การเลี้ยงปลาในถัง
ในยุคปัจจุบันพื้นที่การเกษตรถูกจำกัด ทั้งจากการขยายตัวของชุมชนเมืองและความต้องการใช้ที่ดินในด้านอื่นๆ การปรับตัวของเกษตรกรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงกลายเป็นหัวใจของการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ หนึ่งในวิธีการที่ตอบสนองต่อสถานการณ์นี้ได้อย่างดีคือ “การเลี้ยงปลาในระบบพื้นที่น้อย” ถือเป็นการผสานการจัดการที่มีประสิทธิภาพเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากร การเลี้ยงปลาในลักษณะนี้จึงเป็นคำตอบที่เหมาะสม สำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างรายได้อย่างคุ้มค่าในพื้นที่จำกัดให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ คุณน้ำมนต์-ธีรเวชช์ ยิ้มแดง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการใช้พื้นที่ให้เกิดมูลค่าสูงสุด จึงได้สร้างบ่อผ้าใบขนาด 3×6 เมตร เเละถังจุน้ำได้ 1,000 ลิตร ในการเลี้ยงปลาดุกในระบบหนาแน่น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมีตั้งแต่ระบบถังกรองน้ำ ระบบจุลินทรีย์ ปลาดุกที่เลี้ยงในระบบนี้จะไม่มีกลิ่นโคลนและไม่มีกลิ่นสาบในเนื้อปลา เลือกเลี้ยงปลาดุก ในระบบหนาแน่น เพื่อให้เข้ากับพื้นที่บริเวณรอบบ้าน
ในช่วงที่เกษตรกรหลายคนมองหาแนวทางสร้างรายได้ใหม่จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “ปลาชะโอน” กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยคุณสมบัติที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และสามารถขายได้ราคาสูง คุณบอย-ราชพงศ์ เพ็งเพชร ผู้มองเห็นโอกาสได้เกิดความคิดที่จะนำปลาชะโอนมาเลี้ยง แต่ด้วยพื้นที่บริเวณบ้านมีพื้นที่จำกัด คุณบอยจึงนำมาเลี้ยงในถังพลาสติกขนาด 2,000 ลิตร รอบบริเวณบ้านเพื่อทดลองเลี้ยงเชิงพาณิชย์ โดยหวังว่าจะสามารถต่อยอดในอนาคต ปลาชะโอน (Ompok biculatus) เป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ด จัดอยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน นับเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในการเลี้ยงอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ความโดดเด่นของปลาชนิดนี้ไม่เพียงอยู่ที่รสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังเลี้ยงง่าย โตไว ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 8-10 เดือนก็สามารถจับขายได้ นิยมนำปลาชะโอนมาประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น แกงส้ม ต้มส้ม ทอดกระเทียม หรือฉู่ฉี่ ด้วยราคาขายที่ค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 250-400 บาท (ที่มา : กรมประมง) จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณบอยมีความสนใจทดลองเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ 
