ขยะอาหาร
ในทุกๆ กระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมอาหาร สิ่งที่หลายคนมองว่าเป็น “ขยะอาหาร” อาจมีสัดส่วนสูงถึงครึ่งหนึ่งของวัตถุดิบทั้งหมด แต่กลับไม่เคยถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ TMA Agri-Food Community ภายใต้ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เล็งเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ จึงจัดงาน Agri-Food Forward Meetup #2: Waste to Value through Powder Engineering ครั้งที่ 2 เพื่อมองศักยภาพของทรัพยากรส่วนเกินจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาระในการกำจัดทิ้ง แต่สามารถเปลี่ยนเป็น “แหล่งรายได้ใหม่” ได้ในอนาคต หากมีเทคโนโลยีและมุมมองที่ถูกต้อง นายตรีรัตน์ ทักษสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอส.เค. เอนจิเนียริ่ง จำกัด, ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Powder Technical Center ASEAN (PTC ASEAN) ได้แชร์ประสบการณ์ในการพัฒนาและสร้างระบบกระบวนการผลิตระดับอุตสาหกรรมมากกว่า 20 ปี ปัจจุบัน Waste to Value ในอุตสาหกรรมอาหารสะท้อนให้เห็นว่า ยังมีทรัพยากรจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เฉลี่ยแล้วก่อให้เกิดของเหลือ (By-Product) สูงถึง 50% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลเหลือถึง 30-70% และในกลุ่มผลไม้ที่ม
ความน่าสะพรึงกลัวของสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่เกิดขึ้น ไม่เพียงทำให้คนทั้งโลกหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง แต่ยังทำให้ทุกภาคธุรกิจต้องหันมาพิจารณาห่วงโซ่อุปทาน ระบบซัพพลายเชน และวางนโยบายด้านความยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ ขยะอาหาร ที่พบว่า ปริมาณการเกิดขึ้นบนโลก ยังคงอยู่ในสถานการณ์วิกฤต! เห็นได้จากตัวเลขค่าเฉลี่ยขยะอาหารของโลกจาก Food Waste Index 2024 ของ UNEP พบแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี จากเดิม 74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี! ขณะที่ประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี! (จากเดิม 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกและค่าเฉลี่ยในระดับเดียวกันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 85 กิโลกรัมต่อคนต่อปี “โก โฮลเซลล์” (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร เพื่อผู้ประกอบการ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) จัดทำโครงการความร่วมมือในการจัดการอาหารส่วนเกิน เพื่อส่งต่อให้กับเครือข่ายผู้รับบริจาคอาหารในชุมชนต่างๆ โดยเริ่มที่ โก โฮลเซลล์ สาขาเจริญราษฎร
ไทย ร่วมมือ G20 แลกเปลี่ยนนโยบายเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร หลังโควิด-19 คลี่คลาย นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุม International Conference on Food Loss and Waste ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายนที่ผ่านมา โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน และเลขาธิการ สศก. ได้รับเชิญบรรยายในประเด็นการลดการสูญเสียอาหารหลังเก็บเกี่ยว ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมจากกลุ่มประเทศ G20 และประเทศอื่น ๆ กว่า 20 ประเทศ รวมถึงผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วม การประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือเกี่ยวกับการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ของโลก การส่งเสริมความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างนานาประเทศ โดยรวบรวมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องด้านการสูญเสียอาหารและขยะอาหารของประเทศต่าง ๆ และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ของจีนในการกำหนดมาตรการเพื่อลดการสูญเสียอาหารและเสริมสร้างความม
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางอาหาร และขับเคลื่อนองค์กรดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มุ่งมั่นเพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานทดแทน ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ลดปริมาณอาหารสูญเสียในกระบวนการผลิต (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งที่ได้การรับรอง สู่กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยและประชากรโลก โดยนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาพัฒนาใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลก ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมมุ่งมั่นสนับสนุนเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นองค์กรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon) ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ในปี 2
26 พฤศจิกายน 2562 – บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนดีเด่น (Highly Commended in Sustainability Awards) และได้รับคัดเลือกอยู่ในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในงาน SET Awards 2019 ตอกย้ำการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ในฐานะบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” และรางวัลด้านความยั่งยืนดีเด่น Highly Commended in Sustainability อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลัก คือ “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่า คงอยู่” และเป็นการตอกย้ำแนวทางการบริหารจัดการและกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน 3 ประการ ได้แก่ Value Creation โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้ตอบสนอง
