การปลูกกัญชา
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสมุนไพรในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง “กัญชา” เป็นสมุนไพรตัวล่าสุดที่ “อภัยภูเบศร” ใช้เวลา 2 ปี บุกเบิกปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ จนกลายเป็นต้นแบบเรื่องการปลูกกัญชา พร้อมเป็นพี่เลี้ยงแบ่งปันองค์ความรู้เรื่องการปลูก การเก็บเกี่ยว และแปรรูปกัญชาเบื้องต้น ให้กับเกษตรกรและโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และส่งเสริมเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้แก่ประชาชน “โมเดลการปลูกกัญชาของอภัยภูเบศร” มีรูปแบบอย่างไรนั้น สามารถหาคำตอบได้จากคำกล่าวของ ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ดังต่อไปนี้ (ถอดความจากเวทีเสวนาหัวข้อ “‘กัญชา’ ครบวงจรกับอภัยภูเบศร” ภายในงานมหกรรมกัญชง กัญชา 360 องศา จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564) จุดเริ่มต้นปลูกกัญชาของอภัยภูเบศร ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์และกัญชงเพื่อเศรษฐกิจของรัฐบาล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ได้ดำเนินเรื่องกัญชาอย่างถูกต้อง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมชาย แก้ววังชัย กล่าวว่า เมื่อสมัยก่อนเริ่มต้นปลูกไม่เป็นเลย ปลูกกี่ต้นก็ตายหมด เริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการปลูกกัญชาในช่วงกันยายน พ.ศ. 2562 เป็นคนทำงานวิจัยคนแรกๆ เกี่ยวกับกัญชา เหตุผลที่มาสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะช่วงก่อนหน้าที่กฎหมายกัญชาจะเปิด ผมได้ไปเฝ้าอาการป่วยของคุณพ่อที่โรงพยาบาล คนป่วยในโรงพยาบาล ก็จะเจ็บปวด กินไม่ได้นอนไม่หลับ คนเฝ้าก็ไม่ได้นอนพักผ่อนก็ป่วยกันทั้งสองคน ผมก็มองว่าถ้ากัญชาสามารถช่วยผู้ป่วยให้กินข้าวได้ นอนหลับได้ ผู้ป่วยก็จะแข็งแรงแล้วก็สามารถกลับมาทำงานและอยู่กับครอบครัวได้ แต่พอได้ลงมือทำแล้วกลับไม่ใช่ มันมีอุปสรรค ที่มีทั้งข้อดี ข้อเสียของกัญชาอีกมาก รวมถึงเรื่องผลประโยชน์ เรื่องที่เริ่มทำเรื่องวิจัยที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นับจากที่มีพระราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แก้กฎหมายให้เราสามารถทำการวิจัยและใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงรวมกลุ่มอาจารย์ที่สนใจเกี่ยวกับกัญชา เสนอโครงการงานวิจัย ทั้งสิ้น 18 โครงการ จากอาจารย์ 50 กว่าท่าน และส่งให้ผมไปขออนุญาต จึงได้ขออนุญาตปลูก 2
