การเลี้ยงกระบือ
กระบือ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถเลี้ยงทำการค้าได้หลายแบบ ไม่ว่าจะไว้สำหรับจำหน่ายพันธุ์เป็นกระบือสวยงาม หรือจะเลี้ยงสำหรับส่งจำหน่ายให้กับตลาดบริโภคเนื้อก็ได้เช่นกัน จึงทำให้กระบือเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีผู้สนใจในการนำมาเลี้ยงสร้างรายได้เป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเอง คุณวิไลลักษณ์ พาภักดี จบการศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ (สาขาพืชสวน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เห็นความน่ารักของกระบือจึงเกิดความสนใจที่อยากจะนำมาเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพ โดยผู้ที่ริเริ่มการเลี้ยงก่อนนั้นคือครอบครัวของเธอ เมื่อเธอต้องการกลับมาอยู่บ้านจึงได้หันมาจับการเลี้ยงกระบือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ คุณวิไลลักษณ์ เล่าว่า ก่อนที่จะมาเริ่มเลี้ยงกระบือที่ต่อยอดจากครอบครัวนั้น เดิมทีได้ไปทำงานยังที่อื่นๆ เพื่อหาประสบการณ์การชีวิตก่อน ต่อมาเริ่มเบื่อและรู้สึกไม่อยากเป็นลูกจ้าง จึงได้คิดที่อยากจะกลับมาอยู่บ้านเพื่อมาเป็นนายตัวเอง ทำให้ได้ลาออกจากงานประจำและกลับมาอยู่บ้านอย่างเต็มตัว และเริ่มจัดการชีวิตของตัวเองให้ว่าจะต้องประกอบอาชีพอย่างไรเพื่อให้มีรายได้อย่างยั่งยืน “พอเรากลับมาอยู่บ้าน ช่วงแรกก็มานั่งคิดนอนคิด
โคเนื้อและกระบือ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่อยู่คู่กับเกษตรกรไทยมาหลายทศวรรษ นอกจากจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นเพื่อนคลายเหงาแล้ว ยังทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้อีกด้วย เพราะลูกพันธุ์ที่ได้สามารถทำเป็นการค้า หากมองว่าเป็นพ่อแม่พันธุ์ดี ช่วยให้เกษตรกรผลิตน้ำเชื้อให้กับลูกค้าท่านอื่นๆ ต่อไป ซึ่งการผสมพันธุ์โคเนื้อและกระบือนอกจากการผสมเทียมแล้ว การผสมจริงยังได้รับความนิยมในบางพื้นที่เช่นกัน คุณชาญชาย เชาว์ชาญ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่สนใจในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ อย่างเช่น โคและกระบือ โดยเขาได้ปรับเปลี่ยนสายงานจากด้านวิศวกรรมมาทำการเกษตร เพื่อเป็นอาชีพทำกินบนที่ดินของครอบครัว จนสามารถเลี้ยงตัวเองได้มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับดูแลคนในครอบครัวไปพร้อมๆ กัน เวลานี้อาชีพทางการเกษตรจึงเป็นสิ่งที่เขารัก และจะทำส่งต่อไปยังรุ่นสู่รุ่น กลับบ้านเกิด มาทำเกษตร พร้อมปรับตัวจนประสบผลสำเร็จ คุณชาญชาย เล่าว่า หลังจากจบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทำงานอยู่บริษัทที่ตรงกับสายงานที่เรียนมาประมาณ 2 ปี ช่วงที่ทำงานในสายนี้รู้สึกว่ายังไม
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำหนังสือ “ความสามารถทางพันธุกรรมพ่อแม่พันธุ์กระบือ 2566” พัฒนาศักยภาพทางพันธุกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระบือไทย พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกร นำไปสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดย โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย (Buffalo Modern Farm) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย หน่วยวิจัยเฉพาะทางพันธุศาสตร์สัตวเขตร้อนชื้น (Tropical Animal Genetic Special Research Unit; TAGU) ยังคงทุ่มเทในการอนุรักษ์และพัฒนาศักยภาพทางพันธุกรรมของกระบือไทย เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิต พร้อมทั้งพัฒนาฐานข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของเกษตรกรไทย ให้สามารถผลิตกระบือได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพดีเพียงพอเพื่อสร้างโอกาส รายได้ และผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ล่าสุด ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันจัดทำ “หนังสือความสามารถทางพันธุกรรมพ่อแม่พันธุ์กระบือ 2566 หรือ Buffalo Sire and Dam Summary 2023 (ISBN: 978-616-94343-0-6)” ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสามารถทางพันธุกรรม (Estimated Breeding Value; EBV) ของพ่อแม่พันธุ์กระบือท
คุณจิราภัค ขำเอนก อยู่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองโสน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงกระบือจนประสบผลสำเร็จ สามารถผลิตลูกพันธุ์และสร้างกระบือสวยงาม พร้อมทั้งเริ่มมีการพัฒนาแปรรูปนมกระบือพร้อมดื่ม สร้างเป็นอีกหนึ่งสินค้าน่าซื้อเพื่อให้ตลาดมีทางเลือก จึงเกิดการทำตลาดที่หลากหลายสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณจิราภัค ขำเอนก คุณจิราภัค เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างอยู่ในหน่วยงานราชการ และได้ลาออกมาภายหลังเพื่อช่วยครอบครัวเลี้ยงสุกร ซึ่งในช่วงที่กลับไปเลี้ยงสุกรนั้น ครอบครัวได้มีกระบือเลี้ยงไว้ 4-5 ตัว และเมื่อการเลี้ยงกระบือไม่ติดปัญหาเจออุปสรรคมากนัก จึงได้ตัดสินใจมาทำฟาร์มสำหรับเลี้ยงกระบือโดยเฉพาะในปี 2554 “ช่วงที่เริ่มเลี้ยงใหม่ๆ ก็มีการหากระบือมาจากเพื่อนเกษตรกรรายอื่นบ้าง เข้ามารวบรวมไว้ภายในฟาร์ม พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง จึงตัดสินใจมาเลี้ยงเองแบบเต็มรูปแบบ มีการผสมและพัฒนาสายพันธุ์เองภายในฟาร์ม ซึ่งช่วงแรกบอกเลยว่า เป็นคนที่กลัวกระบือมาก แต่ด้วยแฟนเป็นคนชอบเลี้ยง พอเราได้มาอยู่คลุกคลีอย่างจริงจัง ได้มาลองทำและอยู่กับกระบือทุกวัน
กระบือในยุคนี้ไม่ได้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อไว้ไถนาอย่างเช่นเก่าก่อน ปัจจุบันการเลี้ยงได้พัฒนาเพื่อให้มีความหลากหลาย โดยมุ่งเน้นการทำตลาดได้ง่ายกว่าเดิม หรือเกษตรกรบางรายเลี้ยงกระบือเพื่อเป็นเชิงอนุรักษ์ จึงเกิดการพัฒนาสายพันธุ์ที่มีคุณภาพ ส่งผลให้กระบือในยุคนี้มีรูปทรงและส่วนต่างๆ ของโครงสร้างตัวที่ใหญ่ขึ้น มีความสง่างาม ส่งเข้าประกวดเป็นกระบืองามตามงานต่างๆ ได้ ซึ่งเกษตรกรหรือผู้สนใจเลี้ยงต้องมีทิศทางและเป้าหมายของการสร้างตลาดว่าจะไปในทิศทางใด อาชีพเลี้ยงกระบือจึงทำรายได้ตอบแทนไม่แพ้งานเกษตรด้านอื่นๆ เลยทีเดียว คุณสมบัติ ทำละเอียด เจ้าของ บิ๊กไอซ์ ฟาร์มควายไทยเจ้าของฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ได้สนใจที่จะนำกระบือมาเลี้ยงในพื้นที่ของตนเอง เพราะมองว่ากระบือเป็นสัตว์ที่ต้องทำการอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็นอีกสัตว์สำคัญที่อยู่คู่กับชาวไร่ชาวนา เมื่อเขามีโอกาสได้มาทดลองเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ จึงทำให้กระบือที่เลี้ยงภายในฟาร์มมีลักษณะพันธุ์ที่ดี ส่งผลให้ในเรื่องของราคาจำหน่ายเพิ่มมูลค่าตามไปอีกด้วย เห็นกระบือมาแต่วัยเด็ก จึงมีความผูกพันและอยากอนุรักษ์
จากปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทำให้หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเจอกับฤดูแล้งหลายหนหลายคราว จึงทำให้การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทยในบางช่วงต้องหยุดชะงัก และยิ่งไปกว่านั้นในบางช่วงของการได้ผลผลิตทางการเกษตรมา เมื่อจะจำหน่ายให้ได้ผลกำไรเป็นผลตอบแทน การรับซื้อในช่วงนั้นกลับมีราคาตกต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรไม่ได้ผลกำไรมากเท่ากับแรงเหนื่อยที่ทุ่มเทไป และยิ่งเป็นเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบพืชเชิงเดี่ยวด้วยแล้ว บางรายถึงกับขาดทุนและเกิดภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรในปัจจุบันมีการปรับตัวในเรื่องของการทำเกษตร โดยไม่ยึดการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ปรับเปลี่ยนพื้นที่ของตนเองมาเลี้ยงสัตว์และแบ่งพื้นที่มาปลูกหญ้าอาหารสัตว์ ก็ทำให้เมื่อไม่มีน้ำทำเกษตรอันเกิดจากภัยแล้ง หรือจำหน่ายสินค้าเกษตรได้ราคาตกต่ำ แต่ยังมีปศุสัตว์ที่ทำรายได้ให้อีกหนึ่งช่องทาง คุณสมจิตร ทาสุข อยู่บ้านเลขที่ 60/2 หมู่ที่ 10 ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ได้แบ่งพื้นที่ปลูกพืชมาทำปศุสัตว์ด้วยการเลี้ยงกระบือ โดยแบ่งพื้นที่การเลี้ยงอย่างชัดเจนด้วยการทำแปลงปลูกหญ้าอาหารสัตว์เอง และมีพื้
