กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2565) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชน อำเภอรัตภูมิ และอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ดูความสำเร็จโครงการวิจัย “การพัฒนาชุมชนเพาะเลี้ยงชันโรงสู่การเป็นชุมชนนวัตกรรมอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา” เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งชันโรง การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ การตลาด ตลอดจนผลักดันจากอาชีพเสริมสู่อาชีพหลัก สร้างรายได้มั่นคง ผศ.ดร.ปกรณ์ ลิ้มโยธิน คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ในฐานะผู้อำนวยการแผนโครงการฯ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงผึ้งชันโรงอยู่แล้ว ผนวกกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนในพื้นที่ต่างๆ จากการทำงานวิจัย จึงได้นำองค์ความรู้ที่เรามีมาถ่ายทอดแก่เกษตรกร ตั้งแต่การเริ่มต้นเลี้ยง การเก็บผลผลิต การสร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ชุมชนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ พร้อมผลักดันให้จังหวัดสงขลาเป็นเมืองแห่งชันโรง โดยพยายามจะลดความเหลื่อมล้ำของสังคมเมืองและสังคมชนบทให้ได้ ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก ผู้ช่วยคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในฐานะหัวหน้าโครงการย่อย เล่าว่า จากความสำเร็จ ภายใต้โครงการกา
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ดูผลสำเร็จโครงการ “การจัดการความรู้ข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติในการฟื้นฟูการปลูกป่าชายเลนในบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาแบบประชารัฐ” ของนักวิจัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ช่วยชุมชนดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ โดยพึ่งพิงธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก ผู้ช่วยคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในฐานะหัวหน้าโครงการ เล่าว่า ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีขนาดครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ 8,729 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งเป็นทะเลสาบ พื้นที่ 1,042 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นแหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำแห่งเดียวของประเทศไทยที่มีระบบนิเวศลักษณะเฉพาะตัวแบบ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำและความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่เนื่องจากการเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมโลกในปัจจุบัน ทะเลสาบสงขลาจึงถูกคุกคามอย่างรุนแรง มีการใช้ประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืน นักวิ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงผลสำเร็จโครงการ Quick Wins “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ปีที่ผ่านมา พร้อมผลักดันโครงการสู่เฟส 2 ให้ผู้สูงวัยใช้พลังขับเคลื่อนประเทศด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมจัดเสวนา Forum Talk ให้เหล่าไอดอลวัยเก๋า เข้ารับโล่บุคคลวัยเกษียณ พร้อมตีแผ่แง่คิดการใช้ชีวิตอย่างมีพลัง โดยมี รศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ และโฆษกกระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติเข้าร่วม ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุมีปริมาณกว่าร้อยละ 12 ของประชากรไทย และมีแนวโน้มที่โครงสร้างผู้สูงวัยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยเกษียณที่ดีพอ จะส่งผลให้สภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตเสื่อมถอยลง หากพวกเรามาร่วมกันส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงวัย ให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าและติดบ้าน และเห็น
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พัฒนาเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก และปลอดภัย อาศัยเทคโนโลยีอิเล็กโทรลิซิสของไทยสำเร็จ รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี ปี 2565 จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รศ.ดร.วรากร ลิ่มบุตร นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ เปิดเผยความสำเร็จผลการคิดค้น “KIKOWA” เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง ว่า ม.อ. พัฒนาเทคโนโลยีอิเล็กโทรลิซิส ภายใต้แนวคิด “เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อไม่ได้มีแค่แอลกอฮอล์” จนได้เทคโนโลยีอิเล็กโทรลิซิสสายพันธุ์ไทย ชื่อ “KIKOWA” ที่สามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีความโดดเด่น คือ มีความสดใหม่ ผลิตได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงกว่า ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า อีกทั้งสามารถฆ่าเชื้อราในห้อง และฆ่าไรบนผิวหนังได้ดีเยี่ยม อ่อนโยนไม่ระคายเคืองกับผิวหนังเป็นเพื่อนต่อสิ่งมีชีวิตเนื่องจากไม่เป็นพิษต่อเซลล์ผิงหนัง และเซลล์เยื่อบุช่องปาก ราคาถูก ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ “เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง” ได้มีกระบวนกา
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 นักศึกษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นำนวัตกรรม “เครื่องขอดเกล็ดปลาตะเพียน” ย่นเวลากว่า 10 เท่า เข้ารับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับอุดมศึกษา ในกลุ่มอาหาร จากเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ( I-New Gen Award 2021) ที่งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่าที่ร้อยตรี อนุชา ศรีบุรัมย์ ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ ชุมชนในพื้นที่ส่วนหนึ่งทำอาชีพแปรรูปสินค้าจากปลา ประเภทกลุ่มปลาตะเพียน เช่น ปลาสร้อยขาว ปลาตะเพียนขาว และปลากระมัง เพื่อแปรรูปเป็น ปลาตากแห้ง ปลาส้ม ฯ ซึ่งต้องมีการขอดเกล็ดปลาจำนวน 120 กิโลกรัมต่อวัน ใช้แรงงานจำนวนหลายคน ทำให้ต้องเวลาขอดเกล็ดนานถึง 8 ชั่วโมง นักประดิษฐ์จึงเกิดไอเดียพัฒนาเครื่องขอดเกล็ดปลาขึ้น โดยใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาที เร็วกว่า 10 เท่า โดยเครื่องสามารถขอดเกล็ดปลาได้สูงสุด 15 กิโลกรัมต่อครั้ง ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตของชุมชนได้ถึง 92% พร้อมทั้งลดต้นทุนแรงงานคน เหลือเพียงแค่ 1 คนเท่านั้
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน โครงการ Thailand New Gen Inventor’s Award : I-New Gen Award 2021 ระดับมัธยมศึกษา รางวัลชนะเลิศ ด้านการท่องเที่ยว ให้กับผลงาน “การอนุรักษ์ดนตรีมังคละบนดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดอุตรดิตถ์” จากโรงเรียนพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานมอบรางวัลและปิดงานวันนักประดิษฐ์ ปี 2564-2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้จัดให้มีโครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม “Thailand New Gen Inventor’s Award : I-New Gen Award” ขึ้น เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจและมีศักยภาพ ได้มีเวทีในการแสดงความสามารถพิเศษด้านการประดิษฐ์คิดค้น ในปีนี้มีนักเรียน นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ให้ความสนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนมาก ซึ่งในด้านการท่
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 – 2565” และพิธีมอบรางวัลสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชน ในโครงการ Thailand New Gen Inventor Award : I-New Gen Award 2021 ณ เวทีกลาง Event Hall 102-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหารสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 – 2565 ได้รับการตอบรับการเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการกว่า 1,000 ผลงาน โดยความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรของ วช. ไม่ว่าจะเป็นจากหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ตลอดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 2 – 6 กุมภาพันธ์ 2565 งานวันนักประดิษฐ์ได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมงานจำนวนมาก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องก
วันนี้(6 ก.พ. 2565) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานวันนักประดิษฐ์ 2564 -2565 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เป็นวันสุดท้าย หลังจากนำนวัตกรรมกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงอย่างเต็มอิ่มกว่า 5 วัน หนึ่งในนั้น คือ นวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศแบบผลิตออกซิเจนบวก-ลบ (Bipolar Ionizer) ผลงานของสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ มีประสิทธิภาพป้องกัน PM 2.5 และกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคในอากาศ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เจ้าของผลงาน เปิดเผยว่า ด้วยปัญหามลภาวะทางอากาศ นักวิจัยจึงได้ประดิษฐ์เครื่องฟอกอากาศขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีไบโพลาร์ ไอออนไนเซอร์ (Bipolar Ionizer Technology) จากต่างประเทศ ด้วยวิธีการผลิตไอออน ประจุบวก-ลบ ให้กระจายรอบพื้นที่ เพื่อดักจับและทำลายเชื้อโรคต่าง ๆ เช่น เชื้อรา แบคทีเรียและเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศได้ โดยไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างหรือสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยใช้เวลาพัฒนานานถึง 3 ปี จนประสบผลสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยแ
ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบรางวัลกิจกรรมติดดาว แก่นักศึกษา ระดับอุดมศึกษา ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษา : บ่มเพาะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 -2565 หลังเข้าอบรมเสริมสร้างความรู้ และแรงบันดาลใจจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ กว่า 3 วัน โดยมุ่งหวังให้สามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนาประเทศได้ต่อไป ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดกิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ภายในงานวันนักประดิษฐ์ ทำให้เราได้เห็นภาพผลิตกรรมจากนักศึกษาสายอุดมศึกษาทั้งจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค จำนวนหลายสถาบัน ที่ได้มุ่งมั่นตั้งใจนำเสนอความก้าวหน้าผลงาน อันสะท้อนการเติบโตของนักประดิษฐ์ นักวิจัย รวมทั้งพัฒนาการของผลิตกรรมที่มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ โดยได้รับคำแนะนำ ความรู้ แรงบันดาลใจจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อบ่มเพาะนักประดิษฐ์ นักวิจัยเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป นอ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม และการสร้างเครือข่ายการวิจัย ได้จัดกิจกรรมการเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานบุคลากรอุดมศึกษา : บ่มเพาะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสายอุดมศึกษาให้ได้รับการพัฒนาสู่มาตรฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติตามความต้องการของสังคม ชุมชน ภาครัฐและเอกชน รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม และขีดความสามารถของประเทศในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยในปี 2565 วช. ได้กำหนดกลุ่มเรื่องผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมให้มีความสอดคล้องกับกลุ่มเรื่องของ Thailand 4.0 และ BCG โมเดล 4 กลุ่ม ได้แก่ การเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร, การสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์, การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม, และการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งการจัดกิจกรรมมีทั้งในรูปแบบ online และ onsite โดยได้รับความกรุณาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรอบรู้ ความเชี่
