฐ์ดีๆ ของรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย
จากการที่รัฐบาลได้เดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของเกษตรกรในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้เสนอแนวทางให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าโดยใช้ “ไผ่” เป็นพืชสร้างป่าและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร โดยเสนอให้พื้นที่บ้านไผ่แพะ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เป็นกรณีตัวอย่างต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ด้วยข้อมูลส่วนหนึ่งจากนายสมบัติ อ่อนหวาน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านไผ่แพะ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ระบุว่าพื้นที่หมู่ 5 เมืองมาย ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม ส่วนใหญ่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนของกรมป่าไม้ เดิมเกษตรกรในพื้นที่ปลูกข้าวไร่สลับถั่วลิสงและข้าวโพดเป็นหลัก ที่ดินทำกินและอยู่อาศัยไม่มีเอกสารสิทธิ์เมื่อภาครัฐเข้าขอคืนพื้นที่ป่าจึงเกิดความเดือดร้อน จึงนำเรื่องนี้หารือร่วมกันกับพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโอกาสตรวจติดตามการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าของจังหวัดลำปาง ณ หมู่บ้านไผ่แพะ ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม พื้นที่ อ.แจ้ห่มส่วนใหญ่เป็นพ
ไผ่ นอกจากจะเป็นไม้ที่ขึ้นง่าย ตายยาก และอยู่ได้ในพื้นดินทุกชนิดแล้ว ยังมีประโยชน์มากอีกด้วย ทั้งใช้เป็นของประดับตกแต่งสร้างที่อยู่อาศัย หรือข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านต่างๆ ยังสามารถนำหน่อมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูอีกด้วย ส่วนการขยายพันธุ์ก็สามารถทำได้ทั้งวิธีการตอนและปักชำ เพราะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เจ้าของสวนลุงโชค อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 6 บ้านคลองทุนเรียน ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนแบบวนเกษตร โดยเน้นการปลูกพืชพรรณหลายชนิดรวมกันในพื้นที่กว่า 100 ไร่ นอกจากนี้ ยังชื่นชอบและเพาะพันธุ์ไผ่หลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย คงต้องเกริ่นก่อนว่าการทำสวนแบบวนเกษตรคือ แนวทางการทำเกษตรอย่างยั่งยืนที่เน้นการปลูกไม้ยืนต้นที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้เป็นหลักร่วมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชผักสวนครัว การทำสวนในลักษณะผสมผสาน หรือการทำเกษตรที่มีลักษณะคล้ายกับเลียนแบบระบบนิเวศของธรรมชาตินั่นเอง จากพืชเศรษฐกิจ สู่การทำสวนแบบวนเกษตร ลุงโชค เล่าถึงการเริ่มทำสวนให้ฟังว่า ก่อนที่จะหันมาทำการเกษตรแบบยั่งยืน หรือวนเกษตรนั
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ จะเห็นมนุษย์เงินเดือนลาออกจากงานประจำ หันมายึดอาชีพเกษตรกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จุดเด่นอย่างหนึ่งของคนกลุ่มนี้คือ ก่อนปลูกพืชชนิดใด จะศึกษาหาความรู้ว่าพืชชนิดนั้นๆ เหมาะกับดินประเภทใด พร้อมหาตลาดรองรับไว้เรียบร้อย ซึ่งเมื่อมีการวางแผนและมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบก็สามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาไม่นานนัก จากนั้นเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เป็นผลกำไร ซึ่งถือเป็นรายได้ดีทีเดียว อย่าง คุณวิชิต ทองประสาร หรือ คุณแมน อายุ 41 ปี เจ้าของ “สวนไผ่ทองประสาร” และ คุณสุภาวดี บุญทศ หรือ คุณมด อยู่ที่ตำบลโคกสำราญ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร สองสามีภรรยาที่เคยทำงานในบริษัทเอกชนมาก่อน โดยคุณแมนนั้นเป็นถึงผู้จัดการศูนย์รถยนต์มิตซูบิชิ ในจังหวัดบุรีรัมย์ สุดท้ายเมื่อปลายปี 2557 ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เพราะมองว่าแม้จะมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใด แต่ก็คือลูกจ้างอยู่วันยังค่ำ สู้ออกมาทำอาชีพอิสระเป็นเจ้าของกิจการเองดีกว่า ซึ่งวันหนึ่งลูกๆ ก็ยังสามารถสืบทอดต่อไปได้ จุดเด่น ไผ่ตงอินโดฯ คุณวิชิต เล่าที่มาที่ไปของการปลูกไผ่ตง สายพันธุ์อินโดฯ ว่า ก่อนหน้านี้ได้เริ่มศึกษาหาพืชที่เหมาะกับสภาพอากาศ และสภาพดินข
ช่วงงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้ อุบลราชธานี ครั้งที่ 9 “อุบล บุ๊ก แฟร์” ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้จัดกิจกรรมเสวนาสัญจร เรื่อง “มะพร้าวน้ำหอม…พืชเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก” และ “ไผ่ พืชเศรษฐกิจ ที่ต้องปลูก” ดำเนินรายการโดย คุณวิไล อุตส่าห์ เกษตรอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมดังกล่าวมีชาวอุบลฯ และพื้นที่ใกล้เคียงสนใจเข้าฟังเสวนากันอย่างคึกคัก และ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้ถ่ายทอดสดกิจกรรมเสวนาทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ปรากฏว่ามียอดผู้ชมผู้ฟังทะลุหลักแสนเช่นกัน สร้างเงินล้าน ด้วยการปลูกมะพร้าว “มะพร้าว” ได้รับการขนานนามว่า เป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) มาตั้งแต่สมัยอดีต ประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียและแปซิฟิกต่างใช้น้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร ทำยา เครื่องสำอาง มาเป็นเวลานาน เรียกได้ว่า “น้ำมันมะพร้าว” เป็นน้ำมันพืชเก่าแก่ที่สุดในโลก ตามตำราอายุรเวทของอินเดีย ระบุว่า มนุษย์ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องสำอาง มานานกว่า 6,000 ปี เมืองไทยมีการปลูกมะพร้าวมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง ยาวนานกว่า 700 ปี คนไทยได้ใช้ประโยชน์จากมะพร้าวกะทิ และสกัดน้ำมันมะพ
“ไผ่เป๊าะหวาน” เป็นพันธุ์ไม้เลื้อย ลำต้นไม่ตรง เป็นไผ่เปลือกบางเหนือหนา มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำ 6 นิ้ว สูง 8-10 เมตร ปล้องยาวโดยประมาณ 12 นิ้ว เนื้อไม้บาง ลักษณะใบมีสีเขียวเล็กคล้ายหอก ก้านมีสีเหลือง มักพบกระจายพันธุ์ตามชายแดนไทย-พม่า แถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตากมีบ้างเป็นบางพื้นที่ เป็นต้นกล้าที่มาจากเมล็ดจึงไม่ต้องห่วงเรื่องไผ่จะแก่และตายขุย อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี หน่อมีขนาดใหญ่เต็มที่ 2.5-3 กิโลกรัม รสชาติหวานกรอบ ไม่มีเสี้ยน เนื้อเยอะ นิยมนำมาต้มจืด ผัดหน่อไม้ใส่หมู และใส่ในกระเพาะปลา อร่อยอย่าบอกใคร สำหรับผู้ที่สนใจอยากปลูกไผ่เป๊าะหวานเป็นอาชีพเสริม มีพื้นที่เพียง 1 ไร่ ก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้แล้ว และการปลูกไผ่ยังใช้เงินในการลงทุนน้อยกิ่งไผ่ตอนราคาเพียง 40 บาท 1 ไร่ ปลูกได้ 30-36 ต้น ซึ่งคิดเป็นเงินเพียง 1200- 1500 บาท เท่านั้น ถือว่าปลูกแล้วคุ้มในระยะยาว แต่หากท่านใดอยากปลูกไผ่เป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ และในระหว่างที่รอไผ่โต 1-2 ปี แรกเราสามารถปลูกพืชแซมในสวนไผ่ได้อีกด้วย ส่วนพืชที่เหมาะในการปลูเป็นพืชแซมสวนไผ่คือ มะละกอ ถั่ว หรือจะปล
