กระทรวงพาณิชย์
กรุงเทพฯ (19 สิงหาคม 2569) – กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดงาน “TILOG – LOGISTIX 2026” งานแสดงเทคโนโลยีและบริการด้านการจัดการคลังสินค้า การเคลื่อนย้าย บรรจุ ถ่ายสินค้า การขนส่งสินค้า บริการด้านโลจิสติกส์โลจิสติกส์ไอทีและอี-โลจิสติกส์ที่ครบวงจรที่สุดแห่งปีอย่างเป็นทางการ โดยปีนี้มีผู้จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยี 149 บริษัท 485 แบรนด์จาก 25 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “Empowering Global Trade with Generative Supply Chains” หรือ “เสริมพลังการค้าโลก ด้วยห่วงโซ่อุปทานอัจฉริยะ” ระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ฮอลล์ 98 ไบเทค บางนา คาดมีผู้เข้าชมงานไม่น้อยกว่า 7,500 ราย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ประธานในพิธี กล่าวถึงเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ทั้งจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้องมีความยืดหยุ่น ยั่งยืน และพร้อมรับนวัตกรรมมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสสำคั
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน มีมติให้คงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เท่าเดิม 9.80 บาท ไว้จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนข้อมูลในการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ยังไม่ได้ข้อสรุปก่อน ผลพวงจากข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ของภาคส่วนต่างๆ ทำให้ นบขพ. จำเป็นต้องยื้อเวลา เพราะการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดปี 69/70 ใหม่เป็น 9.97 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากราคาเดิม 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ท่ามกลางข้อมูลต้นทุนการปลูกข้าวโพดที่ลดลงย้อนแย้งกันจนทำให้ฝ่ายนโยบายต้องยื้อเวลา สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงที่ “ราคาจะเพิ่มขึ้นเท่าไร” แต่คือ ข้อมูลพื้นฐานที่นำมาใช้ประกอบการกำหนดราคา โดยเฉพาะตัวเลขต้นทุนและรายได้ของเกษตรกร ซึ่งยังมีความแตกต่างกันระหว่างข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กับข้อมูลจากภาคเกษตรกร เป็นโจทย์ใหญ่ที่สำคัญ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเกษตรต้นทาง แต่เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอุตสา
กระทรวงพาณิชย์ โดยร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน “Thailand Local SDGs Plus Expo 2026” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (ต่อยอดจากแนวคิด BCG ในช่วงสองปีแรก 2566-2567) เพื่อขยายช่องทางตลาดสินค้าชุมชน สร้างความเข้มแข็ง และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการชุมชนและ SMEs ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเน้น 3 เรื่อง 1. การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าด้วยอัตลักษณ์ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ 2. การส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัว และพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดใรยุคปัจจุบัน 3. การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์กระทรวงพาณิชย์ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทยให้เข้มแข็ง เป็นธรรม และเติบโตอย่างยั่งยืน (eMpower and Optimise Commerce plus Sustainable Growth: MOC+)” ไฮไลต์สำคัญภายในงานประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่: 1.การแสดงและจำหน่ายสินค้ารักษ์โลก (กว่า 200 บูธ / กว่า 1,000 รายการ): คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่: ◦ กลุ่มอาหาร: อาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็งและ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร โดย ว่าที่ร้อยตรีขจรรักษ์ พู่พัฒนศิลป์ นักวิชาการเกษตร สังกัดงานบริการวิชาการและวิจัย เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัย จัดนิทรรศการพร้อมนำเสนอข้อมูลต่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียน มุ่งสู่ Zero Waste การนำเสนอครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างการประชุมและติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ โดยเฉพาะสินค้าทุเรียน ณ บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ให้ความสนใจและชื่นชมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ซึ่งได้นำนวัตกรรมการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองด้วยวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเปลือกทุเรียน พร้อมมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพรสนับสนุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดชุมพรมีการส่งออกเนื้อทุเรียนมากกว่า 9.5 ล้านกิโลกรัมต่อปี ส่งผลให้มีเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งภายในจังหวัดมากกว่า 20 ล้านกิโลกรัมต่อปี การนำนวัตกรรมดังกล่าวมาใช้จึงเป็นแนวทางสำคัญ
นนทบุรี, 19 มิถุนายน 2569 – กระทรวงพาณิชย์รวมสินค้าเด่นภาคเหนือมาจัดแสดงในงาน “Northern Agri Food & Coffee 2026” ภายใต้แนวคิด “ช้อปสนุกแบบรักษ์โลก” (Carbon Neutrality) ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Northern Agri Food & Coffee 2026” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และผลักดันสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคและตลาดที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งยกระดับสินค้าเกษตรไทยผ่านการเพิ่มมูลค่า (Value Creation) การพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ สินค้าแปรรูป และสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างความแตกต่าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ งาน “Northern
THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ซื้อและนักธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยสู่เวทีโลก ทั้งในมิติการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ โดยตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงานได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและนักธุรกิจจาก 130 ประเทศทั่วโลก เดินทางเข้ามาร่วมเจรจาการค้าอย่างต่อเนื่อง “ความสำเร็จในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตอาหารคุณภาพ แต่ยังเป็นฮับที่เชื่อมโยงซัพพลายเชนอาหารโลกเข้าด้วยกัน แม้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าทาย แต่ผู้ซื้อยังให้ความเชื่อมั่นและพร้อมใจกันมาร่วมงาน ส่งผลให้มูลค่าการค้าในปีนี้เกินเป้าหมายซึ่งเดิมตั้งไว้ที่ 130,000 ล้านบาท” นางสาวสุนันทากล่าว สำหรับการจัดงาน THAIFEX – ANUGA
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวชาวนาในพื้นที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร สะท้อนปัญหาราคาข้าวที่นำไปขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 4.50–5 บาท ว่ากรมการค้าภายในไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร และได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่โดยทันที เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์สามารถพิจารณาแนวทางช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด ทั้งในประเด็นเร่งด่วนและการแก้ไขปัญหาระยะยาว จากการลงพื้นที่ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับนายจักรภฤตโดยตรง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและรับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกร โดยนายจักรภฤตได้ชี้แจงว่า การให้ข่าวดังกล่าวมีเจตนาสะท้อนปัญหาราคาข้าวในภาพรวม และต้องการให้ภาครัฐเห็นถึงความยากลำบากของเกษตรกร โดยเฉพาะในกรณีข้าวที่มีคุณภาพต่ำ มีสิ่งเจือปนจำนวนมาก หรือมีความชื้นสูง ซึ่งอาจถูกกดราคาลงมากกว่าข้าวคุณภาพดี ทั้งนี้ การนำเสนอข่าวบางส่วนอาจมีการรวบรัดข้อความ ทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจากเจตนาที่ต้องการสื่อสาร นายกรนิจ กล่าวต่อว่า จากข
สหพัฒนพิบูล หรือ SPC ร่วมขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้ากิจกรรม “Back To School 2026” ภายใต้แนวคิด “เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” มุ่งลดภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายและหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า SPC ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ขานรับนโยบายภาครัฐ เดินหน้าตอกย้ำภารกิจช่วยเหลือสังคมและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ภายใต้โครงการดังกล่าว SPC ได้นำเสนอสินค้าและโปรโมชันตอบโจทย์ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง โดยมีแบรนด์ที่ร่วมรายการ อาทิ โคโดโม เปา คิเรอิคิเรอิ ซิสเท็มมา และไฮคลาส เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในช่วงเปิดเทอมได้อย่างเป็นรูปธรรม SPC สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในหลากหลายมิติ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อ
วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 งานแสดงสินค้าธุรกิจบริการและร้านอาหารครบวงจร โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจ HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟและการจัดเลี้ยง) ของภูมิภาคเอเชีย จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) เยอรมนี ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าชม ผู้ซื้อ และนักธุรกิจจากทั่วโลกไม่น้อยกว่า 20,000 ราย คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 3,500 ล้านบาท นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “งานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA เป็นเวทีการค้าระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้เชื่อมโยงเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรม HoReCa” พร้อมระบุว่าการจัดงานครั้ง
.เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “South Connect 2026” นำสินค้าเด่นจาก 11 จังหวัดภาคใต้ มาจำหน่ายร่วมกว่า 200 บูธ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ถนนแจ้งวัฒนะ ภายใต้แนวคิด Pavilion ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บรรยากาศภายในงานแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนร้านกาแฟ โซนร้านอาหารและเครื่องดื่ม โซนสินค้าของใช้และของตกแต่ง โซนเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย โซนสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร และโซนบริการด้านการท่องเที่ยว .นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดกิจกรรมอีกหลากหลาย ได้แก่ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การ Pitching สินค้าต่อแพลตฟอร์ม E-commerce และการจำหน่ายสินค้าผ่าน Live โดยร่วมกับ Influencer เพื่อเชื่อมโยงสินค้าภาคใต้สู่ผู้บริโภค และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ภาคใต้และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น กาแฟโรบัสต้าและโกโก้คุณภาพ เป็นต้น.รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ยังเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เชื่อมโยงสินค้าเกษตรภาคใต้ เช่น ทุเรียน มังคุด และอื่น ๆ
