การตลาด
ในตอนที่แล้ว ซึ่งเป็นตอนแรกที่ผมได้เขียนถึงทางรอดของเกษตรกรไทยในมุมมองของผม ในฐานะที่ผมเคยทำงานธนาคารที่ดูแลสนับสนุนภาคเกษตรโดยตรง คือ ธ.ก.ส. หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ (ธนาคารของรัฐบาล) และผมได้เห็นได้สัมผัส ได้พูดได้คุย ได้รับฟังปัญหาและประสบการณ์จากผู้ทำอาชีพเกษตรโดยตรงมาตลอดช่วงชีวิตการทำงานหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ได้ปูพื้นเรื่องราวภาคเกษตรมาในตอนที่ผ่านมาบ้างแล้วครับ ในตอนนี้จึงอยากจะกล่าวถึงเรื่องใกล้ตัวที่สุดของเกษตรกรครับ นั่นคือการขายและการตลาดนั่นเอง เพราะไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตาม เกษตรกรก็ต้องผลิตเพื่อจำหน่ายสินค้านั้นๆ ออกไป แล้วนำเงินหรือปัจจัยที่ได้มาจากการจำหน่ายนั้น ไปซื้อสินค้าที่จำเป็นในการใช้สำหรับชีวิตประจำวันต่างๆ หรือไปจัดหาจัดซื้อปัจจัย 4 ต่างๆ ที่จำเป็นมาใช้นั่นเอง ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง การขายสินค้า หรือกล่าวภาษาเท่ๆ ว่า “การตลาด” นั่นเองครับ เพราะอย่างไรก็ตาม เรามักได้ยินเสมอว่า เกษตรกรไทยผลิตได้แต่ขายไม่เก่ง อย่าลืมนะครับว่าจะเก่งหรือไม่เก่งก็ตาม แต่เกษตรกรทุ
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงการประชุมคณะทำงานด้านข้าวและชาวนาไทย ครั้งที่ 1/2565 ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เรื่อง ข้าวและชาวนา จัดโดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ว่าเป็นครั้งแรกที่มีการพูดคุยพร้อมกันกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 9 สมาคม 1 ศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำ ชาวนา ผลิต กลางน้ำ โรงสี แปรรูป และปลายน้ำ ผู้ส่งออก ตลาด เพื่อจะเตรียมวางแผนการผลิตในฤดูกาลถัดไปของชาวนา ทั้งนี้ ด้วยปัญหาหลักของชาวนา ได้แก่ 1. ต้นทุนการผลิตสูงไม่คุ้มทุน 2. ผลผลิตต่อไร่ต่ำ 3. คุณภาพข้าวไม่ตรงตามความต้องการของตลาด 4. ขาดการวางแผนร่วมในการผลิต ซึ่งข้อสรุปในที่ประชุมเพื่อเป็นแผนการทำงานต่อไป คือตั้งกลุ่มทำงานเพื่อหารือเรื่องแผนการผลิตข้าวในรอบต่อไปว่าควรจะผลิตข้าวสายพันธุ์อะไรบ้าง เช่น ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวพื้นแข็ง ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ หรือข้าวอื่นๆ ในแต่ละพื้นที่ โดยนำข้อมูลจากผู้ส่งออกนำไปให้ชาวนาใช้ประกอบ ทั้งเรื่องการผลิต, กระบวนการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งหลายเครือข่าย/องค์กร มีวิธีลด
เปิดตัวศูนย์สินค้าเกษตรภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นศูนย์กลางตลาดสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดและเป็นการสร้างโอกาสที่ดีที่จะทำให้ธุรกิจมีการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันเกษตรกร เกษตรกรเครือข่ายและผู้ประกอบการ จากกรณีที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีนโยบายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่ได้คุณภาพมาตรฐานและให้ใช้หลักการตลาด นำการผลิต ผลิตพืชผักผลไม้และสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดส่งผลให้ศูนย์กลางสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุด บริหารโดยชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด ทำธุรกิจรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรโดยเริ่มต้นจากการหาตลาดในกลุ่มของห้างโมเดิร์นเทรด และหาเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในภาคเหนือเพื่อเป็นแหล่งผลิตผักและผลไม้ที่มีคุณภาพมาป้อนตลาดได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคด้วยดี ส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเปิดรับผลผลิตจากทางสหกรณ์ไม่จำกัด โดยขอให้อยู่ในเงื่อนไข คือ สินค้าดี มีคุณภาพ เป็นการสร้างตลาดให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน นางสาวภัทราวดี ดวงติ๊บ ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จ
วันนี้ (13 ก.ค. 2563) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “โครงการต่อยอดเชื่อมโยงด้านการพัฒนานวัตกรรมและการตลาดในกลุ่มธุรกิจ SME เกษตร” ภายใต้กรอบความร่วมมือ 3 หน่วยงาน คือ วว. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ตามแผนยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ ผู้บริหารของพันธมิตรให้เกียรติร่วมกิจกรรมในโอกาสนี้ ได้แก่ นายภานิต ภัทรสาริน ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. นางสาวศศิธร มาเมือง ผู้จัดการส่วนบริหารเครือข่ายและที่ปรึกษาผู้ประกอบการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า ธสน. นายเรืองชัย เจริญกิจสุพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมพัฒนา SME และ Startup ธ.ก.ส. รวมทั้งผู้บริหาร และทีมงานของทั้ง 3 หน่วยงาน โดยมีผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจ SME เกษตรจากทั่วประเทศ 40 บริษัท ที่เข้าร่วมโครงการฯ เข้าสัมมนาจำนวน 60 ท่าน ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร Admin วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี การจัดสัมมนาดังกล่าว ม
