การเลี้ยงวัว
ผมเคยเขียนไปแล้วว่าผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเจ้าของธุรกิจนำเข้าน้ำเชื้อวัว นำเข้าอุปกรณ์หลากหลายชนิดที่เกี่ยวกับวัว รวมทั้งมีฟาร์มวัวเนื้อขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจมานานหลายสิบปี ท่านได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจวัวเนื้อ วัวนมในบ้านเราให้ฟังหลายต่อหลายเรื่อง เรื่องหนึ่งที่สะกิดใจผมก็คือ เรื่องของธุรกิจวัวเนื้อของเมืองไทยในอนาคต ท่านฟันธงไว้ว่า การเลี้ยงวัวเนื้อไล่ทุ่งจะหายไป การเลี้ยงวัวเนื้อในระบบฟาร์มปิดจะทยอยเข้ามาแทนที่เหมือนกับที่เกิดขึ้นแล้วในธุรกิจหมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ ในบ้านเรา ดังนั้น ในอนาคตท่านชี้ว่าเราจะไม่เห็นวัวฝูงใหญ่เดินหากินหญ้าตามข้างถนน อาจจะเห็นพี่น้องเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงวัวบ้านละ 2-3 ตัว ไว้เป็นอาชีพเสริม แต่เกษตรกรที่เลี้ยงวัวเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงวัวจำนวนมากจะต้องทำเป็นฟาร์มระบบปิด เนื่องด้วยมาตรฐานการผลิตอาหาร มาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากมายในอนาคต พื้นที่ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำการเกษตรก็ปรับเปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้จะส่งผลถึงพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฉบับนี้ผมจึงอาสาพาท่านไปพบกับเกษตรกรที่เลี้ยงวัวในเมือง เล
การเลี้ยงวัวก็เหมือนกับกระปุกออมสินมีชีวิต ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง เวลาเดือดร้อนก็สามารถเป็นเงินเก็บไว้คอยช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังได้ขี้วัวหรือปุ๋ยคอกเอาไว้เป็นปุ๋ยในไร่นาและจำหน่ายเป็นรายได้อีกด้วย คุณขจร แสงศรีเรือง หรือ คุณสีโก อายุ 45 ปี เรียนจบปริญญาตรี สาขาสัตวบาล จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออก และอดีตผู้จัดการฟาร์ม ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ที่ 2 บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โทร. 081-407-8882 คุณขจร กล่าวว่า การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์นั้นในตอนแรกต้องขนขี้วัวออกจากคอกเอามาเทกองไว้ให้ผสมกับใบไม้ทิ้งไว้ประมาณ 1 ปี ขี้วัว ใบฉำฉาจะนำมากองไว้ เราเอามาเทลง ความชื้นดูดลงดิน เราใช้เวลา 1 ปี แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เดือน 3 คนจะเอาขี้วัวขี้ควายไปใส่นาแล้วจะไถกลบทำนาเดือน 6 อีก 3 เดือน ช่วงเดือนสิงหาคมข้าวก็จะตั้งต้นงาม แต่ละวันจะได้ปุ๋ยเท่าไหร่ วัว 1 ตัวจะกินหญ้า 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว หากวัวหนัก 400 กิโลกรัมจะกินหญ้า 40 กิโลกรัมต่อวัน วัว 8 ตัวจะได้ขี้วัว 200 กิโลกรัม (เปียก) ต่อวัน จะเหลือครึ่งต่อครึ่งขายมวลแห้ง แต่จะเหลือจริงๆ ประมาณ 80 กิโลกรัม (ผสมกับใ
