กำจัดศัตรูพืช
ในยุคที่เกษตรกรเริ่มหันมาปลูกพืชแบบปลอดสารพิษมากขึ้น สมุนไพรพื้นบ้าน กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการใช้สารเคมี หนึ่งในสมุนไพรที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “หนอนตายหยาก” ซึ่งมีสรรพคุณโดดเด่นในการ ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนและแมลงต่างๆ ได้ผลดีแถมปลอดภัยกับคนและสิ่งแวดล้อม รู้จักกับ “หนอนตายหยาก” หนอนตายหยาก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Derris elliptica) เป็นไม้เลื้อยที่พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณของไทย มีชื่อเรียกในแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน เช่น “กำลังช้างเผือก”, “เครือเขาหนัง”, หรือ “บงตายหยาก” นิยมใช้รากและเถ้าเป็นส่วนผสมหลักในการทำยากำจัดแมลง จุดเด่นอยู่ที่สาร โรติโนน (Rotenone) ที่มีอยู่ในรากและเปลือกลำต้น ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ในการทำลายระบบประสาทของแมลง ทำให้แมลงหยุดกิน หยุดเคลื่อนไหว และตายในที่สุด สรรพคุณในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โดยไม่ทำอันตรายต่อพืชหรือผู้บริโภค จึงเหมาะกับเกษตรอินทรีย์หรือผู้ที่ต้องการลดการใช้สารเคมีในสวนของตน หนอนตายหยากสามารถใช้ไล่และฆ่าแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด เช่น วิธีการทำน้ำหมักสมุนไพรหนอนตายหยาก ส่วนผสม วิธีทำ วิธีใช้เจือจางน้ำหมัก 1
กรมวิชาการเกษตร จัดอบรมการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยโดรนอย่างถูกต้องและปลอดภัย สำหรับภาคการเกษตร ลดแรงงาน – เพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตเกษตรกรไม้ผล นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดี กรมวิชาการเกษตร มอบหมายให้ นางช่อทิพย์ ศัลยพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม หลักสูตร “เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศัตรูพืชด้วยอากาศยาน หรือ โดรน” สำหรับไม้ผล ให้เกษตรกรเพื่อนำความรู้ที่ได้ทั้งด้านแมลงศัตรูพืช โรคพืช วัชพืช และเทคนิคการพ่นสาร ไปปรับใช้ในการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยโดรน ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จัดโดยคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์การใช้อากาศยานไร้คนขับ (drone) สำหรับการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลและผู้สนใจ เข้าร่วมการฝึกอบรมกว่า 110 คน นางช่อทิพย์ ศัลยพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กล่าวว่า สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานวิจัยด้านอารักขาพืชหลักของประเทศ ได้ศึกษาวิจัยการใช้อากาศยานทางการเกษตรในการพ่นสารป้
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอารักขาพืชและจัดการศัตรูพืชครบวงจร การันตีผลงานด้วยรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด และระดับเขต นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงบทบาทของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการอารักขาพืชและช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรจากศัตรูพืชว่า บทบาทและหน้าที่หลักของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน คือเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเกษตรกรและชุมชนให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่สำรวจ ติดตาม และประชาสัมพันธ์เตือนการระบาดของศัตรูพืชให้แก่ชุมชน และให้เกษตรกรสามารถผลิตสารชีวภัณฑ์ และศัตรูธรรมชาติใช้ควบคุมศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันสมาชิกของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ มีจำนวน 40 ราย โดยมีนายธีระวัฒน์ สงเกื้อ เป็นประธานศูนย์ฯ มีการผลิตสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ หมุนเวียนไปตามฤดูกาล ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อบิวเวอเรีย เชื้อราเมธาไรเซียม และเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ส่วนแมลงศัตรูธรรมชาติ จะ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีรายงานว่า พบการเข้าทำลายของจักจั่นอ้อยในหลายพื้นที่ที่มีการปลูกอ้อย และเริ่มพบตัวเต็มวัยจากตัวอ่อนที่อยู่ในดินเพื่อผสมพันธุ์วางไข่ ซึ่งจะสร้างความเสียหายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากอ้อย ทำให้ต้นอ้อยชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น เหี่ยว และแห้งตาย ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลงเป็นจำนวนมาก สำหรับวงจรชีวิตจักจั่น แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะไข่ โดยตัวเมียจะเจาะเส้นกลางใบอ้อยเป็นรูเล็กๆ เพื่อวางไข่ มักพบที่ใบแก่สีเขียว ประมาณใบที่ 3-5 นับจากใบล่าง จากนั้นเส้นกลางใบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อไข่ฟักกลายเป็นตัวอ่อนทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน โดยไข่ใช้เวลาฟักประมาณ 1-2 เดือน ระยะตัวอ่อนของจักจั่นในอ้อย มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับตัวเต็มวัย ต่างกันที่ตัวอ่อนในระยะแรกไม่มีปีก เมื่อลอกคราบ ปีกจะค่อยๆ ยาวออกมา ซึ่งในระยะตัวอ่อนจะเป็นระยะที่สร้างความเสียหายให้กับอ้อย โดยตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในดินที่ความลึกตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ถึง 2.5 เมตร คอยดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากอ้อย ตัวอ่อนจะมีขาคู่หน้าขนาดใหญ่สำหรับไว้ขุดดิน ตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในดินใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน
ฤดูมะยงชิดมาถึงแล้ว (เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม) … คนรักผลไม้ต้องห้ามพลาด มาเลือกซื้อ เลือกชม และชิมมะยงชิด มะปรางหวาน ผลไม้ขึ้นชื่อ ของดีเมืองนครนายกกันได้ถึงแหล่งผลิต เก็บสดๆ จากสวนมาชิมกันได้ รสชาติถูกปาก ถูกใจ ค่อยควักกระเป๋าซื้อติดมือกลับบ้าน แค่เดินทางจากกรุงเทพฯ มาง่ายๆ วันเดียวก็เที่ยวได้หลายสวน คุณปิยภัทร เจียรนัย หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ และ คุณถาวร ชูพูล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก ได้กรุณาสละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปเยี่ยมชม “สวนตาจรูญ” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “สวนตายาย” แหล่งผลิตมะยงชิดเลื่องชื่อของจังหวัดนครนายก ปลูกพืชผสมผสาน สร้างรายได้งาม “สวนตายาย” ของ ลุงจรูญ และ คุณป้าจริยา จวนเจริญ ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 10 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โทรศัพท์ 086-139-6446 ที่นี่ปลูกมะยงชิด มะปรางหวาน ประมาณ 300 ต้น มีผลผลิตเฉลี่ยปีละ 2 ตัน สวนตายายได้รับการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาช็อป ชม ชิม มะยงชิด มะปรางหวาน กระท้อนห่อ พันธุ์อีล่า และพันธุ์ปุยฝ้าย ที่ปลูกภายในสวนแ
นวัตกรรมชุมชน ของนักศึกษารายวิชาเลือกเสรี “นวัตกรรมเพื่อชุมชน” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ด้วยการบูรณาการเรียนการสอน ประยุกต์องค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมสู่ชุมชน ซึ่งห้องเรียนในครั้งนี้ ได้แก่ ชุมชนบ้านแสนสุขสกัดห้า หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี นายวิรัช โหตระไวศยะ รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เผยว่า การเรียนการสอนโดยใช้ห้องเรียนชุมชนเป็นแหล่งในการค้นคว้า เรียนรู้ องค์ความรู้ต่างๆ ได้เห็นสภาพชุมชนที่แท้จริง ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ ความต้องการของชุมชนมาเป็นโจทย์ให้นักศึกษามาพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน นอกจากนั้น นักศึกษาได้บูรณาการเชื่อมโยงข้ามศาสตร์องค์ความรู้ต่างๆ ปลายทางได้รู้การทำงานเป็นทีม Soft Skill ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรต่อสังคม เพราะฉะนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงได้สร้างรายวิชาใหม่ขึ้นมาคือ วิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน โดยมีหน่วยกิตเรียนทั้งหมด 3 หน่วยกิต เรียนในห้องเรียน 20% และอีก 80% ลงชุมชน เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของชุมชน โดยได้เปิดทำการเรียนการสอน ปีการศึกษา 2562 เป็นปีแรก โดยคณาจารย์ที
