การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร
เลขากองทุนฯ สั่งสาขาจังหวัดปิดประกาศรายชื่อเกษตรกรได้สิทธิ์ปรับโครงสร้างหนี้ตามมติ ครม. 50,621 ราย ย้ำเร่งรัดสาขาใช้จ่ายงบกลางปี 65 ให้ถูกต้อง แล้วเสร็จตามกำหนด วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2565 ที่ห้องประชุมโรงแรมเซนทรารา อุดรธานี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้กล่าวมอบนโยบายการทำงานด้านการใช้จ่ายงบกลางปี 2565 และการดำเนินงานตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ให้แก่หัวหน้าสำนักงานและพนักงานสาขาจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 สาขา โดยกำชับให้สาขาจังหวัดออกคำสั่งสำนักงานปิดประกาศรายชื่อเกษตรกรสมาชิกที่ได้สิทธิ์ปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง จำนวน 50,621 ราย เพื่อให้เกษตรกรและองค์กร ที่สมาชิกสังกัดรับทราบ และมารายงานตัวเข้าร่วมโครงการตามแนวทางที่สำนักงานกำหนด นายสไกรกล่าวว่า สำนักงานสาขาจังหวัด ต้องเร่งปิดประกาศรายชื่อเกษตรกรและองค์กรที่สังกัด เพื่อให้รับรู้และเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการ ซึ่งสำนักงานได้เตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินงานไว้แล้ว เช่น การทำแบบรายงานตัวเข้าร่วมโครงการ การทำแบบรายงานตัวเข้าร่วมการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ (ผก. 1/4) และแ
วันอังคารที่ 1 มีนาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติงบประมาณกลางปี 2565 ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 2,000 ล้านบาท ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกองทุนฟื้นฟูฯ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองประธานกองทุนฟื้นฟูฯ และ ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกรสมาชิก กฟก. สำหรับงบประมาณที่ได้รับในครั้งนี้ เนื่องจาก กฟก. มีงบประมาณไม่เพียงพอเพราะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2565 จึงจำเป็นต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณจากงบกลางประจำปี พ.ศ. 2565 เพื่อมาดำเนินการภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรดังนี้ 1. งบประมาณจำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรจำนวน 3,425 ราย 4,416 สัญญา 2. งบประมาณจำนวน 269,617,500 ล้านบาท เพื่อนำไปฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรสมาชิกองค์กร และ 3. งบประมาณจำนวน 230,382,500 ล้านบาท เพื่อบริหารสำนักงา
นายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือ กฟก. เปิดเผยว่า จากที่มีพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร เพราะส่งผลให้การดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เป็นไปด้วยความคล่องตัว โดยเฉพาะกรณีแก้ปัญหาหนี้ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน และได้นำมาสู่การออกระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรว่าด้วยการจัดการหนี้ของเกษตรกร กรณีหนี้ที่มีบุคคลค้ำประกันพ.ศ. 2563 ที่ทำให้กองทุนฟื้นฟูฯ มีอำนาจในการเข้าไปแก้ไขหนี้ที่เกิดจากอาชีพการเกษตรด้วยการกู้ยืมโดยใช้บุคคลค้ำประกัน จากสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่น สหกรณ์ ธกส. ธนาคารพาณิชย์ และนิติบุคคล รวมทั้งธนาคารของรัฐ เป็นต้น “ ทั้งนี้ตามกฎหมายเดิมนั้น ไม่ได้ครอบคลุมถึงหนี้ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน ทำให้กองทุนฟื้นฟูฯจัดการได้เฉพาะหนี้ที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน พอรัฐบาลได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้ผลักดันให้แก้กฎหมายจนสำเร็จ และส่งผลให้กองทุนฟื้นฟูฯเข้าไปแก้ไขปัญหาหนี้บุคคลค้ำประกันได้ ดังนั้นจึงขอฝาก
