กระท้อน
กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ขึ้นทะเบียน GI กระท้อนทรงปลูกและพระราชทานพันธุ์กระท้อนให้แก่ราษฎรจังหวัดอ่างทอง เพื่อสร้างอาชีพ “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า” วันที่ 27 กรกฎาคม 2567 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า” กระท้อนทรงปลูกและพระราชทานพันธุ์กระท้อนให้แก่ราษฎรจังหวัดอ่างทอง เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร พัฒนาคุณภาพชีวิต ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า” เป็นกระท้อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงปลูกต้นกระท้อนพันธุ์ “ทองใบใหญ่” ณ วัดยางทอง เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2550 “กระท้อนทองใบใหญ่บางเจ้าฉ่า” โดยมีลักษณะผลค่อนข้างกลม ขั้วผลนูนเ
กระท้อน “ปุยฝ้ายลพบุรี” เป็นกระท้อนที่นำสายพันธุ์จากจังหวัดนนทบุรีมาปลูกในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ที่ตำบลตะลุง ตำบลงิ้วราย และตำบลโพธิ์เก้าต้น ปลูกลงในดินที่มีลักษณะร่วนปนทราย จนได้กระท้อนที่มีรสชาติหวาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร กระท้อนปุยฝ้ายของแท้ 100% ต้องมาจากสวนแม่ขวัญเมือง ร.ต. ผจญ อู่พยัคฆ์ และ คุณขวัญเมือง อู่พยัคฆ์ เกษตรกรและเจ้าของสวน กระท้อนแม่ขวัญเมือง ในพื้นที่ หมู่ที่ 12 ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี การันตีรสชาติและคุณภาพของกระท้อนปุยฝ้าย ทั้งเนื้อผิวที่เนียนละเอียดและนุ่มเหมือนกำมะหยี่ และรสชาติหวานกลมกล่อมกำลังดีที่ปลูกมานานกว่า 20 กว่าปี กระท้อนปุยฝ้าย สวนแม่ขวัญเมือง มีน้ำหนักประมาณลูกละ 200-500 กรัม หรือ 3-4 ลูก เท่ากับน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ราคาขายจะเริ่มต้นอยู่ที่ 70-100 บาท กระท้อนปุยฝ้าย สวนแม่ขวัญเมือง เป็นกระท้อนที่มีลักษณะผลใหญ่ ทรงกลมแป้น ผิวเรียบเนียน สีเหลืองนวลสวย เนื้อด้านในเป็นปุยสีขาว รสชาติหวาน เหมาะสำหรับดัดแปลงเป็นอาหารทานเล่นหรือของหวาน เช่น กระท้อนลอยแก้ว ปัจจุบัน สวนแม่ขวัญเมือง ปลูกกระท้อนปุยฝ้ายในพื้นที่ 9 ไร่ มีต้นกระท
มีผู้คนจำนวนไม่มากนัก ที่พอจะรู้ที่มาของชื่อจังหวัดเล็กๆ จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย รอยต่อจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง จังหวัดที่กล่าวถึงนี้คือ จังหวัดสตูล คำว่า สตูล เดิมมาจาก คำว่า “สะโตย” แปลว่า “กระท้อน” มาจากภาษามาลายู ในอดีตชาวบ้านทั่วไปในจังหวัดสตูลนิยมปลูกต้นกระท้อนพื้นบ้านเกือบทุกครัวเรือน ลูกกระท้อนพื้นบ้านจะมีลูกขนาดเล็ก ประมาณ 10-15 ลูก ต่อกิโลกรัม บางต้นมีรสชาติหวาน บางต้นมีรสชาติเปรี้ยว แล้วแต่สภาพภูมิอากาศและดินตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันค่อนข้างจะหายาก เพราะคนทั่วไปนิยมรับประทานกระท้อนสายพันธุ์ใหม่ สวนกระท้อนของเกษตรกรในยุคปัจจุบันที่ปลูกกันอยู่ เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจนสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เป็นช่วงที่เกษตรกรแถบหมู่บ้านนาปริก หมู่ที่ 9 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลิตผลเกือบทุกชนิด ถ้าปีไหนผลไม้ราคาดีก็จะเห็นเจ้าของสวนใส่ทองเส้นโตกันเลยทีเดียว เราได้มีโอกาสมาเยี่ยมสวนกระท้อนของ บังเหม หรือ คุณอับรอเหม เด็นสำลี ที่บ้านเลขที่ 15 บ้านนาปริก หมู่ที่ 9 ตำบลควน
“ลพบุรี” เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่เกษตรกรนิยมปลูกกระท้อนกัน ถือเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของทางจังหวัด ทุกๆ ปีทางจังหวัดลพบุรีจะร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี จัดงานเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี เป็นประจำทุกปี บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี เรียกว่าเป็นแหล่งรวบรวมกระท้อนรสเลิศของประเทศเลยก็ว่าได้ ใช้กิ่งพันธุ์ ดีกว่าเมล็ด ภายในงาน ชาวสวนกระท้อนจะนำกระท้อนหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์อีล่า พันธุ์นิ่มนวล และพันธุ์ทับทิม มาจำหน่าย พร้อมผลผลิตจากกระท้อนแปรรูป อย่างเช่น กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนกวนกระท้อนทรงเครื่อง ซึ่งในงานดังกล่าว มีการประกวดกระท้อนสายพันธุ์ต่างๆ ด้วย ฉะนั้น ใครที่ชื่นชอบกระท้อนพลาดไม่ได้ เพราะสวนกระท้อนในจังหวัดลพบุรีจะมารวมตัวกันที่นี่ และมีบางสวนที่ปลูกแบบอินทรีย์ โดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเลย แต่ราคาก็อาจจะแพงกว่ากระท้อนทั่วไป คุณระเบียบ พึ่งวัน อายุ 59 ปี เกษตรกรบ้านโพธิ์ผีให้ ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เจ้าของสวน “ใกล้รุ่ง” เป็นอีกคนหนึ่งที่ปลูกระท้อนมาเกือบ 20 ปี มีพื้นที่ปลูก 2 แปลง แปลงแรกอยู่ติดบ้าน มีเนื้อที
อาจไม่ใช่ผลไม้ยอดฮิตติดอันดับเหมือนอย่างทุเรียน เงาะ ลำไย ส้มโอ แต่สำหรับ “กระท้อน” นับเป็นไม้ผลซุ่มเงียบที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี สุราษฎร์ธานี นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องของเงาะโรงเรียนนาสาร ที่หวาน กรอบ อร่อยแล้ว “กระท้อน” ของจังหวัดนี้ยังมีรสชาติอร่อย เนื้อฟู นุ่ม ที่สำคัญต้องเป็นกระท้อนที่ปลูกในพื้นที่ตำบลคลองน้อย ดังนั้น นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จึงเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านนำผลผลิตกระท้อนออกมาวางขายตามริมทาง และตลาดชุมชนทั่วไป คุณพงศธร อนุจันทร์ หรือ คุณต้า บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองน้อย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 096-634-9225 เล่าว่า พันธุ์กระท้อนที่ปลูกคือ อีล่า และปุยฝ้าย คุณพ่อเป็นผู้ที่เริ่มปลูกกระท้อน โดยได้ต้นพันธุ์อีล่า มา 1 ต้น จากนั้นนำมาขยายพันธุ์ด้วยการติดตา โดยจะใช้เมล็ดกระท้อนพันธุ์พื้นเมืองปลูกไว้สักประมาณ 5 เดือน หรือต้นมีขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ แล้วนำกิ่งพันธุ์ อีล่ามาติดตาเข้ากับต้นพันธุ์พื้นเมือง “เหตุผลที่ทำเช่นนี้เพราะต้องการให้ต้นกระท้อนที่ปลูกมีรากแก้ว จะได้สมบูรณ์ แข็งแรง ทนทาน หากใช้กิ่งพันธุ์กระท้อนที่มีขายทั่วไปจะเป็
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน วัย 63 ปี ตัดสินใจปลูกพืชแบบผสมผสาน ไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจ เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทร์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจแนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียว คือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อปลูกไผ
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน ตัดสินใจปลูกพืชแบบผสมผสานไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจเป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทน์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจแนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียวคือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้เพื่อปลูกไผ่ตง เพียง 2 ป
พบเห็นกระท้อนปลูกอยู่ใกล้บ้านน้อย ให้เดาคงเป็นเพราะขั้นตอนบางอย่าง ยุ่งยากกว่าจะได้ลิ้มชิมรสโดยเฉพาะการห่อ แต่ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับผู้ปลูก กระท้อน หากตั้งใจจริง หากสนใจปลูกกระท้อน ก็แวะไปตามร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ เขามีให้เลือก อาจเป็นสายพันธุ์อีล่า หรือปุยฝ้าย ทุกวันนี้เขาไม่มีพันธุ์ปลอม เพียงแต่อีล่า อาจหายากสักหน่อย เขาอาจถามกลับมาว่า ปุยฝ้ายได้ไหม หากพอใจก็ซื้อมาปลูกได้ หลังปลูกผ่านปีที่ ๓-๔ ไปแล้ว กระท้อนก็จะเริ่มให้ผลผลิต ปลูกกระท้อน เมื่อมีผลผลิตหากไม่ห่อไม่ได้กินแน่ เพราะแมลงวันทองจะวางไข่ ตัวหนอนชอนไช ในผลเสียหายแมลงวันทองเริ่มวางไข่เมื่อผลเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง ดังนั้น ควรห่อผลตั้งแต่กระท้อนมีขนาดเท่ามะนาว วิธีการห่อใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ กระดาษถุงปูนซีเมนต์ หรืออาจเป็นใบต้องแห้งก็ได้ ผู้ที่ปลูกมากๆ เป็นการค้า ก่อนห่อเขาจะใช้สารเคมีหรือสารสกัดชีวภาพฉีดพ่นให้ แต่หากปลูกแบบมือสมัครเล่น ไม่จำเป็นต้องพ่นก็ได้ การห่อผลนอกจากจะป้องกันแมลงวันทองทำลายแล้ว ยังช่วยให้ผลไม้มี ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ ๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์อีกด้วย การห่อเป็นการหลีกเลี่ยงสารเคมีได้อย่างดี เผยแ
ความนิยมในการปลูกพืชแบบผสมผสานแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่หลีกเลี่ยงการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพราะหากเกิดปัญหาใดที่ทำให้กิจการภายในพื้นที่เพาะปลูกดำเนินต่อไปไม่ได้ นั่นหมายถึง ต้องยุติการทำการเกษตรลงชั่วคราวหรือถาวร และเหตุผลนี้ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ คุณอำนาจ ศรีชุ่ม เกษตรกรชาวสวน วัย 66 ปี ตัดสินใจปลูก “กระท้อน” เป็นพืชแบบผสมผสาน ไว้ในแปลงเดียวกัน คุณอำนาจ เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยกำเนิด เกิดและเติบโตมากับการทำสวนหลายชนิด โดยเฉพาะสวนไม้ผลที่เป็นผลไม้นิยมและขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ ทุเรียน กระท้อน เงาะ ส้มโอ มังคุด ทำให้ประสบการณ์การดูแลสวนไม้ผลแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างปฏิเสธไม่ได้ พื้นที่ทำสวนไม้ผลของคุณอำนาจมีหลายแปลง แต่แปลงหนึ่งที่น่าสนใจ มีพื้นที่ 32 ไร่ ไม้ผลที่ปลูกเป็นหลักมี 3 ชนิด ได้แก่ กระท้อน ทุเรียน และไผ่ตง แต่ยังผสมผสานไปด้วย มังคุด เงาะ มะยงชิด มะปรางหวาน และไม้ประดับในกลุ่มจันทน์ผา แต่ในที่นี้ คุณอำนาจ แนะนำไม้ผลเพียงชนิดเดียว คือ กระท้อน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากที่สุดกว่าไม้ผลชนิดอื่นที่มีอยู่ “เดิมผมซื้
