ในช่วงที่เกษตรกรหลายคนมองหาแนวทางสร้างรายได้ใหม่จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “ปลาชะโอน” กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยคุณสมบัติที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และสามารถขายได้ราคาสูง คุณบอย-ราชพงศ์ เพ็งเพชร ผู้มองเห็นโอกาสได้เกิดความคิดที่จะนำปลาชะโอนมาเลี้ยง แต่ด้วยพื้นที่บริเวณบ้านมีพื้นที่จำกัด คุณบอยจึงนำมาเลี้ยงในถังพลาสติกขนาด 2,000 ลิตร รอบบริเวณบ้านเพื่อทดลองเลี้ยงเชิงพาณิชย์ โดยหวังว่าจะสามารถต่อยอดในอนาคต

ปลาชะโอน (Ompok biculatus) เป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ด จัดอยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน นับเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในการเลี้ยงอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ความโดดเด่นของปลาชนิดนี้ไม่เพียงอยู่ที่รสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังเลี้ยงง่าย โตไว ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 8-10 เดือนก็สามารถจับขายได้ นิยมนำปลาชะโอนมาประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น แกงส้ม ต้มส้ม ทอดกระเทียม หรือฉู่ฉี่ ด้วยราคาขายที่ค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 250-400 บาท (ที่มา : กรมประมง) จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณบอยมีความสนใจทดลองเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้

ประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคใต้
จุดเริ่มต้นทำให้ชอบ “ปลาชะโอน”
คุณบอย เล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายปีก่อนได้ไปทางภาคใต้ และได้สั่งเมนูเกี่ยวกับปลาชะโอนมากิน ทำให้ได้สัมผัสรสชาติของปลาที่มีความอร่อย กินง่าย เมื่อมองย้อนมาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกยังไม่มีปลาชนิดนี้ขายมากนัก ต่อมาคุณบอยจึงได้หาข้อมูลเกี่ยวกับปลาชะโอนและหาแหล่งเรียนรู้ โดยเฉพาะเข้าอบรมอย่างจริงจังในการนำองค์ความรู้มาต่อยอด

“พอผมสนใจแล้วหาสถานที่ที่เข้าเปิดอบรมเลยครับ ก็มีโอกาสได้ไปอบรมเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาชะโอนที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พอศึกษาอย่างละเอียดแล้ว ผมก็เอาความรู้ที่ได้มาต่อยอดในแบบผมเอง คือบ้านผมเองมีพื้นที่น้อย จะให้ผมเลี้ยงในบ่อดินก็คงไม่ได้ ผมเลยได้แนวคิดคือมาทดลองเลี้ยงในถังครับ อัตราการโตของปลาก็ถือว่าเติบโตดี จากทดลองเลี้ยงตอนแรกประมาณ 200 ตัว ก็ขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ ตอนนี้รอบบ้านเต็มไปด้วยถังเลี้ยงปลาชะโอนแล้วครับ”

การเลี้ยงปลาชะโอนในถังบริเวณรอบบ้าน คุณบอย บอกว่า มีข้อดีหลายอย่างโดยเฉพาะความสะอาดเพราะเลี้ยงในระบบปิด นอกจากนี้ ยังควบคุมมาตรฐานของน้ำที่เลี้ยงได้ เพราะใช้น้ำประปาที่ช่วยให้ปลาไม่เกิดโรค
เลี้ยงปลาชะโอนในถังระบบปิด
คุมสะอาด-วางแผนอาหารปลา ปลาไม่กินกันเอง!
ถังที่ใช้เลี้ยงปลาชะโอนในระบบปิด คุณบอย เล่าว่า หลักการของระบบจะมีถังสำหรับใช้เลี้ยงปลาประมาณ 4 ถัง และอีก 1 ถัง จะใช้สำหรับเป็นถังพักน้ำที่มีระบบบำบัดไปในตัว เพื่อให้น้ำหมุนเวียนเข้าไปใน 4 ถังแรก ซึ่งใน 1 ระบบการเลี้ยงจะใช้ถังขนาด 2,000 ลิตร ประมาณ 5 ถัง และการเลี้ยงในถังคุณบอยบอกว่าสะดวกง่ายในการจัดการ
ก่อนที่จะนำลูกพันธุ์ปลาชะโอนเข้ามาเลี้ยงในบ่อแต่ละครั้ง คุณบอยจะล้างทำความสะอาดถังให้สะอาด พร้อมกับตากถังทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน จากนั้นนำน้ำประปาใส่เข้าไปในถังประมาณ 1,000 ลิตรหรือประมาณครึ่งถัง พร้อมกับพักน้ำไว้ประมาณ 2-3 วัน จากนั้นนำลูกพันธุ์ปลาชะโอนไซซ์ขนาด 5-7 เซนติเมตร ปล่อยลงในถังอัตรา 1,000 ตัวต่อถัง

“ช่วงแรกอาหารที่เลี้ยงเป็นไฮเกรดโปรตีนสูง 42 เปอร์เซ็นต์ ช่วง 1-2 เดือนแรก จะต้องให้อาหารบ่อยหน่อยครับ ประมาณทุก 4-5 ชั่วโมงครับ วันหนึ่งก็ 4-5 ครั้งต่อวัน เหตุที่ต้องให้ทีละน้อยและบ่อยหน่อย คือถ้าเกิดปลากินอาหารไม่ถึง บางครั้งมันก็จะกินกันเองได้ถ้ามันหิว”
หลังจากลูกปลาชะโอนมีอายุเข้าสู่ช่วง 3-4 เดือน คุณบอย บอกว่า การให้อาหารเลี้ยงจะลดจำนวนมื้ออาหารลงเหลือ 3-4 ครั้งต่อวัน และอาหารจำนวนโปรตีนจะอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ ให้กินไปเรื่อยๆ จนปลามีอายุประมาณ 6 เดือน หากจะขายในช่วงนี้ก็สามารถจับขายได้ แต่ถ้าต้องการให้ปลามีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น คุณบอยจะเลี้ยงต่อไปจนปลาชะโอนมีอายุ 7-10 เดือน พร้อมกับเลี้ยงลดปริมาณเปอร์เซ็นต์โปรตีนอาหารอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับให้ปลากินอาหารวันละ 2-3 ครั้งต่อวัน

“ในเรื่องของความสะอาด ผมจะใช้เครื่องดูดขี้ปลาออกทุก 7 วัน แล้วก็มีถ่ายน้ำเก่าออกไปบ้างประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับเติมน้ำใหม่เข้าไปภายในบ่อ การเลี้ยงในระบบปิดมันดีแบบนี้ครับ สามารถควบคุมมาตรฐานการเลี้ยงได้โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดครับ”

ปลาชะโอนจากถังสู่ตลาดออนไลน์
ส่งถึงมือลูกค้า สร้างรายได้จากพื้นที่ครึ่งงาน
ปลาชะโอนที่ผ่านการเลี้ยงในถังขนาด 2,000 ลิตร คุณบอย บอกว่า ขนาดไซซ์ของปลาที่ได้จะอยู่ที่ 15-20 ตัวต่อกิโลกรัม และ 10-15 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งถ้าเลี้ยงให้จำนวนเดือนที่มากขึ้นก็จะช่วยให้ปลามีขนาดตัวที่ใหญ่ไปด้วย ซึ่งระหว่างเลี้ยงก็จะมีบางตัวที่แตกไซซ์ใหญ่ออกไปบ้าง หากเจอสามารถคัดออกขายได้ทันที หรืออาจจะใช้สำหรับทำเป็นพ่อแม่พันธุ์ก็ได้ โดยเลือกขนาดไซซ์ 5-6 ตัวต่อกิโลกรัม
ตลาดที่ส่งขายปลาชะโอนที่เลี้ยงทั้งหมด คุณบอยจะเน้นทำตลาดออนไลน์เป็นหลัก โดยสร้างเพจทางเฟซบุ๊กพร้อมกับทำคลิปและวิธีการเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะเป็นที่สนใจของลูกค้าแล้ว ยังเป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไปอีกด้วย

“ตลาดที่เข้ามาเวลานี้ ไม่ใช่แต่ลูกค้าซื้อไปบริโภคอย่างเดียวนะครับ ยังมีลูกค้าอยากได้ระบบการเลี้ยงให้ไปช่วยติดตั้งให้ ก็ถือว่าการทำตลาดออนไลน์สร้างการรับรู้ไปได้ไกล ซึ่งคนที่มีพื้นที่ไม่มากก็สนใจที่อยากจะเลี้ยงกันมากขึ้นครับ”
การส่งปลาชะโอนสดให้กับลูกค้าในแต่ละครั้งที่สั่งซื้อเข้ามา คุณบอย เล่าว่า ขั้นตอนแรกจะนำมาชะโอนมาน็อกในน้ำแข็ง พร้อมกับผึ่งลมให้ตัวปลาแห้ง จากนั้นนำมาบรรจุลงถุงสุญญากาศ ส่งตรงถึงมือลูกค้าด้วยรถห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ -15 องศา สามารถส่งขายได้ทั่วประเทศ โดยราคาขายปลีกอยู่ที่ 400 บาทต่อกิโลกรัม และขายส่งร้านอาหารจำนวนมากราคาอยู่ที่ 350 บาทต่อกิโลกรัม

การเลี้ยงปลาชะโอนในถังแบบระบบปิด คุณบอย ย้ำข้อดีให้ฟังว่า “ระบบปิดมันเป็นระบบที่ใช้น้ำน้อย ถ้ามองในเรื่องต้นทุนผมว่าค่อนข้างประหยัดครับ ถือเป็นระบบที่ค่อนข้างสะอาด และที่สำคัญมีพื้นที่ไม่มาก ผมเลี้ยงปลาชะโอนอยู่กับบ้าน จนมีรายได้สบายๆ ในพื้นที่ครึ่งงานรอบบริเวณบ้านของผม”

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาชะโอนในถังระบบปิด สอบถามได้ที่ คุณบอย-ราชพงศ์ เพ็งเพชร ณ หมู่บ้านจิระประภา ซอย 3 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หมายเลขโทรศัพท์ 086-930-2630
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 24 กรกฎาคม 2025
