การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้หลายคนเริ่มจะขาดรายได้ บางคนตกงานกลับบ้านเกิด ซ้ำร้ายที่บ้านเกิดตัวเองยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพราะมองไปที่ไหนร้านค้าก็ซบเซาไร้ลูกค้ามาซื้อของ ไม่คึกคักดังเดิม แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับมาพบว่า ภายในบ้านเลขที่ 287 หมู่ที่ 1 บ้านธาตุสบแวน ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นบ้านของข้าราชการสาวสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้เวลาหลังเลิกงานมาเพาะเลี้ยงด้วงสาคู โดยเป็นเกษตรทางเลือกใหม่ที่สามารถส่งขายในพื้นที่ รวมทั้งยังสามารถโกอินเตอร์ที่เวลานี้ทาง EU เตรียมอ้าแขนรับด้วย ด้วงสาคู เป็นแมลงกินได้ที่มาแรง มีการเพาะเลี้ยงกันมากในแถบจังหวัดภาคใต้ เป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนัก ขายได้ราคาดี เป็นแมลงเศรษฐกิจที่น่าสนใจทั้งในด้านการเพาะเลี้ยง ซึ่งมีวงจรชีวิตสั้นและนำไปบริโภคเช่นเดียวกับแมลงชนิดอื่นๆ สำหรับด้วงสาคู หรือด้วงลาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ Rhynchophorus ferrugi
กรมหม่อนไหมเดินหน้าให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เพื่อยกระดับการผลิตผ้าไหมของประเทศไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มมูลค่าผ้าไหม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค มีผ้าไหมไทยที่ได้รับการรับรองมากกว่า 200,000 เมตร/ปี คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากความต้องการใช้ผ้าไหมที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งตลาดในประเทศ อันเนื่องมาจากนโยบายส่งเสริมรณรงค์การใช้ผ้าไทยในทุกโอกาส รวมถึงตลาดต่างประเทศซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่มีความนิยมต่อสินค้าในเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ส่งผลให้การผลิตเส้นไหม ซึ่งเป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการทอผ้า ไม่เพียงพอต่อความต้องการ นำมาซึ่งการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาคือ เส้นไหมนำเข้าบางส่วน “ด้อยคุณภาพ” ส่งผลต่อคุณภาพผืนผ้า และสืบเนื่องไปยังสินค้าแปรรูปอื่นๆ ที่มีผ้าไหมนั้นๆ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งประการสำคัญคือ ส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของผ้าไหมไทย เนื่องจากมักมีการแอบอ้างว่าเป็น “Thai Silk” จากกรณีดังกล่าว สมเด็จพร
กรมหม่อนไหมปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ในขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและวัสดุอุปกรณ์การผลิตผ้าไหม ด้วยการตรวจประเมินทางไกล ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร ตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กรมหม่อนไหมได้ปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) จากเดิมที่ผู้ตรวจประเมินมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ต้องมีการตรวจประเมินทุกขั้นตอนในสถานที่ผลิตจริง มาเป็นการตรวจประเมินทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในบางขั้นตอน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่ต้องการขอการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) สอดคล้องกับมาตรการการป้องการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับรูปแบบวิธีการตรวจประเมินผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในขั้นตอนการตรวจประเม
