กระท้อนป่า
สมัยเด็กๆ ผมจำได้ว่า บ้านป้าผมที่หน้าที่ว่าการอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีต้นผลหมากรากไม้หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือกระท้อนต้นสูงใหญ่ ให้ลูกดกมากในช่วงปลายฤดูร้อน พวกเราเลยได้อาศัยกินกระท้อนพันธุ์บ้านๆ ซึ่งสุกแล้วรสชาติเปรี้ยวอมหวานฝาดชุ่มคอ จิ้มพริกกะเกลือบ้าง กระท้อนลอยแก้วบ้าง ทรงเครื่องบ้าง จนชั้นแต่ใบแก่สีแดงจัดของมันนั้น ป้าบอกว่าบางคนเขายังเอามาคั่วป่นปนกับพริกแห้ง จะเพียงเพื่อเพิ่มสีสันหรือเพิ่มปริมาณก็จำไม่ได้เสียแล้วครับ ความนิยมกระท้อนแต่เดิมน่าจะต้องมีรสเปรี้ยวเจือด้วยบ้าง ดังเช่น ที่สังฆราชปาลเลกัวซ์ ประมุขมิซซังโรมันคาทอลิกสยามสมัยรัชกาลที่ 4 เขียนบันทึกไว้ในเล่าเรื่องกรุงสยาม (Description de Royaum Thai ou Siam) พ.ศ. 2397 ตอนหนึ่งว่า “สะท้อน (sathon) เป็นพรรณไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเรือกสวน ผลของมันใหญ่ขนาดเท่าลูกท้อ เนื้อเป็นปุยสีขาว มีรสเปรี้ยวน่ากิน เปลือกของมันเกลี้ยงและหนา เมื่อรู้จักวิธีทำแล้วอาจนำไปใช้กวนแช่อิ่มได้…” ส่วนกระท้อนสวนที่ขึ้นชื่อเมื่อร้อยกว่าปีก่อนในภาคกลาง ถ้าอนุมานตามคำเสภาของพระแก้วคฤหรัตนบดี ที่อ้างไว้ในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2452) ก็คือกระท้อนสวนย่านบ
