การขยายพันธุ์
ผักหวานป่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกและเพาะขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก เกษตรกรชาว อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ใช้ภูมิปัญญาขยายพันธุ์ผักหวานป่าโดยวิธีการสับราก นายคำมี ปุ้งโพธิ์ เกษตรกรชาวบ้านป่าเป้ง ตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น นับเป็นเกษตรกรที่มีความรู้ และมีความชำนาญในด้านการขยายพันธุ์ผักหวานป่าโดยวิธีการสับราก นายคำมี เล่าว่าการเพาะขยายพันธุ์ผักหวานป่าด้วยวิธีการสับรากนั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีการขยายพันธุ์ที่เป็นความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน กรณีที่เรามีต้นผักหวานอยู่แล้ว ทำได้ง่ายๆ โดยใช้วิธีขุดดินข้างต้นผักหวานป่าเพื่อหารากผักหวาน ความลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร หลุมที่ขุดควรห่างจากต้นพันธุ์ ประมาณ 50-100 เซนติเมตร เมื่อพบรากให้ใช้เสียมสับรากของต้นผักหวาน และใช้กระบอกไม้ไผ่ ครอบไว้เพื่อป้องกันการถูกทำลาย ปล่อยไว้ประมาณ 15 วัน ต้นผักหวานจะแตกยอดงอกเป็นต้นผักหวานต้นใหม่ ทำให้ได้ต้นผักหวานป่าเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การขยายพันธ์ด้วยวิธีสับรากนั้น ต้องดูที่ขนาดและอายุของต้นผักหวานด้วย สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการขยายพันธ์ด้วยวิธีนี้คือช่วงปลายฤดูฝน หรือช่วงปลายเดือนตุลาคมจะได้ผลดีที่สุด ซึ่งการขยายพันธุ์
มีเกษตรกรหลายรายต้องการทราบถึงวิธีการเตรียมกิ่งพันธุ์มันหวาน (มันเทศหวานจากต่างประเทศ) ด้วยตัวเอง เนื่องจากติดใจในรสชาติของมันหวานที่ซื้อไปจากห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เมื่อนำไปต้มรับประทานแล้วไม่ต้องจิ้มน้ำตาลทรายก็มีรสหวานอร่อย อีกทั้งสีสันก็เหลืองหรือมีสีเหลืองเข้ม (สีส้ม) สวยงาม แถมราคายังน่าจูงใจให้ปลูกอีกด้วย (ราคาที่ห้างขาย คือ กิโลกรัมละ 89 บาท) ผู้เขียนเองไม่เคยปลูกมันเทศเป็นแปลงขนาดใหญ่ หากแต่มีน้องสาวและน้องเขยปลูกมันเทศอยู่ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอาชีพ ราคามันเทศที่ขายได้ต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะมันเทศมีปลูกกันอยู่หลายแหล่ง เช่น แถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี ราคาที่ขายได้ก็มีตั้งแต่กิโลกรัมละ 6 บาท ไปจนถึง 13 บาท เนื่องจากการเพาะปลูกมันเทศต้องใช้จ่ายเป็นค่าปุ๋ยและสารเคมีป้องกันและกำจัดแมลงค่อนข้างสูง ว่ากันว่า ในพื้นที่เพาะปลูก 1 ไร่ ต้องใช้ต้นทุนสูงเป็นเลขถึง 6 หลัก เลยทีเดียว สำหรับเรื่องการเตรียมกิ่งพันธุ์มันหวานนั้น ผู้เขียนเชื่อว่า เกษตรกรน่าจะพอพึ่งตนเองได้ หากเราหาหัวพันธุ์มันหวานได้ ก็สามารถนำมาฝังดินเพื่อสร้างกิ่งพ
“ผักหวานป่า” ชื่อวิทยาศาสตร์ Melientha suavis Pierre วงศ์ OPILIACEAE …ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำพรำ กบมันก็ร้องงึมงำ ระงมไปทั่วท้องนา ฝนตกทีไร คิดถึงขวัญใจของข้า… ฤดูกาลที่ร้อนอบอ้าว…แห้งแล้ง ย่างกรายหนีห่างจากเราไป พร้อมๆ กับสายฝนพรำที่คืบคลานเข้ามาแทนที่ ตามธรรมชาติเริ่มเดือนหกฝนก็ตกแล้ว พอพูดถึงฝน…ภาพของกบออกมาเล่นน้ำฝนน่าจะยังอยู่ในจินตนาการของคนเมืองกรุง แต่ถ้าเป็นชาวบ้านแถบอีสาน ป่านนี้คงนอนยิ้มหวานนึกถึงภาพตัวเองออกไปจับอึ่งกับเพื่อนฝูงมาต้ม มาลาบ ไม่ก็หาแหย่ไข่มดแดง หลังจากฝนตกมากพอ “ผักหวานป่า” ก็จะแตกยอดอ่อน ใบอ่อน ชูช่อเล่นน้ำฝน ณ เวลานี้ คงไม่มีผักใดที่ฮอตฮิตไปกว่า “ผักหวานป่า” อีกแล้ว ราคาก็ช่างดีเหลือหลาย ยิ่งสรรพคุณเกือบไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะมีมากมาย คนไทยคนต่างชาติรู้จักกันดี ถ้าเอ่ยถึง ผักหวานป่ากับไข่มดแดง เพราะเป็นอาหารยอดนิยม ผักหวานป่า จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง และเป็นพืชประจำถิ่นที่นิยมรับประทานในแถบภาคอีสาน สมัยโบราณผักหวานป่าเป็นของมีค่าและราคาแพง ผักหวานป่ามีความสามารถในการขยายพันธุ์ต่ำ จึงทำให้ผักหวานป่าปลูกยากไปด้วย แต่ก็ไม่พ้นความพยายาม
