กระเจี๊ยบแดง จากสิ่งที่เคยถูกจำกัดความว่าเป็น “วัชพืช” วันนี้ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะพืชเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย จากการลงมือลงแรงร่วมกันระหว่างเกษตรกรรุ่นใหม่และพี่ป้าน้าอาในชุมชน ที่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อกระเจี๊ยบแดงจากวัชพืชไร้ราคา ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพืชมูลค่าสูงที่มีอนาคตสดใส

กลุ่มเกษตรกรในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้ยกระดับ “กระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมือง” พืชพื้นถิ่นที่เคยถูกมองข้ามให้กลายเป็นพืชมูลค่าสูงและวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวานสุดสร้างสรรค์ ภายใต้การนำของชุมชนไร่สุขพ่วง
พอต-อภิวรรษ สุขพ่วง ผู้ขับเคลื่อนชุมชนไร่สุขพ่วง เล่าถึงที่มาของการปลูกและแปรรูปกระเจี๊ยบแดงว่า กระเจี๊ยบแดงที่ชุมชนปลูกเป็นกระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมืองที่ชาวจอมบึงปลูกและสืบทอดกันมา มีจุดเด่นที่รสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับใช้ทดแทนมะนาวในการปรุงอาหารและทำเครื่องดื่ม นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้วในแง่ของการเพาะปลูก กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกแซมพืชอื่นได้เป็นอย่างดี ทนทานต่อสภาวะแห้งแล้ง ออกดอกปีละครั้งในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีอายุสั้น สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ชาวบ้านนิยมเด็ดยอดอ่อนมาจิ้มน้ำพริกกิน ซึ่งเป็นส่วนที่มีรสชาติเปรี้ยวอร่อย นอกจากนี้ ชาวมอญยังนิยมกินยอดกระเจี๊ยบที่มีรสเปรี้ยวในการทำอาหารวัฒนธรรม ส่วนดอกสีแดงสดนั้น เมื่อก่อนมักจะเหลืออยู่เต็มต้น
แต่ปัจจุบันที่ศูนย์แปรรูปไร่สุขพ่วง ตั้งอยู่เลขที่ 107 หมู่ที่ 10 ตำบลจอมบึง ได้เห็นคุณค่าและประโยชน์ของดอกกระเจี๊ยบ จึงเริ่มกิจกรรม “AMAZING กระเจี๊ยบแดง” ชักชวนชุมชนปลูกกระเจี๊ยบในทุกครัวเรือนและตามท้องไร่ท้องนา เพื่อเก็บเกี่ยวและส่งมอบผลผลิตเข้าสู่ศูนย์แปรรูปในช่วงฤดูกาลผลิต

กระเจี๊ยบต้นเดียว
แปรรูปได้หลากหลาย
คุณพอตอธิบายกระบวนการแปรรูปกระเจี๊ยบให้ออกมาหลากหลายผลิตภัณฑ์ว่า การคัดแยกดอกและนำเมล็ดออก ก่อนจะนำดอกไปล้างน้ำและตากแดดให้แห้งใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการแปรรูปไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ได้แก่
1. น้ำกระเจี๊ยบเข้มข้น/ไซรัป เป็นการดึงสกัดรสชาติ สี กลิ่นหอมออกจากกระเจี๊ยบสด ด้วยเทคนิคเฉพาะที่สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานข้ามปี สามารถนำไปผสมโซดาเพื่อเป็นเครื่องดื่มรสชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น หรือนำไปราดบนเค้ก ขนมปัง ไอศกรีม น้ำแข็งใส

2. ของหวานและเบเกอรี่ มีการต่อยอดเป็นหยีกระเจี๊ยบ แยมกระเจี๊ยบ ที่มีเพคตินธรรมชาติช่วยให้เนื้อสัมผัสดี สาคูกระเจี๊ยบ ขนมปังไส้กระเจี๊ยบ และเค้กไข่ไส้กระเจี๊ยบ

3. อาหารคาว (Fusion Food) เมนูที่ได้รับความนิยมคือ ขนมกุยช่ายและเปาะเปี๊ยะเวียดนามแป้งสดกระเจี๊ยบ กินคู่กับน้ำจิ้มดอกกระเจี๊ยบ ซึ่งถือเป็นการผสมผสานวัตถุดิบพื้นถิ่นให้เข้ากับเมนูสมัยใหม่

4. น้ำจิ้มซีฟู้ดจากกระเจี๊ยบ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนของเราภูมิใจนำเสนอมากๆ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ยังหากินที่ไหนไม่ได้แน่นอน
โดยความโดดเด่นของน้ำจิ่มซีฟู้ดจากกระเจี๊ยบ อยู่ที่การนำรสชาติเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของดอกกระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมืองมาใช้ทดแทนน้ำมะนาวซึ่งมีราคาแพงในการทำน้ำจิ้มซีฟู้ด ทำให้ได้รสเปรี้ยวจากธรรมชาติ พร้อมสีแดงระเรื่อที่น่ากิน นับเป็นน้องใหม่ของวงการน้ำจิ้มซีฟู้ดที่กำลังได้รับความนิยมจากคนที่เข้ามาเยี่ยมชมไร่สุขพ่วงมากๆ

ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสมาชิกชุมชนไร่สุขพ่วง จากการรวมกลุ่มกันพัฒนาและต่อยอดเมนูอาหารจนเกิดความหลากหลาย โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน “กินดีอยู่ดี อิ่มท้อง มีความสุข” โครงการนี้จึงเน้นการสร้างงานสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นมิติสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน
กระเจี๊ยบแดงพันธุ์พื้นเมืองจึงกลายเป็นพืชอนาคตสดใสที่สามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่ระดับสากล และเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนจอมบึงในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและการแปรรูปอีกด้วย
ผู้ที่สนใจสามารถแวะไปเยี่ยมชม ชิม และช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ได้ที่ตลาดอมยิ้ม ภายในวัดวาปีสุธาวาส อำเภอจอมบึง เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ประธานไร่สุขพ่วงเบอร์โทร. 089-379-8950

