การจัดการศัตรูพืช
ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความท้าทายจากการระบาดของศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น และข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูพืช ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลผลิต คุณภาพ และต้นทุนของเกษตรกร การรักษาประสิทธิภาพในการจัดการศัตรูพืชจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพผลผลิต และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ภาคเกษตรไทยจึงกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรระดับโลก เปิดตัว “ซิโมดิส” (Simodis) นวัตกรรมสารอารักขาพืชที่ใช้เทคโนโลยี พลินาโซลิน (Plinazolin™) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์กลุ่มใหม่ (IRAC Group 30) ที่มีกลไกการทำงานเฉพาะตัว ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนเกมการจัดการศัตรูพืชในยุคเกษตรสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมสนับสนุนการทำเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของเกษตรกรไทย นายพิษณุ อภิราชกมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด กล่าวว่า “ซิโมดิส (Simodis) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของการจัดการศัตรูพืชในปัจจุบัน โดยใช้เทคโนโลยี พลินาโซล
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรไทย เกษตรกรยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้ผลิต แต่กำลังรวมตัว ระดมความคิด และติดอาวุธทางความรู้เพื่อยกระดับทักษะและมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประวัติการทำเกษตรสืบทอดต่อเนื่องมายาวนานหลายทศวรรษ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกผักสำคัญของภาคเหนือ กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ของการเป็นต้นแบบเกษตรปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม ซินเจนทา ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ชุมชน และภาคีเครือข่าย จัดพิธีเปิด “ศูนย์การเรียนรู้บ้านห้วยตอง เพื่อเกษตรปลอดภัยและการพัฒนาที่ยั่งยืน” อย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านห้วยตอง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ควบคู่กับการจัดงาน “มหกรรมเกษตรปลอดภัย เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” โดยมีเกษตรกร นักเรียน เครือข่ายพันธมิตร และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมกว่า 500 คน โครงการ “เพาะดี กินดี” คือกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านการวางแผนการผลิต การจัดการทรัพยากร การใช้สารอารักขาพืชอย่างรับผิดชอบ และการยกระดับสู่ม
ในโลกการเกษตรสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความท้าทายรอบด้านกำลังทดสอบศักยภาพการผลิตของไทย ทั้งสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ การระบาดของแมลงศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น และปัญหาการดื้อสารเคมีที่บังคับให้เกษตรกรต้องพ่นสารบ่อยครั้ง ส่งผลโดยตรงต่อ ต้นทุน เวลา และสิ่งแวดล้อม การปรับตัวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความอยู่รอดและความยั่งยืนทางอาหารของประเทศ เพื่อตอบโจทย์นี้ ซินเจนทา (Syngenta) ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรระดับโลก ได้เปิดตัว “พลินาโซลิน” (Plinazolin™) สารออกฤทธิ์รุ่นใหม่ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างยาวนานจากหลายประเทศทั่วโลก นวัตกรรมนี้ถูกวิจัยและพัฒนามาเพื่อพลิกเกมการจัดการศัตรูพืชยุคใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น ลดการพึ่งพาการใช้สารเคมีซ้ำซ้อน ลดความสูญเสียของผลผลิต และนวัตกรรมนี้จะช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลผลิต แต่คือการสร้างความมั่นใจว่าภาคการเกษตรไทยจะสามารถก้าวข้ามความท้าทาย ปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ และเดินหน้าสู่ความยั่งยืน พลินาโซลิน (Plinazolin™) เป็นสารออกฤทธิ์ใหม่ (New Mode of Action) ที่จัดอยู่ใน IRAC กล
การผลิตพืชผักของเกษตรกรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนมากจะผลิตได้ดีในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ทำให้มีผลผลิตมากเกินความต้องการของตลาด แต่ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน เกษตรกรไม่สามารถผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดได้ เพราะในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิสูง แดดจัด ขาดแคลนน้ำ ซ้ำยังประสบปัญหาแมลงศัตรูพืชหลายชนิดเข้าทำลาย ขณะที่ฤดูฝน อากาศมีความชื้นสูงมักประสบปัญหาการระบาดของโรคพืชหลายชนิด รสชาติของผักและคุณภาพของผลผลิตที่ได้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด คุณนฤทัย วรสถิตย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การผลิตพืชผักและผลไม้ของเกษตรกรเป็นการผลิตโดยใช้ปุ๋ยเคมีและใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้ผลผลิตมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เป็นที่พอใจของผู้บริโภคและให้ผลผลิตสูง เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดิน และยังขาดความรู้ในการจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชที่ปลอดภัย จากผลการวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผักและผลไม้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนระหว่างปี 2554-2556 จำนวน 36 ชนิด 3,025 ตัวอย่าง คุณนฤทัย บอกว่า พบสารเคมีตกค้างร้อยละ 25.7 และเก็บค่า MRL
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าทำงานเชิงรุกให้คำแนะนำและแก้ปัญหาด้านอารักขาพืชแก่เกษตรกรผ่านการให้บริการคลินิกพืช 968 คลินิก ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเกษตรกรสามารถนำตัวอย่างหรือภาพถ่ายของพืชที่แสดงอาการผิดปกติหรือแมลงที่พบในแปลงปลูกมาขอรับบริการตรวจวินิจฉัยกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร พร้อมรับคำแนะนำการจัดการศัตรูพืชที่เหมาะสมนำไปปฏิบัติได้ในพื้นที่ นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การผลิตสินค้าเกษตรในปัจจุบันพบปัญหาการเข้าทำลายของศัตรูพืชอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีศัตรูพืชอุบัติใหม่ และศัตรูพืชที่เคยระบาดกลับมาระบาดซ้ำอีกในพื้นที่เดิม เนื่องจากเกษตรกรมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม ใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ไม่พักแปลงปลูกหรือปรับปรุงบำรุงดิน และปลูกพืชชนิดเดิมซ้ำๆ ส่งผลให้พืชอ่อนแอ หรือเจริญเติบโตผิดปกติ ศัตรูธรรมชาติลดลง นอกจากนี้ยังเกิดสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ อากาศ สัตว์ พืช และตัวเกษตรกรเอง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานคลินิกพืชระดับพื
ความต้องการสินค้าและผลิตภัณฑ์อินทรีย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับว่า มีความปลอดภัยสูงทั้งต่อผู้บริโภค ผู้ผลิต และสิ่งแวดล้อม มีความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ หน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรต่างก็สนับสนุนให้มีการผลิตสินค้า พืชผัก และผลิตภัณฑ์อินทรีย์กันมากขึ้น คุณนฤทัย วรสถิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวัดขอนแก่น (สวพ. 3) กล่าวว่า ในปี 2560 ประเทศไทยส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ เป็นเงิน 1,817 ล้านบาท มีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 570,409 ไร่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 59 ปลูกข้าวอินทรีย์ ส่วนพืชไร่และพืชผสมผสานมีเพียงร้อยละ 15 และ 13 เท่านั้น คุณนฤทัย กล่าวต่อไปว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่ทำเกษตรอินทรีย์ยังมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด และส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน ในปี 2557 มีการรับรองมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์เพียง 41 แปลง เท่านั้น คิดเป็นร้อยละ 24 ของจำนวนแปลงที่เข้าตรวจ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก เนื่องจากการผลิตไม่เป็นตามข้อกำหนดของมาตรฐานของสำนักพัฒนาระบ
