กะหล่ำปลี
“ผัดแขนงหมูกรอบจานหนึ่งจ้า” ผักแขนงอาจจะเป็นเมนูโปรดของใครอยู่แน่ๆ แอดเชื่อว่า หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดคิดว่า “ผักแขนง” มาจากยอดอ่อนของคะน้า แต่แท้จริงแล้วมาจากต้นกะหล่ำปลี รู้หรือไม่ “ผักแขนง” มาจากการปลูกกะหล่ำปลีที่เป็นหัว หลังจากตัดยอดได้ 15 วัน จะมีหน่อออกมาเป็นแขนงนั่นเอง พอถึงกำหนดก็สามารถตัดแขนงไปจำหน่ายได้ ลักษณะของแขนง จะมีขนาดเล็ก มีความกรอบ รสชาติคล้ายๆ กับคะน้าแต่ไม่ขม หลายๆ คนจึงมักเข้าใจผิด คิดว่าแขนงมาจากยอดอ่อนของคะน้า หรือเกษตรกรส่วนใหญ่จะเรียกว่า “กะหล่ำปลีตัดแขนง” นั่นเอง หลังจากตัดกะหล่ำปลีออก จะเหลือแกนกลางของกะหล่ำปลีแบบนี้ หลังจากตัดกะหล่ำปลีเสร็จแล้วแนะนำให้พับใบที่อยู่ใกล้เคียงลง เพื่อไม่ให้แดดส่องถึงแกนกลางที่แขนงจะงอกออกมา แต่ถ้าแขนงเริ่มแตกยอดออกมา ก็สามารถเปิดใบที่ปิดไว้ได้เลย มิฉะนั้นอาจจะเป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ย การปลูกผักแขนง สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะให้ผลผลิตสูงในดินที่มีสภาพร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี ความเป็นกรด-ด่างของดิน (pH) อยู่ในช่วง 6.0-6.8 อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต 22-25 องศาเซลเซียส ควรได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ประโยชน์ของผักแขนง 1.
นครราชสีมา เกษตรกร หันปลูก กะหล่ำปลี แทน อ้อย เหตุ ราคาผันผวน-ตกต่ำ ขาดทุนย่อยยับ ซ้ำ รัฐบาล สั่งห้ามเผา ต้องแบกต้นทุน ผักทางเลือกใหม่ ผลผลิตดี-สร้างรายได้งาม กำไรแน่นอน ช่วงฤดูหนาวปีนี้ พื้นที่ ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา มี เกษตรกร กว่า 10 ราย ตัดสินใจหันมา ปลูกกะหล่ำปลี แทนการปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง เนื่องจากปัญหาราคา ผันผวน ไม่แน่นอน โดยเฉพาะอ้อย ตอนนี้ราคาตกต่ำไม่คุ้มทุน เพราะเกษตรกร ต้องแบกรับภาระตัดอ้อยสด ตามนโยบายรัฐ ทำให้ต้นทุนเก็บเกี่ยวสูงขึ้นจนแทบไม่เหลืออะไร ขณะที่การปลูก กะหล่ำปลี กลายมาเป็นทางเลือกใหม่ เนื่องจากในช่วงนี้สภาพอากาศเย็น ดินเหมาะสม รวมถึง ภูมิประเทศซึ่งเป็นเนินสูง ปลูกกะหล่ำปลี ช่วงนี้ได้ผลผลิตดี และบางช่วงก็ได้ราคาสูง ทั้งยังใช้ระยะเวลาเพาะปลูกสั้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงในการลงทุนน้อยลง นายสำลี เทียบแสน อายุ 59 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลี บ้านสันติสุข ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง บอกว่า เดิมทีพื้นที่ตรงนี้ มีอยู่ประมาณ 8 ไร่ จะปลูกอ้อยทั้งหมด แต่ต้องประสบกับปัญหาเรื่องราคาอ้อยที่ไม่แน่นอน บางปีตกต่ำมากจนขาดทุน โดยเฉพาะช่วงหลังจากที
กะหล่ำปลี เป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่สามารถหารับประทานได้ตลอดทั้งปี และสายพันธุ์ของกะหล่ำปลีนั้นก็มีอย่างหลากหลาย กะหล่ำปลี เป็นผักที่มีใยอาหารสูง (ไฟเบอร์) และมีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง และทำได้เกือบทุกเมนู ทั้งอาหารไทย อาหารเทศ หรือรับประทานสดๆ ก็อร่อย ได้คุณค่าทางสารอาหารไม่น้อยเลยทีเดียว กะหล่ำปลี อุดมไปด้วยมีวิตามินซีสูงเมื่อเทียบกับผลไม้ และยังมีหลายสี เป็นการเพิ่มสีสันให้กับอาหารจานโปรดน่ารับประทานยิ่งขึ้น ผู้บริโภคบางกลุ่มไม่นิยมรับประทานกะหล่ำปลีดิบ เพราะกลัวในเรื่องของยาฆ่าแมลงตกค้าง และมีความเชื่อว่าการรับประทานกะหล่ำปลีดิบอาจจะส่งผลให้เกิดโทษต่อร่างกาย เพราะในกะหล่ำปลีดิบมีสารที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งเป็นสารที่ไปขัดขวางไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน และหากรับประทานกะหล่ำปลีดิบในปริมาณมากอาจทำให้เกิดโรคคอหอยพอกได้ แต่ในความจริงแล้วหากไม่รับประทานวันละเป็นกิโลกรัม สารพิษดังกล่าวก็ไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย การทำเกษตรในปัจจุบัน เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ตลาดพืชผักผลไม้ปลอดสารมีตลาดที่ใหญ่ขึ้น ผู้บริโภคเข้าถ
ชาวโคราช ฮิตปลูก กะหล่ำปลี รายได้งาม ไร่ละแสน เผยเป็นพืชอายุสั้น เก็บเกี่ยวได้เร็ว ได้เงินไว ต่างจากพืชเชิงเดี่ยวที่เคยปลูก อย่าง มัน และ อ้อย นครราชสีมา – วันที่ 17 มกราคม 2567 เกษตรกรส่วนหนึ่งที่บ้านใหม่สมบูรณ์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช จากการทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ปลูกมันสำปะหลังหรืออ้อย หันมาปลูกพืชอายุสั้น อย่างเช่น กะหล่ำปลี กันเป็นจำนวนมาก หลังมีผู้ทดลองปลูกแล้วได้ผลดี และยังมีตลาดใกล้บ้าน อย่างตลาดดอนแขวน เป็นจุดรับซื้อและกระจายผลผลิตทางการเกษตร ทั้งผักและผลไม้ อยู่ใกล้ๆ บ้านอีกด้วย ทำให้เกษตรกรไม่ต้องแบกรับภาระค่าขนส่งที่สูงมากนัก และมั่นใจว่าผลผลิตที่ออกมาจะมีผู้รับซื้ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ล่าสุดตอนนี้ มีเกษตรกรในบ้านใหม่สมบูรณ์ เปลี่ยนมาปลูกกะหล่ำปลีส่งจำหน่าย แทนการปลูกมันสำปะหลังและอ้อยแล้วกว่า 10 ราย แถมยังปลูกผักอายุสั้นอย่างอื่นอีกกว่า 10 ชนิด เป็นการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น นางพวงเพ็ญ ชโลมกลาง อายุ 42 ปี หนึ่งในเกษตรกรบ้านใหม่สมบูรณ์ กล่าวว่า ตนเองมีพื้นที่เพาะปลูก 4 ไร่ ก่อนหน
หลายคนอาจเคยผ่านหูผ่านตากับกระแสข่าวในสังคมออนไลน์ถึง “ผัก 5 ชนิดห้ามกินดิบ” เพราะมีสารที่อาจก่ออันตรายได้ ประกอบด้วยกะหล่ำปลี ถั่วงอก หน่อไม้และมันต่างๆ ถั่วฝักยาว และผักโขม แต่ทราบหรือไม่ว่า ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เนื่องจากผักเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการและสารสำคัญช่วยป้องกันโรคบางชนิดเช่นกัน ผศ.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ตอบข้อสงสัยในประเด็นข้างต้นว่า จริงๆ แล้วผักทั้ง 5 ชนิด ไม่ได้ห้ามรับประทานดิบโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ว่าผู้ป่วยบางกลุ่มอาจต้องระวัง ประกอบด้วย 1.กะหล่ำปลี ข้อจำกัดของการห้ามกินดิบ คือ กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งเป็นภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ โดยในกะหล่ำปลี จะมีสารชื่อกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารที่ขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนไปใช้สร้างฮอร์โมนธัยรอกซินได้น้อยกว่าปกติ หรือทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำยิ่งขึ้น แต่หากนำกะหล่ำปลีไปผ่านความร้อน สารกอยโตรเจนก็จะสลายไปได้ “แต่สำหรับคนปกติที่ร่างกายไม่มีปัญหาอะไร ก็สามารถกินได้ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วก
แม่บ้านสมัยใหม่ทุกท่านที่ไปจ่ายตลาดด้วยตนเอง ทุกท่านคงจะต้องรู้จักกับผักชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กะหล่ำปลี” และก็คิดว่าคงจะมีน้อยคนที่ไม่เคยกิน “กะหล่ำปลี” กะหล่ำปลี เป็นผักในตระกูลครูซิเฟอเรีย ซึ่งมาจากคำว่า ครูซิฟิก ซึ่งหมายถึง ไม้กางเขน เพราะมีความเชื่อว่า กะหล่ำปลี เป็นพืชอาหารที่สวรรค์ประทานมาให้แก่มวลมนุษย์ชาติ การที่มีดังนี้เพราะดอกของพืชในตระกูลนี้ จะมี 4 กลีบ วางตัวเป็นรูปไม้กางเขนหรือกากบาท กะหล่ำปลี เป็นผักในตระกูลกะหล่ำเช่นเดียวกับ คะน้า บร็อกโคลี่ ผักกาดขาว แรดิช และ เทอร์นิพ มีลักษณะเป็นหัวกลมขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสีเขียว และกะหล่ำปลีสีม่วงอีกสายพันธุ์ที่มีสีสันแปลกตา สวยงาม Cabbage คือชื่อภาษาอังกฤษของกะหล่ำปลี ซึ่งเดิมเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ต่อมาได้แพร่กระจายไปทั่วโลก และถูกนำมาปลูกในไทยอย่างแพร่หลายเพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย สำหรับประเทศไทยนั้น แต่เดิมปลูกได้ดีเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน เพราะการจะห่อตัวเป็นปลีได้จำเป็นต้องได้รับอากาศหนาว ต่อมามีการปรับปรุงพันธุ์ให้ทนกับอากาศร้อน จึงทำให้สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ และทุกฤดูกาล กะหล่ำปลีเป็นพืชที่มีอาย
หากคิดถึงภาพภูเขาที่เต็มไปด้วยไร่กะหล่ำปลี แน่นอนว่าทุกท่านจะนึกถึงภาพบรรยากาศของพื้นที่ภูเขาในแถบภาคเหนือ ที่มีอากาศหนาวเย็น เอื้อต่อการปลูกพืชผักเมืองหนาว ฮิตมากๆ คือ ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ใครจะรู้ว่า มีเกษตรกรที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการปลูกกะหล่ำปลีอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตโครงการลุ่มน้ำปากพนัง มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น โดยปกติแล้ว กะหล่ำปลี ที่เราบริโภคกันอยู่นั้น ผลผลิตได้มาจากภาคเหนือ และนำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งกว่าจะเดินทางมายังผู้บริโภคในแถบภาคใต้ ส่งผลให้กะหล่ำปลีไม่สด ใหม่ มีราคาสูงจากราคาต้นทุนการขนส่ง ด้วยเหตุนี้เอง คุณเมษายน คงสำราญ เกษตรกรหัวไวใจสู้ จากตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ริเริ่มนำกะหล่ำปลีเข้ามาปลูกในพื้นที่ ตั้งแต่ ปี 2527 โดยคุณเมษายน กล่าวให้ฟังว่า “ได้เดินทางไปยังภาคเหนือแล้วเห็นแปลงปลูกกะหล่ำปลี จึงมีแนวคิดริเริ่มนำมาปลูกในพื้นที่ของตน โดยทดลองนำเมล็ดพันธุ์ที่มีขายในท้องตลาดมาทดลองปลูก จนได้พันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสภาพภูมิอากาศ ในตอนนั้นมีเกษตรกร
‘พี่อำนาจ’ เกษตรกร จ.นครราชสีมาที่ผันตัวมาปลูก #กะหล่ำปลีเสริมระหว่างร่องน้อยหน่าเพื่อเลี้ยงชีพ เนื่องจากใช้เวลาเพียง 2 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้มากถึง 5-6 ตัน/ไร่ นับว่าเป็นพืชที่มีความต้องการสูงในตลาด แถมดูแลง่ายและใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่สั้น . เทคนิคในการปลูกกะหล่ำปลีของพี่อำนาจคือ รดอย่างน้ำสม่ำเสมอ ดินต้องร่วนซุย และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพของผลผลิตคือธาตุอาหารที่อยู่ในดิน . หากมีธาตุอาหารเพียงพอ กะหล่ำปลีจะมี หัวใหญ่ ใบงาม น้ำหนักดี เป็นที่ต้องการของตลาด แถมขายได้กำไรงามอีกด้วย . . #กะหล่ำปลี #วิธีปลูกกะหล่ำปลี #เสียงจริงเกษตรกรยารา #ยารา #เทคโนโลยีชาวบ้าน
แม่บ้านสมัยใหม่ทุกท่านที่ไปจ่ายตลาดด้วยตนเอง ทุกท่านคงจะต้องรู้จักกับผักชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กะหล่ำปลี” และก็คิดว่าคงจะมีน้อยคนที่ไม่เคยกิน “กะหล่ำปลี” กะหล่ำปลี เป็นผักในตระกูลครูซิเฟอเรีย ซึ่งมาจากคำว่า ครูซิฟิก ซึ่งหมายถึง ไม้กางเขน เพราะมีความเชื่อว่า กะหล่ำปลี เป็นพืชอาหารที่สวรรค์ประทานมาให้แก่มวลมนุษย์ชาติ การที่มีดังนี้เพราะดอกของพืชในตระกูลนี้ จะมี 4 กลีบ วางตัวเป็นรูปไม้กางเขนหรือกากบาท กะหล่ำปลี มาจากคำว่า ครูซิฟิก หมายถึง ไม้กางเขน เพราะมีความเชื่อว่ากะหล่ำปลีเป็นพืชอาหารที่สวรรค์ประทานมาให้แก่มวลมนุษย์ชาติ เพราะดอกของพืชในตระกูลนี้ จะมี 4 กลีบ วางตัวเป็นรูปไม้กางเขนหรือกากบาท กะหล่ำปลี เป็นผักในตระกูลกะหล่ำเช่นเดียวกับ คะน้า บร็อกโคลี่ ผักกาดขาว แรดิช และ เทอร์นิพ มีลักษณะเป็นหัวกลมขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสีเขียว และกะหล่ำปลีสีม่วงอีกสายพันธุ์ที่มีสีสันแปลกตา สวยงาม Cabbage คือชื่อภาษาอังกฤษของกะหล่ำปลี ซึ่งเดิมเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ต่อมาได้แพร่กระจายไปทั่วโลก และถูกนำมาปลูกในไทยอย่างแพร่หลายเพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย กะหล่ำปลี ผักที่คิดว่าคงจะมี
แหล่งปลูกกะหล่ำปลีส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคเหนือตามดอยต่างๆ ซึ่งปลูกกันมากในจังหวัดที่มีดอยสูง อากาศหวานเย็น เช่น น่าน แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก เพชรบูรณ์ เป็นต้น บนพื้นที่ราบสามารถปลูกกะหล่ำปลีได้เช่นกัน แต่จะเจริญเติบโตได้ไม่เท่ากับที่ปลูกบนดอยสูงมีอากาศหนาวเย็น ซึ่งกะหล่ำปลีจะห่อหัวได้แน่นสวยและให้รสชาติที่ดีกว่า ชาวม้งบนดอยมีความคุ้นเคยและความชำนาญในการปลูกกะหล่ำปลีมายาวนาน จนเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพเกษตรกรรมนอกเหนือไปจากการปลูกข้าวโพด สตรอเบอรี่และผักเมืองหนาวอื่นๆ การปลูกกะหล่ำปลีจึงเป็นพืชหลักของชาวม้งและรับประทานกะหล่ำปลีกันประจำ จนมีการล้อกันถึงการขู่ให้เด็กม้งที่งอแงชอบร้องไห้ว่า “ถ้าไม่หยุดร้องไห้ จะต้มกะหล่ำให้กิน” เด็กเงียบเป็นปลิดทิ้งนั้นเป็นเพียงการพูดต่อกันมาเล่นๆ จริงหรือไม่จริงไม่ยืนยัน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างกะหล่ำปลีกับชาวม้งที่อยู่คู่กันมาเนิ่นนาน หากไปเที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ถ้าเห็นชาวม้งก็จะต้องเห็นสวนกะหล่ำปลีด้วยเสมอ ลำปาง ไม่ใช่แหล่งปลูกกะหล่ำปลี ถึงแม้จะมีชาวม้งอาศัยอยู่ในบางอำเภอบ้างก็ตาม ลำปางเป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญในภาคเหนือ กะหล่ำปลีจึงไม่ใช่พืชที่
