กรุงเทพมหานคร (กทม.)
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สานต่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักงานเขตหนองจอก สนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวเป็นกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง ตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร่วมลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 บรรเทาผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน และพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ อาทิ เป็นศูนย์การเรียนรู้ป่าฉลาด พลาดไม่ได้ เป็นแหล่งสันทนาการเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น ซีพีเอฟ คิกออฟกิจกรรมปลูกต้นไม้ โครงการศูนย์การเรียนรู้ป่าฉลาด พลาดไม่ได้ ไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปลูกต้นไม้ไปแล้ว 600 ต้น และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มเติมให้ได้รวม 1,250 ต้น บนพื้นที่ 16 ไร่ บริเวณข้างโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4 พลิกพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของ กทม. ให้เป็นพื้นที่สีเขียว ความร่วมมือดังกล่าว นอกจากมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเมืองที่ดีแล้ว ยังเป็นกำแพงต้นไม้กรองฝุ่น ช่วยบรรเทาผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน รวมไปถึงการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ โดยพื้นที่ปลูกต้นไม้ทั้ง 16 ไร่ แบ่งการปลูกออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โ
กรุงเทพมหานคร และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมเปิดงาน “CP Space Fest – Mission to Space” ชวนคนไทยและคนรุ่นใหม่ย่านสยามสแควร์ ร่วมภาคภูมิใจและส่งพลังใจในภารกิจระดับโลก ‘CP Mission to Space…ไก่ไทยจะไปอวกาศ’ ภารกิจยกระดับมาตรฐานไก่ไทย สู่ มาตรฐานระดับอวกาศ (Space Safety Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารขั้นสูงตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยด้านอาหารขององค์การ NASA โดยกิจกรรมในวันนี้ได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เป็นประธานเปิดในพิธี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การที่จะนำอาหารขึ้นไปบนอวกาศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนักบินอวกาศต้องการอาหารที่มีความปลอดภัยสูงสุด ผ่านการคัดเลือกอย่างถี่ถ้วนทุกขั้นตอน การนำไก่ไทยขึ้นไปพิชิตอวกาศ นับเป็นก้าวเล็กๆ ที่สำคัญสำหรับอนาคตอาหารของประเทศไทยด้วย เป็นจุดแข็งของคนไทยเรื่องการผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูงให้คนทั่วโลก ฉะนั้นการส่งอาหารขึ้นไปบนอวกาศจึงเรื่องที่น่าภูมิใจมาก และขอแสดงความยินดีกับซีพีเอฟในการพัฒนาน
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายนักวิจัย ขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2566 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” พร้อมจัดเสวนาวิชาการเรื่อง “เตรียมพร้อม รับมือ PM2.5 ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้ นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับผู้ทรงคุณวุฒิ เครือข่ายนักวิจัย และผู้เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งเข้าร่วมงานผ่านทางระบบออนไลน์ และ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงรายละเอียดความเป็นมาของกิจกรรม เพื่อร่วมเสนอแนวทางการป้องกันและการจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้บริหารจากสำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร นักวิจัย ผู้แทนหน่วยงาน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดิ
กรมชลประทาน จับมือกรุงเทพมหานคร การประปานครหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนรับมือน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 28 มีนาคม-3 เมษายน 2565 นี้ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา-บางปะกง นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้มีการเตรียมความพร้อมโดยวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงวันที่ 28 มีนาคม-3 เมษายน 2565 โดยกำหนดมาตรการควบคุมความเค็ม ด้วยการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ และควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตลอดจนดูแลควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานที่สำคัญ อาทิ เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนพระรามหก รวมทั้งการระบายน้ำจากคลองพระยาบรรลือผ่านทางสถานีสูบน้ำพระยาบรรลือและสถานีสูบน้ำสิงหนาท 2 ให้มีความสอดคล้องกับระดับการขึ้น-ลงของน้ำทะเล สำหรับพี้นที่แม่น้ำบางปะกง กรมชลประทาน ได้ใช้วิธีการควบคุมความเค็มโดยการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำทางตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองสี
อสป.ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และศูนย์บริการสาธารณสุข 14 แก้วสีบุญเรือง เตรียมพร้อมสกัดโควิด-19 เต็มกำลัง วันที่ 21-22 ม.ค.นี้ ปูพรมพื้นที่ อสป.และสะพานปลากรุงเทพ ซอยเจริญกรุง 58 ตั้งจุดตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 กับพนักงาน และสะพานปลากรุงเทพ ผู้ประกอบการแพปลา ร้านค้า ชาวต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ฟรี หลังพบสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ น่าเป็นห่วงมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน และกระจายหลายจังหวัด ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา(อสป.) เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19(ศบค.) ยังพบจำนวนผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกวัน และเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ก็ยังพบเพิ่มอีก 271 ราย วันที่ 15 มกราคม 2564 ก็มีเพิ่มอีก 188 รายนั้น ในส่วนของ อสป.ในฐานะที่กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุด อสป.ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 กับพนักงาน อสป.และสะพานปลากรุงเทพ ผู้ประกอบการแพปลา ร้านค้า และชาวต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ในวัน
