การเลี้ยงหมูหลุม
ครูอินสอน สุริยงค์ แห่งศูนย์เกษตรธรรมชาติแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เลี้ยงสัตว์แบบสัตว์อินทรีย์ปลอดเคมีและไร้กลิ่น ได้ผลผลิตคุณภาพดี ขายได้ราคาสูงอีกต่างหาก ครูอินสอนเลี้ยงไก่โดยใช้ปุ๋ยหมักที่ผลิตขึ้นเองผสมอาหารให้ไก่กินเลย ส่วนน้ำก็ใช้ผสมด้วยจุลินทรีย์เพื่อดับกลิ่น หรือถ้ามีกลิ่นเหม็นก็ใช้ปุ๋ยหมักโรยให้ทั่วเพราะเป็นจุลินทรีย์แห้งก็จะช่วยย่อยสลาย แทนที่จะเป็นมูลสัตว์ที่มีแก๊สหรือแก๊สไข่เน่าต่างๆ จุลินทรีย์ต่างๆ ก็จะช่วยย่อยสลาย เมื่อมูลสัตว์มากพอก็นำมากองรวมกันใช้ทำปุ๋ยได้อีก ส่วนวัคซีน ครูอินสอนจะให้ตั้งแต่ตอนไก่ยังเล็กๆ เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ในส่วนนี้จะใช้สมุนไพร เช่น ตะไคร้หอม จุลินทรีย์ กระเทียม ผสมน้ำให้ไก่กิน เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค ครูอินสอนจะซื้อพันธุ์ไก่ตัวเล็กๆ ในราคาตัวละ 5 บาท ใช้เวลาเลี้ยง 70 วัน ก่อนขายในราคาตัวละ 65 บาท มีต้นทุนการเลี้ยงตัวละ 20 บาท แต่ละวันครูอินสอนสามารถขายไก่ได้วันละประมาณ 3,000 บาท การเลี้ยงไก่ต้องเลี้ยงเป็นรุ่นๆ ต่อกันเพื่อให้มีรายได้ตลอดปี ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ต้องมีรายได้ทุกวัน ถ้าซื้อไก่มารุ่นเดียวกันหมด จะสู้ค่าอาหารไม่ได้ เพราะไก่กินจุมาก วันห
การเลี้ยงหมูหลุม เป็นอีกช่องทางที่สามารถช่วยลดในเรื่องของกลิ่นได้ดี เพราะการเลี้ยงจะเน้นใส่แกลบลงไปภายในเล้า จึงทำให้ของเสียที่เกิดจากการขับถ่ายของหมู ซึมลงไปด้านล่างทำให้ไม่มีกลิ่นส่งออกมารบกวน คุณสุธี ทัศนสุนทรวงศ์ เกษตรกรจังหวัดราชบุรี ได้ปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงหมูแบบเดิม มาเลี้ยงเป็นหมูหลุม ซึ่งการเลี้ยงด้วยวิธีนี้ยังช่วยประหยัดต้นทุนได้ดี โดยเฉพาะการใช้น้ำ ที่ไม่ต้องหมั่นฉีดทำความสะอาดในทุกๆ วัน แบบการเลี้ยงด้วยวิธีการเดิม ในเรื่องของตลาดลูกค้าบอกกันไปปากต่อปาก จึงทำให้หมูหลุมภายในฟาร์มเป็นที่รู้จักของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง กำลังผลิตไม่พอขายต่อความต้องการของตลาด
สวัสดีค่ะ รันตีขอรายงานตัว พาท่านเยี่ยมชมสวนเกษตรอินทรีย์ที่ทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างลงตัว สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย พี่น้องท่านใดสนใจจ้องๆ มองๆ ลองหาวิถีการเกษตรที่จะเลี้ยงตัวและครอบครัวได้ตามรันตีไปดูตัวอย่างดีๆ กัน เกษตรอินทรีย์แบบเกษตรผสมผสาน ก่อนอื่นรันตีขอทำความเข้าใจกับผู้อ่านท่านผู้เจริญก่อนนะคะ ระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ (Organic agriculture) นั้นเป็นการทำการเกษตรแบบธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีใดๆ เป็นการพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ส่วนการทำการเกษตรแบบผสมผสานก็คือ การทำการเกษตรที่มีกิจกรรมการเกษตรตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไป โดยการทำการเกษตรทั้งสองกิจกรรมนั้นต้องทำในพื้นที่และระยะเวลาเดียวกัน การทำการเกษตรนั้นจะต้องเกื้อกูลประโยชน์ระหว่างกิจกรรมเกษตรต่างๆ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในระบบเกษตรแบบผสมผสานนั้นเกิดขึ้นทั้งจากวงจร ดังนั้น การทำเกษตรอินทรีย์ในลักษณะเกษตรผสมผสานจึงเป็นการทำการเกษตรหลายอย่าง ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ไปพร้อมๆ กันในพื้นที่เดียวกัน การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์นั้นต้องเกื้อกูลกัน เช่น มูลสัตว์เอาไปทำปุ๋ยคอก ผัก ผลไม้ เหลือจากขายเอามาใช้เลี้ยงสั
