กำจัดผักตบชวา
ปี 2559 ประเทศไทยประสบปัญหาผักตบชวาแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ในแถบที่ราบลุ่มภาคกลาง ส่งผลต่อการระบายน้ำไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลจึงจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องกำจัดผักตบชวา แม้ระดมงบประมาณในการแก้ปัญหา แต่ไม่สามารถกำจัดผักตบชวาได้หมด จึงเกิดความร่วมมือ ประชารัฐ ระหว่างชาวบ้านริมคลองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อร่วมมือเก็บผักตบชวาให้หมดไปจากแม่น้ำ ลำคลอง กศน.อำเภอภาชี ในสังกัด สำนักงาน กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าและการนำผักตบชวามาใช้ประโยชน์อย่างครบวงจร ได้แก่ ผ้าทอมือผักตบชวา จานผักตบชวา กระดาษผักตบชวา อาหารแปรรูปจากผักตบชวา ปุ๋ยอินทรีย์ และเครื่องจักสานต่างๆ เพื่อเป็นการกำจัดผักตบชวาในแนวทางประชารัฐ และก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับประชาชน ในรูปแบบศูนย์บริหารจัดการผักตบชวาครบวงจร ฐานการเรียนรู้ผักตบชวา “Zero West” ในโครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ ของอำเภอภาชี ในอดีต ชาวบ้านในชุมชน ซึ่งอาชีพหลักส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม และประกอบอาชีพทอผ้า อาชีพรองคือค้าขาย รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 5,956.41 บาทต่อเดือน จากมีก
กรมชลคิดสารละลาย สวพ.62-RID No.1กำจัดผักตบชวา ต้นทุนต่ำไร้สารตกค้างขจัดปัญหาขาดแคลนแรงงานคน”อบต.-เทศบาล”สนใจแห่ขอใช้ก่อนน้ำหลาก นางธัญลักษณ์ แต่บรรพกุล หัวหน้าฝ่ายวัชพืช ส่วนวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของผักตบชวา (Eichhornia crassipes) สร้างปัญหาในระบบชลประทานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ การกีดขวางการไหลของน้ำ ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ลดอัตราการไหลของกระแสน้ำทำให้เกษตรกรได้รับน้ำไม่ทั่วถึง อ่างเก็บน้ำตื้นเขินจุน้ำได้น้อยลง เป็นต้นทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในแหล่งน้ำ ที่กระทบต่อการบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทาน โดยเฉพาะในฤดูน้ำหลาก ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกัน กำจัดผักตบชวา ที่ในแต่ละปีมีการระบาดอย่างรวดเร็วมากกว่า 10 ล้านตัน ในแหล่งน้ำทั่วประทศ ที่อาจจะกีดขวางทางน้ำ กรมชลประทานจึงได้คิดค้นหาวิธีการที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม เพื่อจำกัดผักตบชวาด้วยการใช้น้ำมันสกัดจากพืชตระกูลยูคาลิปตัส (1,8 -Cineole) ผสมสารกลุ่มฮอร์โมนพ
ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ลงนามความร่วมมือในโครงการนำผลงานวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปแก้ไขปัญหาผักตบชวาและสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในจังหวัดนครพนม ครอบคลุมพื้นที่ 855 ไร่ ซึ่งประสบปัญหาการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทำให้ร่องน้ำตื้นเขิน เกิดปัญหาน้ำท่วม/เน่าเสีย ส่งผลกระทบต่อการขนส่งคมนาคมทางน้ำและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี โอกาสนี้ นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว. นายสมเกียรติ ศิริตัน ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม พร้อมผู้บริหาร บุคลากรทั้งสองหน่วยงานร่วมกิจกรรม ในวันที่ 1 มีนาคม 2565 ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร Admin วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี ขอบเขตความร่วมมือของโครงการ มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและพัฒนาไปใช้ประโยชน์ในการกำจัด
ผักตบชวา นับเป็นอุปสรรคสำคัญที่สร้างปัญหาทางสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำต่างๆทั่วประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องเพราะผักตบชวาเป็นวัชพืชที่เจริญเติบโตได้ทุกสภาพน้ำ ขยายพันธุ์และแพร่กระจายตัวได้อย่างรวดเร็วจนเต็มแม่น้ำลำคลอง กีดขวางเส้นทางสัญจรทางน้ำ ทำให้ลำคลองเกิดการตื้นเขินแล้ว ยังทำให้เกิดการระเหยน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติถึง 3 – 5 เท่า นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง โดยติดตั้ง Log boom เพื่อป้องกันไม่ให้ผักตบชวาและวัชพืชไหลไปตามแม่น้ำลำคลอง ลงไปสู่พื้นที่ด้านท้ายน้ำ และง่ายต่อการจัดเก็บ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 กรมชลประทานเตรียมจัดสร้างเรือนวัตกรรมกำจัดวัชพืชขนาดเล็กเพิ่มเติมอีก 100 ลำ และจัดทำทุ่นยางพาราดักผักตบชวา จำนวน 10,404 ท่อน พร้อมจัดตั้ง 612 หน่วยทำหน้าที่กำจัดผักตบชวาและวัชพืชโดยใช้แรงงานคนและเครื่องจักรกลได้แก่ รถขุดตีนตะขาบ แบบแขนยาว จำนวน 107 คัน เรือขุดแบบปูตัก จำนวน 31 ลำ และเรือกำจัดวัชพืช จำนวน 52 ลำ โดยกำหนดรอบเวรการทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง ลดปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ
อธิบดีกกรมชลประทาน เผยความคืบหน้าการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 87 ของแผนฯ หวังลดปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในทางน้ำชลประทาน คาดแล้วเสร็จก่อนฤดูฝน ปี 2564 นี้ ตามนโยบายของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตรและสหกรณ์ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลาง พื้นที่ดำเนินการประมาณ 4,107 ไร่ ในเขตของสำนักงานชลประทานที่ 3, 4 และ 9-13 ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลาง 27 จังหวัด ปัจจุบัน สามารถกำจัดผักตบชวาและวัชพืชด้วยการใช้เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ไปแล้วกว่า 554,400 ตัน หรือร้อยละ 87 ของแผนฯ ส่วนที่ใช้แรงงานคนในการกำจัด มีผลงานคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 54 หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1,110 ไร่ คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดก่อนเข้าสู่ฤดูฝนหน้า สำหรับแนวทางการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชขวางทางน้ำนั้น กรมชลประทาน ได้ติดตั้ง Log boom เพื่อหยุดผักตบชวาและวัชพืชไม่ให้ไหลไปตามแม่น้ำลำคลอง ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บและป้องกันปัญหาผักตบชวาและ
