กระเจี๊ยบ
กระเจี๊ยบแดง จากสิ่งที่เคยถูกจำกัดความว่าเป็น “วัชพืช” วันนี้ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะพืชเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย จากการลงมือลงแรงร่วมกันระหว่างเกษตรกรรุ่นใหม่และพี่ป้าน้าอาในชุมชน ที่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อกระเจี๊ยบแดงจากวัชพืชไร้ราคา ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพืชมูลค่าสูงที่มีอนาคตสดใส กลุ่มเกษตรกรในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้ยกระดับ “กระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมือง” พืชพื้นถิ่นที่เคยถูกมองข้ามให้กลายเป็นพืชมูลค่าสูงและวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวานสุดสร้างสรรค์ ภายใต้การนำของชุมชนไร่สุขพ่วง พอต-อภิวรรษ สุขพ่วง ผู้ขับเคลื่อนชุมชนไร่สุขพ่วง เล่าถึงที่มาของการปลูกและแปรรูปกระเจี๊ยบแดงว่า กระเจี๊ยบแดงที่ชุมชนปลูกเป็นกระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมืองที่ชาวจอมบึงปลูกและสืบทอดกันมา มีจุดเด่นที่รสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับใช้ทดแทนมะนาวในการปรุงอาหารและทำเครื่องดื่ม นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้วในแง่ของการเพาะปลูก กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกแซมพืชอื่นได้เป็นอย่างดี ทนทานต่อสภาวะแห้งแล้ง ออกดอกปีละครั้งในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีอายุสั้น สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วใช้เวลา
อยากสุขภาพดี อย่าพลาด! ผัก 2 ชนิด ขวัญใจคนญี่ปุ่น อีกหนึ่งเคล็ดลับช่วยให้มีอายุยืนยาว แถมยังมีที่ไทย หากินง่าย ขายไม่แพง! ผักพื้นบ้าน 2 ชนิดที่สามารถหาซื้อได้ในราคาถูกในไทย คือ มะระขี้นก และ กระเจี๊ยบเขียว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่นและถือเป็นกุญแจสู่การมีอายุยืนยาว กระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักที่นิยมบริโภคอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น นำไปปรุงในเมนูต่าง ๆ ตั้งแต่ okura no aemono หรือ สลัดกระเจี๊ยบเขียว ไปจนถึงการลวกหรือนึ่งง่าย ๆ กระเจี๊ยบเขียวยังจัดอยู่ในกลุ่ม “neba neba foods” หรือเมนูลื่นๆ เหนียวๆ เช่น นัตโตะ สาหร่ายโมซุกุ หรือ เห็ด nameko ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าอาหารกลุ่มนี้ดีต่อระบบทางเดินอาหารและสุขภาพลำไส้ จนบางครั้งกระเจี๊ยบเขียวถูกขนานนามว่า “โสมสีเขียว” ของชาวญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเคล็ดลับชีวิตยืนยาว กระเจี๊ยบเขียวในไทย ต้นกระเจี๊ยบเขียว มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก ในประเทศซูดาน และสันนิษฐานว่าน่าจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยหลังปี พ.ศ.2416 โดยจัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูงประมาณ 0.5-2.4 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีเขียว แต่บางครั้งก็มีจุดประม่วง ตามลำต้นจะม
เป็นที่รู้กันว่าโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปีถ้าไม่นับโรคมะเร็งแล้ว ก็ต้องยกให้โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและโรคหลอดเลือดสมองตีบ แม้ยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาโรคทั้งสองจะมีประสิทธิภาพดี แต่ก็มีผลข้างเคียงมากเช่นกัน ผู้ที่รักสุขภาพจึงหันมานิยมยาสมุนไพรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ปลอดภัยหาง่าย และมีประสิทธิภาพในการรักษาไม่แพ้กัน สมุนไพรมีอยู่มากมายหลายตำรับ แต่ที่ตรงคำกล่าวที่ว่า “สูงสุดคืนสู่สามัญ” ยาสมุนไพรสูตรตำรับเดียว ที่ใช้ป้องกันได้ทั้งสองโรคนั้นมีอยู่ไม่กี่ตำรับ ในที่นี้ขอแนะนำตำรับหนึ่งที่มีผู้ใช้ได้ผล และบอกต่อกันมา คือตำรับกระเจี๊ยบแดง พุทราจีน และเตยหอม สมุนไพรชนิดแรก สีแดงและรสเปรี้ยวจี๊ดของกลีบเลี้ยงผลกระเจี๊ยบแดง นอกจากมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับนิ่วในไต และในระบบทางเดินปัสสาวะแล้ว ยังมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด และรักษาโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งลดความเหนียวข้นของเลือดลง ทำให้การไหลเวียนของโลหิตทั่วร่างกายดีขึ้น ซึ่งก็ช่วยรักษาเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้ด้วย กระเจี๊ยบแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa L. ชื่ออื่นว่า กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง ส้
กระเจี๊ยบแดง มีสรรพคุณในการเป็นยาขับปัสสาวะ ขับยูริก ช่วยลดการอักเสบของไต ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเลือด Anthrocyanin ที่เป็นส่วนประกอบของสารสีแดงในกระเจี๊ยบ มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ช่วยปกป้องตับไม่ให้ถูกทำลาย การกิน คือ การนำกลีบเลี้ยง (หรือส่วนที่เราใช้ต้มน้ำกระเจี๊ยบ) มาต้มหรือชงน้ำดื่ม ครั้งละ 5-10 กรัม หรือถ้าใช้ใบตากแห้งต้มน้ำดื่ม ก็จะช่วยบรรเทาอาการไอ นอกเหนือไปจากการใช้เพื่อรักษาโรคแล้ว กระเจี๊ยบยังมีสรรพคุณในด้านความงามด้วย นั่นคือ ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ โดยมีการศึกษาในหนูอ้วนที่ได้รับน้ำต้มกระเจี๊ยบกินต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือน พบว่า ช่วยให้น้ำหนักของหนูลดลงได้ ช่วยควบคุมน้ำหนักในหนูโดยไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อตับ ระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ก็ลดลงไปพร้อมกันด้วย เช่นเดียวกับลูกค้าอภัยภูเบศรท่านหนึ่ง ที่ซื้อชาชงสมุนไพรกระเจี๊ยบของอภัยภูเบศรไปกินเป็นประจำสม่ำเสมอ หลังจากกินไปสักระยะก็พบว่าน้ำหนักลดลงมากจนมีคนทัก และได้ลองแนะนำให้คนในครอบครัวกินก็พบว่า ได้ผลเช่นเดียวกัน จึงได้มาบอกเล่าให้กับทีมพนักงานอภัยภูเบศรได้รับทราบและเผย
เมื่อมีอาการเครียดสำหรับคนทั่วไปก็ยังพอบรรเทาได้ง่าย แต่ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่นั้น ก็ต้องระมัดระวังกันหน่อย เพราะไม่ว่าท่านหรือญาติพี่น้องของท่านจะเห็นด้วยกับฝ่ายใดก็ตาม ความดันโลหิตสูงอาจไม่ได้เห็นพ้องกับร่างกายท่าน อาการเครียดจะทำให้ความดันโลหิตสูงปรี๊ดปร๊าด จึงขอแนะนำสมุนไพรหาง่ายใช้ง่าย 3 ชนิด ไปตลาดไหนๆ ก็ซื้อหามาใช้ได้ หรือบางบ้านอาจปลูกไว้เพราะบางชนิดที่แนะนำนี้เป็นพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ อันดับแรกภาษาวัยรุ่นว่า “จิ้น” กับผู้เป็นความดันโลหิตมาก หรือเป็นขวัญใจคู่กันเพราะเป็นสมุนไพรรสอร่อยให้ฤทธิ์ลดความดัน ฝรั่งเรียกชื่อเท่ๆ ว่า Roselle ภาษาไทยคือ ต้นกระเจี๊ยบแดง นี่เอง กระเจี๊ยบแดง เป็นอาหาร เครื่องดื่ม ที่คนไทยคุ้นเคย และมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระยะหลังนี้ พบว่า ในใบกลีบเลี้ยงและใบประดับมีสารสีแดงจำพวก แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีประโยชน์ทั้งอาหารและยา วิธีใช้ง่ายๆ ใช้ใบกระเจี๊ยบสดก็ได้ ใช้สัก 1 กำมือ ต้มน้ำดื่ม แต่ที่สะดวกกว่าใช้ดอกกระเจี๊ยบแห้ง (อันที่จริงที่เราเห็นคล้ายดอกนั้น คือกลีบเลี้ยงแห้งของกระเจี๊ยบ) ใช้สัก 1 หยิบมือ ต้มน้ำเ
ปลูกได้ตลอดปี รสชาติดี ฝักสีเขียวอวบใหญ่ มีห้าเหลี่ยม ติดผลดก ต้นแข็งแรง มีแอนโทไซยายนิน กลูตาไทโอนช่วยควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย แหล่งที่มา : บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด จ.นนทบุรี (ศรแดง) โทรศัพท์ 02-831-7777
