กระบือไทย
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 63 ระหว่างวันที่ 4-6 มีนาคม 2568 โดยมีแนวคิดหลักคือ “ปัญญาประดิษฐ์สู่การใช้ประโยชน์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงระหว่างนวัตกรรมและความยั่งยืนในการพัฒนาทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ในโอกาสนี้ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “นวัตกรรมและความยั่งยืน : ยกระดับการผลิตและเพิ่มมูลค่ากระบือไทย” โดยมี รศ.ดร.ศกร คุณวุฒิฤทธิรณ จากหน่วยวิจัยเฉพาะทางพันธุศาสตร์สัตว์เขตร้อนชื้น ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายสุพชัย ปัญญาเอก ผู้จัดการโครงการฟาร์มกระบือทันสมัย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ นางจิราภัค ขำเอนก ประธานเครือข่ายผู้เลี้ยงกระบือจังหวัดบุรีรัมย์ และเจ้าของรวินันท์ฟาร์ม สพ.ญ.ธาราทิพย์ พุ่มระชัฎร์ จากโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย นายนิรุจน์ พันธ์ศรี จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ รวมทั้ง นายสานน กันรัมย์ ผู้จัดการบริษัท สไมล์ บีฟ จำกัด ร่วมเป็นวิทยากรบนเวทีเสวนา ซึ่งดำเนินรายการโด
กระบือในยุคนี้ไม่ได้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อไว้ไถนาอย่างเช่นเก่าก่อน ปัจจุบันการเลี้ยงได้พัฒนาเพื่อให้มีความหลากหลาย โดยมุ่งเน้นการทำตลาดได้ง่ายกว่าเดิม หรือเกษตรกรบางรายเลี้ยงกระบือเพื่อเป็นเชิงอนุรักษ์ จึงเกิดการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีคุณภาพ ส่งผลให้กระบือในยุคนี้มีรูปทรงและส่วนต่างๆ ของโครงสร้างตัวที่ใหญ่ขึ้น มีความสง่างาม ส่งเข้าประกวดเป็นกระบืองามตามงานต่างๆ ได้ ซึ่งเกษตรกรหรือผู้สนใจเลี้ยงต้องมีทิศทางและเป้าหมายของการสร้างตลาดว่าจะไปในทิศทางใด อาชีพเลี้ยงกระบือจึงทำรายได้ตอบแทนไม่แพ้งานเกษตรด้านอื่นๆ เลยทีเดียว คุณสมบัติ ทำละเอียด เจ้าของ บิ๊กไอซ์ ฟาร์มควายไทยเจ้าของฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ได้สนใจที่จะนำกระบือมาเลี้ยงในพื้นที่ของตนเอง เพราะมองว่ากระบือเป็นสัตว์ที่ต้องทำการอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็นอีกสัตว์สำคัญที่อยู่คู่กับชาวไร่ชาวนา เมื่อเขามีโอกาสได้มาทดลองเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ จึงทำให้กระบือที่เลี้ยงภายในฟาร์มมีลักษณะพันธุ์ที่ดี ส่งผลให้ในเรื่องของราคาจำหน่ายเพิ่มมูลค่าตามไปอีกด้วย เห็นกระบือมาแต่วัยเด็ก จึงมีความผูกพันและอยากอนุรักษ์
จากปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทำให้หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเจอกับฤดูแล้งหลายหนหลายคราว จึงทำให้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทยในบางช่วงต้องหยุดชะงัก และยิ่งไปกว่านั้นในบางช่วงของการได้ผลผลิตทางการเกษตรมา เมื่อจะจำหน่ายให้ได้ผลกำไรเป็นผลตอบแทน การรับซื้อในช่วงนั้นกลับมีราคาตกต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรไม่ได้ผลกำไรมากเท่ากับแรงเหนื่อยที่ทุ่มเทไป และยิ่งเป็นเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบพืชเชิงเดี่ยวด้วยแล้ว บางรายถึงกับขาดทุนและเกิดภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรในปัจจุบันมีการปรับตัวในเรื่องของการทำเกษตร โดยไม่ยึดการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ของตนเองมาเลี้ยงสัตว์และแบ่งพื้นที่มาปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ก็ทำให้เมื่อไม่มีน้ำทำเกษตรอันเกิดจากภัยแล้ง หรือจำหน่ายสินค้าเกษตรได้ราคาตกต่ำ แต่ยังมีปศุสัตว์ที่ทำรายได้ให้อีกหนึ่งช่องทาง คุณสมจิตร ทาสุข อยู่บ้านเลขที่ 60/2 หมู่ที่ 10 ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ได้แบ่งพื้นที่ปลูกพืชมาทำปศุสัตว์ด้วยการเลี้ยงกระบือ โดยแบ่งพื้นที่การเลี้ยงอย่างชัดเจนด้วยการทำแปลงปลูกหญ้าอาหารสัตว์เอง และมีพื้
