การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง
กรมชลประทานเผยผลการทำนาปรังครั้งที่ 1 ลุ่มเจ้าพระยาเพาะปลูกแล้วกว่า 2 ล้านไร่ เน้นบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้เพียงพอกับทุกกิจกรรม สำรองไว้เพื่อรักษาระบบนิเวศในช่วงฤดูแล้ง นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เมื่อ 26 ธันวาคม 2564 ผลการทำนาปรังปี 2564/65 ในพื้นที่เขตชลประทาน มีการทำนาปรังแล้ว 3.01 ล้านไร่ หรือ 46.86% ของแผนการทำนาปรังครั้งที่ 1 ทั่วประเทศในเขตชลประทาน 6.41 ล้านไร่ โดยลุ่มเจ้าพระยาทำนาปรังครั้งที่ 1 มากสุดจำนวน 2.08 ล้านไร่ หรือ 73.84% ของแผนที่กำหนดไว้ 2.81 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยาทำนาปรังครั้งที่ 1 สัดส่วน 31% ของการนำนาปรังทั่วประเทศ รองจากลุ่มเจ้าพระยา คือ ภาคตะวันออก มีการทำนาปรังครั้งที่ 1 แล้ว 4.2 แสนไร่ หรือ 85.91% ของแผนที่ 4.9 แสนไร่และภาคเหนือ ทำนาปรังครั้งที่ 1 แล้ว 4.1 แสนไร่ หรือ 90.25% ของแผนการทำนาปรังครั้งที่ 1 จำนวน 4.5 แสนไร่ “หลังประกาศเข้าสู่ฤดูแล้งอย่างเป็นทางการ เมื่อ 1 พฤศจิกายน ทั่วประเทศทำนาปรังครั้งที่ 1 แล้วมากกว่า 3 ล้านไร่ หรือเกือบ 50% ของแผนการทำนาปรังในเขตชลประทานทั่วประเทศ ที่มากสุดคงเป็นลุ่มเจ้าพระยามีการทำนาปรังครั้งที่ 1
“เฉลิมชัย” สั่งกรมชลประทาน จับตาปัญหาความเค็มรุกล้ำแม่น้ำท่าจีนรายชั่วโมง ลดผลกระทบเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้บริเวณคลองจินดา พร้อมเร่งบรรทุกน้ำจืดช่วย ขณะที่ปริมาณน้ำ “ลุ่มเจ้าพระยา” เหลือน้อย เกษตรกรทำนา เกินแผน 2.6 ล้านไร่ นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ เพื่ออุปโภค-บริโภค บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นรายชั่วโมง ภายใต้การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อแก้ปัญหาความเค็ม โดยเฉพาะการควบคุมความเค็มในบริเวณคลองจินดา หลังจากเมื่อ วันที่ 2 ก.พ. ค่าความเค็มพุ่งสูงถึง 2.29 กรัม ต่อลิตร สูงกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังที่ 0.25 กรัม ต่อลิตร และค่ามาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาต้องไม่เกิน 0.50 กรัม ต่อลิตร ทั้งนี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้ระบายน้ำเพื่อเจือจางความเค็ม ให้มีการติดตั้งเครื่องวัดความเค็ม แบบเรียลไทม์ 8 แห่ง ในแม่น้ำท่าจีน และสั่งกรมชลประทานร่วมประชุมเกษตรกรชาวสวนกล้วยไม้ที่ได้รับผลกระทบ จากค่าความเค็มสูงเกินมาตรฐาน ส่งผลให้ไม่มีน้ำจืดรดกล้วยไม้ โดยให้เกษต
