การเลี้ยงผึ้งชันโรง
เกษตรกรวัย 57 ปี หารายได้เสริมด้วยการเลี้ยงชันโรง (ผึ้งจิ๋ว) ไว้รอบบ้านกว่า 60 กล่อง หน้าแล้งปีนี้เก็บน้ำผึ้งชันโรงขายเป็นปีแรก ในราคาถูกสุดๆ ซีซีละ 1 บาท ทำลูกค้าแห่จองล่วงหน้า จนขายแทบไม่ทัน นายอับดลรักหีม อวนข้อง (บังติ่ง) วัย 57 ปี อาศัยอยู่บ้านบางเป้า หมู่ที่ 3 ตำบลบางเป้า อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง หารายได้เสริมด้วยการเลี้ยงชันโรง หรือผึ้งจิ๋ว (ภาคใต้เรียกว่า อุง) พันธุ์ขนเงิน โดยทำกล่องสี่เหลี่ยมจากไม้กระถินณรงค์ ที่มีขนาดความยาว 1.20 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร วางไว้รอบบ้านกว่า 60 กล่อง ทั้งนี้ 1 ปีจะเก็บน้ำผึ้งชันโรงทุกๆ 3- 4 เดือน ชันโรงจะให้ผลผลิตในช่วงหน้าแล้งมากกว่าช่วงฤดูอื่นแล้ว น้ำผึ้งชันโรงช่วงหน้าแล้งยังมีรสชาติหวานเข้ม หอมละมุน อมเปรี้ยวเล็กน้อย จากเกสรดอกไม้แต่ละสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป แถมมีสีสันสวยงาม มีสรรพคุณทางยาสูง ประกอบกับไม่มีน้ำฝนมาเจือปนจึงทำให้น้ำผึ้งชันโรงช่วงหน้าแล้งเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนรักสุขภาพและลูกค้าทั่วไป จนต้องมีการสั่งจองล่วงหน้านานนับเดือนกันเลยทีเดียว โดยทั่วไป ชันโรง 1 กล่อง จะให้น้ำผึ้งประมาณ 250 ซีซี ขายซีซีละ 1 บาท โดยเคาะให
“น้ำผึ้ง” ที่รู้จัก หลักๆ มาจากผึ้ง 3 ชนิด คือ ผึ้งชันโรง (แมงโลม) ส่วนใหญ่คนยังไม่ค่อยรู้จักอยู่ตามธรรมชาติ ตามบ้าน โรงเรียน วัด เป็นผึ้งที่ไม่มีเหล็กใน ผึ้งโพรงทำรังอยู่ตามบ้าน สวน และผึ้งพันธุ์ที่คัดสายพันธุ์ดีนำมาเลี้ยงกันแพร่หลาย ที่จังหวัดตราดมีการเลี้ยงผึ้งทั้ง 3 ชนิดมานานแล้ว แต่ไม่จริงจัง จนกระทั่ง คุณชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ให้ความสนใจส่งเสริมการเลี้ยงตั้งแต่ปี 2565 ได้เริ่มเห็นความสนใจการเลี้ยงผึ้งกันมากขึ้น และเมื่อเดือนกันยายน 2566 มีการรวมตัวกันในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดตั้ง “สมาคมคนเลี้ยงผึ้งภาคตะวันออก” (Eastern Beekeepers Asssociation) ส่งเสริมการเลี้ยง ผึ้งชันโรง ผึ้งโพรง ผึ้งพันธุ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและสร้างมูลค่า เพราะสภาพแวดล้อมของจังหวัดตราดมีความเหมาะสม ทั้งแหล่งเกสร แหล่งอาหาร และความต้องการภาคเกษตรกรรมที่ต้องการใช้ผึ้งผสมเกสร และสมาคมฯ เตรียมชู น้ำผึ้งดอกเสม็ดขาว อัตลักษณ์น้ำผึ้งจังหวัดตราด เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เมตตาธรรมชวนเลี้ยงผึ้งชันโรง คนต้นแบบ “มานพ ทองศรีสมบูรณ์” คนต้นแบบเลี้ยงผึ้งชันโรง คุณมานพ ทองศรีสมบูรณ
“น้ำผึ้ง” นับเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพที่ขายดี ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพราะน้ำผึ้งถือเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ช่วยต้านทานโรคต่างๆ ได้ดี ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจบริโภคน้ำผึ้งเพื่อรักษาสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้น้ำผึ้งได้รับความนิยมมากขึ้น Beesanc “สวรรค์ของผึ้ง” รศ.ดร. อรวรรณ ดวงภักดี หัวหน้าศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร หรือ Bee Park มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจร.) จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางศูนย์วิจัยฯ ได้นำองค์ความรู้เรื่องผึ้งจากงานวิจัยไปต่อยอดขยายผลเรื่องการสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนด้วยการเลี้ยงผึ้งและชันโรงกระจายสู่ชาวบ้านทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อ Beesanc Model ซึ่งเป็นแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพื่อแก้ปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้การบริหารจัดการของภาคธุรกิจบวกกับความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมสังคมเป็นกลไกหลักในการกระบวนการผลิต พัฒนา สร้างน้ำผึ้งพื้นเมืองมูลค่าสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โมเดลการเลี้ยงผึ้ง Beesanc มีความหมายว่า “สวรรค์ของผึ้ง” มาจากการรวมกันของคำว่า Bee ที่
ผู้คนส่วนใหญ่ รู้จัก “จังหวัดสงขลา” ในฐานะแหล่งท่องเที่ยว และศูนย์กลางการค้าสำคัญของภาคใต้ ความจริง จังหวัดสงขลา เป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร มีพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน นาข้าว พืชผักผลไม้และสินค้าประมง สร้างอาชีพและทำรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรจำนวนมากมาอย่างยาวนาน สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและอนุรักษ์พืชประจำถิ่น หรือพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลามากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมการปลูกพืชในประเทศ ซึ่งเป็นพืชอัตลักษณ์และพืชทางเลือกใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น พืชอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา สำหรับพืชอัตลักษณ์ของจังหวัดสงขลา จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าขายดี เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป ได้แก่ 1. จำปาดะสะบ้าย้อย 2. ละมุดเกาะยอ, ละมุดบางกล่ำ 3. กาแฟสะบ้าย้อย 4. ทุเรียนพื้นบ้านนาหม่อม 5. ส้มโอหอมหาดใหญ่ 6. ส้มจุกจะนะ 7. มะม่วงเบาสิงหนคร ส่วนพืชเศรษฐกิจที่เป็นทางเลือกใหม่ ได้แก่ 1. มะละกอฮอลแลนด์ 2. กล้วยหอมทอง 3. พุทรานมสด 4. ชมพู่ทับทิมจันทร์ 5. เมล่อน 6. มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง 7. มันเทศญี่ปุ่น เป็นต้น สวา (ละมุด) สงขลา อร่อยมา
