การเลี้ยงไก่ชน
ไก่ชนหรือไก่พื้นเมือง เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความสนใจของคนไทย เพราะจะเห็นได้จากทุกภูมิภาคมีการเลี้ยงกันอย่างกว้าง ซึ่งผู้ที่สนใจในการเลี้ยงไก่ชนบางรายเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริม แต่เมื่อเลี้ยงไปเรื่อยๆ และได้ทำในสิ่งที่รัก ทำให้สามารถขยับขยายการเลี้ยงจนทำเป็นอาชีพหลักเกิดรายได้อย่างดี พร้อมทั้งมอบความจริงใจให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนเหมือนกับตนเองอีกด้วย คุณเทิดศักดิ์ ชาญเฉลิมนาวี อยู่บ้านเลขที่ 98/4 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เริ่มเลี้ยงไก่ชนเพราะชื่นชอบมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เมื่อมีโอกาสจึงได้มาเริ่มเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมที่ทำไปพร้อมกับงานประจำ สร้างความสุขหลังจากเลิกทำงานประจำในทุกๆ วัน ไก่ชน สัตว์เลี้ยง เป็นสัตว์เลี้ยงที่สนใจ คุณเทิดศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า สมัยที่ยังเป็นเด็กและว่างจากวันหยุดเรียนในช่วงเสาร์อาทิตย์ จะใช้เวลาในช่วงวันหยุดเหล่านั้นมาเลี้ยงไก่ชน และเมื่อฝึกไก่ชนที่เลี้ยงจนเก่งก็จะนำไปชนร่วมกับเพื่อนๆ หลังจากเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ได้ย้ายไปเรียนยังพื้นที่อื่นที่ไกลจากบ้านเกิดออกไป จึงทำให้ต้องหยุดเลี้ยงไก่ชนที่ชอบไปด้วย และเมื่อสำเร็จการศึ
ไก่ชน ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยยังเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ จะเห็นได้จากบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และวรรณคดีพื้นบ้านในหลายๆ เรื่อง ที่มีการพูดถึงการละเล่นของไก่ชนอยู่บ้าง จึงทำให้การเลี้ยงไก่ชนเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในสายเลือดของคนไทยเลยก็ว่าได้ มิหนำซ้ำยังสร้างรายได้และความเพลิดเพลินแก่ผู้เลี้ยงอีกด้วย คุณสมชาย อินเกิด อยู่บ้านเลขที่ 135/2 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นเกษตรกรที่เห็นการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์เลี้ยงที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด ส่งผลให้สัตว์ชนิดนี้เป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ทำให้เขาสามารถมาสร้างเป็นอาชีพต่อไปได้ โดยที่เขาได้กลับมาสืบสานการเลี้ยงไก่ชนต่อจากคุณพ่อ และเกิดเป็นรายได้มาจนถึงทุกวันนี้ คุณสมชาย เล่าให้ฟังว่า เริ่มเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยผู้ที่ริเริ่มเป็นท่านแรกของครอบครัวก็คือคุณพ่อ โดยช่วงที่เขาเรียนอยู่นั้นก็จะใช้เวลาว่างเสาร์อาทิตย์มาดูไก่ชนที่คุณพ่อเลี้ยง เมื่อโตขึ้นก็ได้มาเลี้ยงไก่ชนต่อจากคุณพ่อเลยในทันที โดยทำการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เองบ้าง พร้อมทั้งหาซื
ไก่ชนหรือไก่พื้นเมือง คงน่าจะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความสนใจของคนไทย เพราะจะเห็นได้จากทุกภูมิภาคมีการเลี้ยงกันอย่างกว้าง ซึ่งผู้ที่สนใจในการเลี้ยงไก่ชนบางรายเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริม แต่เมื่อเลี้ยงไปเรื่อยๆ และได้ทำในสิ่งที่รัก ทำให้สามารถขยับขยายการเลี้ยงจนทำเป็นอาชีพหลักเกิดรายได้อย่างดี พร้อมทั้งมอบความจริงใจให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนเหมือนกับตนเองอีกด้วย ซึ่งการเลี้ยงไก่ชนในสมัยนี้นิยมนำมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยผ่อนคลายยามว่างจากงานประจำแล้ว ยังสามารถสร้างเงินเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย จึงทำให้ไก่ชนที่เป็นสัตว์ปีกชนิดนี้นอกจากจะสร้างความสุขแล้วยังเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังมีการเลี้ยงกันมากที่สุด คุณนิวัฒน์ พุ่มมรดก อยู่บ้านเลขที่ 27/2 ตำบลกง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์เลี้ยงที่เขาชื่นชอบและอยู่ในสายเลือด ต่อมาเมื่อมีโอกาสจึงสร้างฟาร์มขึ้นมาเป็นของตนเองและพัฒนาการเลี้ยงอยู่เรื่อยๆ จนทำให้ไก่ภายในฟาร์มเป็นที่ติดตลาดและสามารถสร้างร
“เรามองเห็นว่าการเลี้ยงไก่ชนสามารถประกอบอาชีพได้ เพราะเราเห็นไก่ชนในชุมชนของเรา ที่ชาวบ้านเขาเลี้ยงกันนั้น เขาไม่ได้ทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง เราจึงมาพัฒนาและทำตลาดเอง โดยเน้นทางออนไลน์” คุณพรมนัส จุมปา หรือ มด สาวน้อยวัย 24 ปี แห่งตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ผู้หลงใหลในไก่ชน อดีตเธอเป็นสาวพีอาร์ประจำร้านฟิตเนสในจังหวัดพะเยา แต่ด้วยงานประจำไม่มีเวลาและรายได้คงตัว เธอจึงตัดสินใจหันหลังให้กับงานประชาสัมพันธ์ และผันตัวมาเลี้ยงไก่ชนจำหน่าย ซึ่งแต่ละเดือนสามารถรายได้ให้กับครอบครัวเดือนละ 20,000-100,000 บาท คุณมด เล่าให้ฟังว่า ในช่วงวัยเด็กวิถีชีวิตบริเวณรอบๆ หมู่บ้านจะมีการเลี้ยงไก่ชนกันทุกครัวเรือน ซึ่งครอบครัวของตนเองก็เลี้ยงด้วย (คุณพ่อ) ทุกๆ เช้าก่อนไปโรงเรียนคุณพ่อจะใช้เธอทำหน้าที่ให้ข้าวไก่ชนทุกวัน ทำให้มีความคุ้นเคย ซึ่งหลังจากที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ตัวเธอยังไม่สนใจกับอาชีพการเพาะเลี้ยงไก่ชน เธอเลือกเส้นทางไปเป็นลูกจ้างรับค่าแรงวันละ 300 บาท อยู่ในตัวเมืองจังหวัดพะเยา “ก่อนหน้านี้เรียนเลขานุการอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคพะเยา เรียนจบมาก็ไปทำงา
ถ้าเอ่ยชื่อ กิตติพงษ์ เต็มยงค์ ชาวขอนแก่น โดยเฉพาะคนในเขตอำเภอเมือง จะคุ้นชื่อแน่นอน แม้จะไม่ได้เป็นคนดังระดับซุปเปอร์สตาร์ แต่ก็ทำงานในวงการข้าราชการการเมืองมาเกือบทุกระดับ ตั้งแต่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไล่ตำแหน่งหน้าที่ก้าวขึ้นไปตามลำดับ มีโอกาสได้จับเข่าคุย ทำให้รู้ลึกซึ้งว่า คุณกิตติพงษ์ ไม่ใช่ข้าราชการการเมืองที่มุ่งหวังแต่ประโยชน์ทางตำแหน่งหน้าที่ แต่เพราะมีพื้นฐานทางด้านเกษตร และเห็นว่า เกษตร คือตัวบ่งชี้ความสุขของประชาชน พื้นฐานที่บ่มเพาะให้คุณกิตติพงษ์เจริญรอยตามคือ คุณพ่อ ที่เคยทำงานในสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่นมาก่อน และคุณแม่ที่เคยทำสวนมะลิซ้อน ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่นรายแรก แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้ทำแล้วทั้งสองท่าน แต่ก็สืบทอดมาทางพันธุกรรมให้กับคุณกิตติพงษ์เต็มสายเลือด ปี 2535 คุณกิตติพงษ์ กลับจากต่างประเทศ คุณพ่อชวนลงทุนนำเข้าโคสายเลือดนอก เพื่อมาเพาะเลี้ยงในไทย ขายเป็นพ่อพันธุ์และขุนเนื้อขาย การนำเข้าในยุคนั้น เรียกได้ว่า เป็นกลุ่มแรกๆ ที่นำเข้าโคพ่อพันธุ์ฮินดูบราซิล จนเป็นที่ฮือฮาในวงกว้างระดับประเทศ แต่ท้ายที่สุดโคสายพันธุ์นี้ก็ไม่ได้ช่วยฟื้นตลาดเนื้อโคในเมืองไทย
