การตลาดนำการผลิต
กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เริ่มต้นจากการประสบปัญหาช้างป่าทำลายพืชผลทางการเกษตร เกษตรกรในพื้นที่ จึงปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอาหารเป็นพืชอื่นๆ ทดแทน และรวมตัวกันปลูกไผ่ตงซึ่งเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่งในพื้นที่ และจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” จนกระทั่งในปี 2561 ได้เข้าร่วม โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อร่วมกันผลิต ร่วมกันจำหน่าย และนำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพการตลาดและการบริหารจัดการ เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่การผลิต ตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ ให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ วางแผนกิจกรรมทางการเกษตรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับรายจ่าย รู้เวลาที่เหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนให
“ชนะอะไรไม่เท่าชนะใจตัวเอง” นี่คือจุดเริ่มต้นของ ธนวัฒน์ ว่องไวตระการ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ที่พลิกฟื้นผืนดินจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งต้องฟันฝ่าอุปสรรคและใช้เวลามากกว่า 2 ปี ในการสร้างแปลงผักออร์แกนิกที่ได้มาตรฐานส่งถึงมือผู้บริโภคผ่านสาขาต่างๆ ของแม็คโคร “ครอบครัวผมเป็นเกษตรกรชาวไร่ที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละครั้ง เมื่อเรียนจบออกมา จึงมองหาช่องทางที่จะปลูกพืชผักชนิดอื่น เพื่อหารายได้หมุนเวียนเข้ามาเสริม” ธนวัฒน์เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกผักเสริมรายได้จากการทำไร่อ้อยและมันสำปะหลัง พลิกชีวิตสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ ช่วงแรกเขาลองผิดลองถูกกับการปลูกผักหลายชนิดที่ต้องใช้สารเคมี เพราะให้ผลตอบแทนดี ตามคำบอกเล่าที่ว่า…จะทำให้มีรายได้ มีโอกาสรวยเหมือนถูกหวย…ซึ่งเมื่อลงมือทำ สิ่งที่เขาต้องเจอหลังจากนั้น ทำให้ธนวัฒน์เปลี่ยนแนวคิดในการทำเกษตรไปอย่างสิ้นเชิง “การเริ่มต้นปลูกผักของเรา ยอมรับว่าใช้สารเคมีเยอะมาก จนตัวผมเองได้รับผลกระทบจากการฉีดพ่น ทำให้แสบและคันไปทั้งตัว
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประสานความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการตลาดนำการผลิต ใช้รูปแบบพันธสัญญาทำข้อตกลงซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด โดยดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปมันเส้นสะอาดกับสหกรณ์เครือข่ายโคนม ซึ่งต้องการวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการส่งออกมันสำปะหลัง โดยมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มันเส้นสะอาด ปริมาณ 17,040 ตัน มูลค่า 136.795 ล้านบาท ณ ตลาดกลางการเกษตรสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด ตำบลมหาชัย อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร โดยการสนับสนุนร่วมกันแบบบูรณาการของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของจังหวัดกำแพงเพชร การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ตามนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และแหล่งเงินทุนจาก ธ.ก.ส. นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายสุวิทย์ สันตติวงศ์ไชย ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มันเส
จากปัญหาช้างป่าเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอาหารเป็นพืชชนิดอื่นๆ เพื่อให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกัน ในพื้นที่ขอบป่า ไผ่ตงเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่งในพื้นที่ เกษตรกรจึงมีการรวมตัวผู้ปลูกไผ่ตง เมื่อ พ.ศ.2559 และจัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” เป็นการรวมกลุ่มปลูกไผ่ ขายหน่อสดพร้อมแปรรูปภายใต้การรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนจนประสบความสำเร็จได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นวิสาหกิจชุมชนฯ ดีเด่น ปี 2564 ภาคตะวันออก นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ( สสก.3 จ.ระยอง) เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา อยู่ในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ประสบปัญหาช้างป่าลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชจากพืชอาหารมาปลูกไผ่ตงแบบรวมกลุ่มกันปลูก และในปี พ.ศ.2559 ได้จัดตั้งเป็น “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” กับสำนักงานเกษตรอำเภอท่าตะเกียบขึ้น มีสมาชิก 60 ราย พื้นที่ปลูก 601 ไร่
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู “กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ”จ.ฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ในการลดต้นทุน – เพิ่มรายได้ ด้วย “บัญชี” หนุนสมาชิกนำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ สร้างรายได้มั่นคง ยั่งยืน ยกระดับสู่แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศ นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เกษตรกร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้าน “การตลาดนำการผลิต”กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ ให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ วางแผนกิจกรรมทางการเกษตรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับรายจ่าย รู้เวลาที่
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ขานรับกรมการค้าภายใน กางแผนช่วยชาวสวนผลไม้ เพิ่มปริมาณรับซื้อจากสหกรณ์การเกษตรจากปีก่อน แก้ปัญหาภาวะสินค้าฤดูกาลล้นตลาดอย่างยั่งยืน โดยส่งทีมติวเข้มชาวสวนรายภูมิภาค ปั้นเกษตรกรสู่พ่อค้ายุค “การตลาดนำการผลิต” ควบส่งเสริมการขาย กระตุ้นรณรงค์บริโภคผลไม้ฤดูกาลทุกสาขาทั่วประเทศ นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แม็คโคร ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่มีความสำคัญต่อประเทศ โดยร่วมพัฒนาศักยภาพชาวนา ชาวสวน สู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยแม็คโครรับซื้อผักผลไม้จากเกษตรกรและสหกรณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศมากกว่า 115,000 ตัน ในปี 2561 สำหรับปีนี้ในกลุ่มผลไม้ฤดูกาล เรามีแผนรับซื้อจากเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ “ในทุกปีผลไม้ฤดูกาลจะมีผลผลิตออกมามากในช่วงนี้ และเกิดภาวะล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ จึงได้ร่วมกับกรมการค้าภายในรับซื้อผลไม้ฤดูกาลอันได้แก่ เงาะ
ปี 2562 ประเทศไทยเสี่ยงเผชิญวิกฤตภัยแล้งมากกว่าปีก่อนๆ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในเขื่อนทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ฤดูร้อนมาเร็วกว่าทุกปี และมีอุณหภูมิความร้อนสูงขึ้นกว่าปกติ 1-2 องศาเซลเซียส กรมส่งเสริมการเกษตรคาดการณ์ว่า พื้นที่การเกษตรหลายแห่งอาจได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม- มิถุนายน 2562 จึงได้กำหนดมาตรการจัดการภัยแล้ง เพื่อลดผลกระทบและดูแลช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งในปีนี้ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2561/62 โดยพิจารณาจากนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ โดยกำหนดแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง จำนวน 16.08 ล้านไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชในเขตชลประทาน จำนวน 10.46 ล้านไร่ แยกเป็น นาข้าว 8.03 ล้านไร่ พืชไร่ และพืชผัก 2.43 ล้านไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทาน จำนวน 5.62 ล้านไร่ แยกเป็นนาข้าว 3.18 ล้านไร่ พืชไร่ และพืชผัก 2.44 ล้านไร่ ปัจจุบัน พบว่า ทั่ว
อ.ต.ก. เตรียมจัดงาน “ตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก. จังหวัดอุดรธานี” ยกทัพสินค้าเกษตร เสิร์ฟชาวอุดรฯ เชื่อมโยงผลผลิตระหว่างภูมิภาค ยกระดับสินค้าเกษตรไทย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดงานแถลงข่าว โชว์ความพร้อมจัดงาน “ตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก. จังหวัดอุดรธานี” เตรียมนำสินค้าผลผลิตจากเกษตรกร จัดแสดงและจำหน่ายที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรในระดับภูมิภาค ยกระดับสินค้าเกษตรไทย นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กล่าวว่า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน และเชื่อมโยงตลาดในทุกระดับ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยใช้กลยุทธ์ “การตลาดนำการผลิต” ของกระทรวงเกษตรฯ เป็นแนวทางการดำเนินงานเชื่อมโยงระบบการผลิตกับระบบการตลาดในระดับพื้นที่ สร้างช่องทางจำหน่าย ส่งเสริมการตลาด เน้นจัดงานตลาดสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรเรียนรู้ด้านการตลาด การผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค สร้างรายได้แล
