การประชุมนานาชาติ
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมอภิปรายในการประชุมผู้บริหารองค์กรให้ทุนวิจัยนานาชาติ ครั้งที่ 11 “The 11th Funding Agency Presidents’ Meeting (FAPM)” ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ โดย ดร.วิภารัตน์ฯ ได้นำเสนอบทบาทของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ในระยะต่าง ๆ ในฐานะผู้ให้ทุนวิจัยของประเทศไทยภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบทบาทของ วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนของประเทศไทยในการส่งเสริมและสนับสนุนแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะของกำลังคนในประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการประชุม Funding Agency Presidents’ Meeting (FAPM) ครั้งนี้ได้จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 11 มีผู้บริหารจากองค์กรให้ทุนวิจัยหลักในระดับชาติและนานาชาติ จำนวนถึง 49 หน่วยงาน จาก 35 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม โดยในปีนี้มุ่งเน้นหารือร่วมกันในประเด็น “การเตรียมรับภาวะฉุกเฉินครั้ง
14 พฤศจิกายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 นี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF: International Diabetes Federation) ได้กำหนดให้มีการรณรงค์ในหัวข้อ Nurses Make the Difference for Diabetes หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่า เปลี่ยนวิกฤตเบาหวานด้วยพลังแห่งการพยาบาล วันเบาหวานโลก 2563 การรณรงค์ในปีนี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ มีความมุ่งหมายที่จะสร้างความตระหนักของผู้คนบนโลก ต่อบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของพยาบาล ในการร่วมคัดกรอง ให้คำแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานตลอดจนภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ พยาบาลยังมีส่วนช่วยในการเสริมพลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัว ทำให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถอยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างปกติ มีความสุข มีกำลังใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายที่คาดหวังในการดูแลรักษา ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization) ได้เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขทั่วโลกนั้น อยู่ในวิชาชีพพยาบาลมากถึง ร้อยละ 59 ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่การรณรงค์ในปีนี้ จึงมุ่งไปที่การสนับสนุนบทบาทของพยาบาลซึ่งเป็นกำลัง
