กรมพัฒนาชุมชน
หากจะให้บอกว่าหน่วยงานไหนที่ทำงานใกล้ชิดและคลุกคลีกับชุมชนมากที่สุด อันดับหนึ่งต้องยกให้ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย ไปแบบไม่ลังเล เพราะเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาชุมชนตั้งแต่ระดับฐานราก ด้วยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีพัฒนากรเป็นข้าราชการหลัก ที่ลงไปทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติ/เห็นชอบแต่งตั้ง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 31 จึงเป็นโอกาสอันดีที่ได้สนทนากับอธิบดี พช. คนใหม่หมาด ในประเด็นการขับเคลื่อนภารกิจของ พช. ในอีก 5 ปีต่อจากนี้ ในฐานะผู้กุมบังเหียนคนใหม่ของ พช. นายอรรษิษฐ์กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมในปี 2566 ว่า นอกจากสานต่อการทำงานเดิมแล้ว ในปี 2566-2570 พช. ได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานไว้ว่า ‘เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง’ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ของรัฐบาล หรือแม้แต่เแผนการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์กา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย บันทึกข้อตกลงความเข้าใจ การบริการทางวิชาการแก่ชุมชน กับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย พัฒนาการจังหวัดสงขลา พัฒนาการจังหวัดนครศรีธรรมราช พัฒนาการจังหวัดกระบี่ พัฒนาการจังหวัดตรัง และพัฒนาการจังหวัดสตูล ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมสมิหลา ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย จังหวัดสงขลา ศาสตราจารย์ ดร. สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย กล่าวว่า การร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นจากความรับผิดชอบต่อสังคมและความสำคัญในการให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน และมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนรู้ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาชุมชน การยกระดับเศรษฐกิจของชุมชน ส่งเสริมการบริการวิชาการแก่ชุม
ภูมิใจไทยสัญจร จังหวัดอำนาจเจริญ จัดภารกิจ 5 รัฐมนตรี แยกสายรับฟังปัญหาประชาชนตามจุดต่างๆ ที่ร่วมนำเสนอปัญหาสุดคึกคัก ครบทุกด้าน ทั้งภาคการท่องเที่ยว การกีฬา ภาคเกษตร การศึกษา การพาณิชย์ การพัฒนาแหล่งน้ำ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เตรียมสรุปประเด็นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโดยด่วน กิจกรรมของพรรคภูมิใจไทยสัญจร (ครั้งที่ 2) ที่จังหวัดอำนาจเจริญ ในวันที่ 16 ตุลาคม 63 เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง เริ่มแต่ 07.00 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ที่พุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง ซึ่งมีการจัดกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา สืบทอดประเพณีประจำจังหวัด ต่อมาเวลา รมช.ทรงศักดิ์ ประชุมรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน ของจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ศูนย์ประชุมอำนาจเจริญ สวนพุทธอุทยาน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของกลุ่มทอผ้า กลุ่มอาชีพการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้าน OTOP และพบปะกลุ่มอาชีพต่างๆ รมช.ทรงศักดิ์ สรุปภาพรวมการรับฟังปัญหาต่างๆ ว่า ในฐานะที่กำกับดูแลกรมพัฒนาชุมชน เห็นว่า สินค้าผ้าทอของจังหวัดอำนาจเจริญเป็นที่สวยงามและมีคุณภาพนี้ นอกจากการพัฒนาสิ
วันที่ 21 เมษายน 2563 เวลา 13.00 น. กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดพิธีรับมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวจากบริษัท เจียไต๋ จำกัด โดยมี นายชัยพันธ์ ลิมปิวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทส่งมอบให้กรมการพัฒนาชุมชน โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ มีเมล็ดพันธุ์ผักหลากหลายชนิดจำนวน 500,000 ซอง เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการ 90 วัน “ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” และช่วยเหลือประชาชนในการลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงการระบาดของโควิด-19 ด้วยการปลูกผักบริโภคเอง นายชัยพันธ์ ลิมปิวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศในวงกว้างและหลายมิติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา เจียไต๋ ในฐานะที่เป็นบริษัทเกษตรครบวงจรที่ตั้งมา 99 ปีแล้ว ก็พร้อมที่จะร่วมฝ่าฟันวิกฤตครั้งไปกับทุกฝ่าย จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมโดยมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวคุณภาพจำนวน 500,000 ซอง ผ่านกรมการพัฒนาชุมชนเพื่อกระจายสู่พี่น้องประชาชนทั้ง 76 จังหวัด ตามแผนปฏิบัติ
นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธาน บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่กรมพัฒนาชุมชนมอบหมายให้ บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดูแลจัดกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ภายในงาน OTOP Midyear 2019 ตั้งแต่วันที่ 15-23 มิถุนายน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในงานโอท็อป และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. โดยทางบริษัทฯ ได้เชิญกลุ่มผู้ขายเข้าร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้าทั้งในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศมากกว่า 200 ราย มาร่วมแสดงและจัดจำหน่ายสินค้า พร้อมทั้งจัดให้มีการเจรจาธุรกิจ มีกระแสการตอบรับที่ดีจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ตลอดระยะเวลา 9 วัน ของการจัดงาน เกิดมูลค่าการซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจในงาน เป็นเงินมูลค่า กว่า 40 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในงาน นอกจากนี้ ภายในบู๊ธได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กันระหว่าง บริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีธุรกิจร้านสะดวกซื้อ PT Max Mart ตั้งอยู่ในสถานีบริก
