การแปรรูปโกโก้
หลังจากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน คุณมนูญ ทนะวัง เจ้าของ Cocoa Valley ตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพใหม่จากศูนย์ ด้วยการปลูก “โกโก้” พืชเศรษฐกิจที่เขาหลงใหล จากความชอบในรสชาติของช็อกโกแลต จึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เขาเลือกทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มตัว ในสวนมีการปลูกโกโก้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไอเอ็ม 1, เอิร์ทเซฟ เนวี 1 และชุมพร โดยจัดการแปลงปลูกแบบแยกโซน ใช้ต้นกล้าอายุ 3 เดือนขึ้นไป ระยะปลูก 3×3 เมตร และให้ความสำคัญกับระบบน้ำอย่างเพียงพอ “โกโก้เป็นพืชที่ต้องการน้ำ หากขาดน้ำเพียงไม่กี่วันก็จะส่งผลต่อการออกดอกติดผล” ภายหลังจากดูแลอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี โกโก้ในสวนก็เริ่มให้ผลผลิตเต็มที่ สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยคุณมนูญเลือกใช้วิธีปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีใดๆ ใช้เพียงปุ๋ยคอกและเศษหญ้าเป็นอินทรียวัตถุในดิน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพสูง สามารถเก็บมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดเป็นรายได้ให้กับคุณมนูญได้เป็นอย่างดี คุณมนูญ ทนะวัง และภรรยา คุณมนูญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานบริษัทเอกชน แต่รู้สึกว่าการทำงานยังไม่มีความสุขตรงกับที่ใจชอบ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดที
จุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์คาเคาโอ้-โกโก้ คุณธันย์ปวัฒน์ เศวตภัทรวาทิน ประธานวิสาหกิจชุมชนโกโก้ระนอง และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท คาเคาโอ้-โกโก้ จำกัด กับจุดเริ่มต้นที่อยากกลับมาพัฒนาชุมชน ในปี 2563 คุณธันย์ปวัฒน์ หรือ คุณหนุ่ย ได้คิดอยากจะทำธุรกิจที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชน ซึ่งพื้นฐานของคุณหนุ่ยก็เป็นลูกหลานเกษตรกร จึงอยากทำธุรกิจเพื่อชุมชน และสร้างให้พื้นที่ที่บ้านเราเห็นถึงความยั่งยืน คุณหนุ่ย เล่าว่า “ในอดีตจากที่ผมเป็นลูกหลานเกษตรกรปลูกโกโก้ เรียกว่าเคยช่วยพ่อโค่นต้นโก้โก้ทิ้งเมื่อ 30 ปีที่แล้วนะครับ หลังจากนั้นเมื่อปี 63 ผมได้กลับมา และศึกษาเกี่ยวกับการปลูกโกโก้ ด้วยการรื้อฟื้นการปลูกโกโก้ขึ้นมาใหม่ในจังหวัดระนอง และก็ก่อตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชนโกโก้จังหวัดระนอง” ปัจจุบันโกโก้ที่ปลูกเป็นสายพันธุ์ลูกผสมชุมพร 1 แล้วก็สายพันธุ์ท้องถิ่นเดิมที่มีอยู่ในภาคใต้มา 30 กว่าปีแล้ว เป็นโกโก้ท้องถิ่นของเรา จุดเด่นของที่คาเคาโอ้โกโก้ทำก็คือ การสร้างอัตลักษณ์ให้กับโกโก้แต่ละจังหวัด ซึ่งคุณหนุ่ยได้สร้างเครือข่ายโกโก้จากการรับซื้อโกโก้จากเกษตรกรในพื้นที่ และในอีก 6 ภาคของประเทศ จากเกษตรกรโดยรับซื้อกับกลุ่
นายพงษ์พันธ์ จงรักษ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เยี่ยมชมงานสวนครูเชาว์โชว์ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของ นายเชาวรัตน์ รักษาพล ที่ดำเนินงานด้านเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ 15 ไร่ ได้แก่ การทำนา สวนมะพร้าวน้ำหอม สวนส้มโอทับทิมสยาม และการเลี้ยงปลา โดยสวนมีจุดเด่นคือ เป็นผู้พัฒนาคุณภาพส้มโอทับทิมสยามเกรดพรีเมียม จนได้รับการการันตีให้เป็นผลผลิตที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคาดี โดยมีการส่งผลผลิตจำหน่ายในประเทศ ทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านหน้าสวนและออนไลน์ นอกจากนี้ ทางสวนยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ในการเปิดสวนให้กับผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้และเสริมสร้างองค์ความรู้ในการทำเกษตรผสมผสานด้วยการสอนอาชีพในการปลูกพืชและผลไม้กว่า 28 สายพันธุ์ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม One More Thai Craft Chocolates ที่ดำเนินงานด้านการแปรรูปโกโก้ โดยยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสวนโกโก้ดั้งเดิมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปสู่ผลิตภัณฑ์คราฟต์ช็อกโกแลต โดยมีแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสังคมและชุมชนเป็นหลัก ทำให้ One More Thai Craft Chocolates ได้รับเชิญ
จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ ทำให้หลายคนต้องกลับมาอยู่ยังบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นใหม่กับการทำอาชีพอื่นๆ โดยนำองค์ความรู้ที่ได้จากสายงานเก่ามาเริ่มต่อยอดธุรกิจของครอบครัว โดยใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่แล้วมาสร้างเป็นสินค้าที่แปรรูป จนเกิดเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น และสามารถสร้างเป็นแบรนด์ส่งขายทำตลาดออนไลน์ได้เป็นอย่างดี คุณอุไรวรรณ ลังกาตุง เจ้าของร้านฮักเฉาก๊วย&โกโก้งาว อยู่บ้านเลขที่ 48/3 หมู่ที่ 4 ตำบลหลวงเหนือ อำเภองาว จังหวัดลำปาง เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้เธอต้องกลับมาอยู่บ้านเกิดอย่างไม่มีกำหนด ในช่วงแรกเกิดมีความท้อใจแต่ไม่ท้อถอยในโชคชะตา จึงได้นำเงินเก็บมาลงทุนเปิดร้านและแปรรูปผลผลิตจากโกโก้ที่ครอบครัวปลูกจนประสบผลสำเร็จและสร้างแบรนด์เป็นสินค้าจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์ได้เป็นอย่างดี คุณอุไรวรรณ เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วเธอทำงานเป็นพนักงานโรงแรม เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มเข้ามาภายในประเทศ ทำให้สถานประกอบการที่เธอทำอยู่ได้รับผลกระทบจึงเป็นเหตุให้เธอต้องย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดยังจังหวัดลำปาง และมองหาอา
