ข้าวกล้อง
ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจในเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ แนวทางหนึ่งที่จะทำให้อาหารพร้อมบริโภคนั้นถูกสุขอนามัย และเป็นหนึ่งในช่องทางที่นำมาประกอบอาชีพได้ก็คือ การลงมือทำหรือผลิตอาหารนั้นๆ ด้วยตนเองหรือภายในครอบครัว สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ นำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิลพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิล ซึ่งอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสำหรับบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทั้งนี้ การรับประทานข้าวกล้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ช่วยระบบย่อยอาหาร และช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้ การทำน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวสีนิล นอกจากจะได้ประโยชน์จาก “สารกาบา” หรือ Gamma amino butyric acid ซึ่งมีความสําคัญในการทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยรักษาสมดุลในสมอง และป้องกันโรคอัลไซเมอร์แล้ว ในข้าวกล้องสีนิลยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 2 และใยอาหาร ซึ่งพบในปริมาณที่สูงกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ ขั้นตอนการเตรียมข้าวกล้องงอก 1. เตรียมเมล็ดข้าวกล้องที่สดใหม่และมีเ
ยุคที่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ กำลังเติบโตในวงการเกษตรกรรม เกือบทั้งหมดประสบความเร็จ ได้รับการยอมรับในระดับต้นๆ และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว วิธีที่ผลักดันตนเองไปสู่ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับ คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เกษตรกรสาว วัย 33 ปี ชาวบ้านทุ่งน้อย ตำบลบ้านตาล อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่รู้ จนประสบความสำเร็จในวันนี้ เพราะแรงกดดันและวิกฤตที่พบ จนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไม่ยาก คุณสิริมณี มณีท่าโพธิ์ เริ่มต้นทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นงานที่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็เป็นพนักงานประจำ กระทั่งแม่ป่วย จึงตัดสินใจกลับมาหางานทำที่บ้าน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยไปด้วย หน้าที่ทุกวันคือ ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนใกล้บ้าน และทำนาเสริมในช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากอาชีพครูพี่เลี้ยง การทำนา เป็นอาชีพหลักของครอบครัว เมื่อแม่ป่วย คุณสิริมณีจำเป็นต้องทำเอง ก็ทำได้ตามที่ได้เรียนรู้จากครอบครัว แต่สิ่งที่พบคือ การทำนาแบบเดิม เมื่อได้ผลผลิต หักค่าใช้จ่ายและต้นทุน ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องกู้ยืมเมื่อต้องลงทุนใหม่ และเป็นหนี้สะสมไปเรื่อยๆ ทุกปี ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี เมื่อมีคนใ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของไทยในขณะนี้ ยังคงมีผู้ป่วยต่อเนื่อง บุคลากรทางการแพทย์ยังคงทำงานอย่างหนัก อาหารจึงจำเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนักรบด่านหน้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารปลอดภัย ยังคงเดินหน้าโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” มอบอาหารคุณภาพปลอดภัยสนับสนุนภารกิจทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤต ล่าสุด นายสุภเวช ชัยทัศน์ ผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลดำเนินสะดวก รับมอบอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เมนูบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่บุคลากรด้านสาธารณสุขในโรงพยาบาลดำเนินสะดวก และโรงพยาบาลสนาม ตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยมี นายโกวิน ฤทธิกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทมอบ นายสุภเวช ชัยทัศน์ ผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลดำเนินสะดวก กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลดำเนินสะดวกมีผู้ป่วยโควิดเป็นจำนวนมาก ขอขอบคุณซีพีเอฟ ที่เห็นความสำคัญของพวกเรา นำอาหารอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการมาสนับสนุน สิ่งเหล่านี้ช่วยเติมกำล
จังหวัดตราด ภาคตะวันออก ไม่ใช่มีดีเพียงสวนผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกองเท่านั้น ข้อมูลปี 2560 มีพื้นที่ทำนาเพียง 16,270 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2.7 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 613,312 ไร่ ด้วยสภาพดินที่เหมาะสมของจังหวัดตราด ปี 2560-2562 ได้มีการทดลองปลูก “ข้าวสินเหล็ก” ในเชิงวิชาการ ได้ผลผลิตดีและพบว่ามีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ธาตุเหล็กสูง และสารต้านอนุมูลอิสระ-เส้นใยอาหารปริมาณสูง เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่เป็นโรคเบาหวาน ผลการวิจัยนี้ สถาบัน Temasek Polytechnic ประเทศสิงคโปร์รับรอง เมื่อผลผลิตจำหน่ายได้รับการตอบรับที่ดี ได้ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในประเทศไทย (Geographical Indication:GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ข้าวกล้องสินเหล็ก และเตรียมขยายพื้นที่ที่เหมาะสมในจังหวัดตราด เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวสำเร็จรูปพร้อมบริโภค เป้าหมายคือ ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือผู้รักสุขภาพในประเทศและต่างประเทศ อนาคตชาวนาจังหวัดตราดจะมีรายได้ดีพอที่จะยึดเป็นอาชีพอย่างยั่งยืน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ สู่ความสำเร็จ พล.ท. ปรีชา วรรณรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการนวัตกรรม “โคร
ชาวอำเภอสุวรรณภูมิ 15 ตำบล 198 หมู่บ้าน เป็นกลุ่มตำบลที่ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยนายช่วย สาสุข อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 12 บ้านโพนละมั่ง ตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต ข้าวกล้อง 3 สี 6 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ข้าวมะลิแดง ข้าวหอมนิล ข้าวมะลิดั้งเดิม ข้าวโสมมาลี และข้าวหอมมะลิ 105 เป็นการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อสุขภาพของผู้บริโภค เราดำเนินการตามกระบวนการผลิตที่ถูกต้องปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ (ORGANIC PRODUCT) ของทุ่งกุลาร้องไห้ นายช่วย เล่าว่า ข้าวกล้อง 3 สี 6 สายพันธุ์ เป็นอาหารมีคุณประโยชน์ ด้านวิตามิน และเกลือแร่ ข้าวหอมมะลิแดง เป็นข้าวที่มีเนื้อเยื่อหุ้มเปลือกสีแดงจารสารแอนโทไชยานิน ใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ ป้องกันโรคเกี่ยวกับลำไส้ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด รวมทั้งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ข้าวหอมมะลิสีนิล มีธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง โพแทสเซียม แคลเชียม และวิตามินหลายชนิด ล้วนเป็นประโยชน์ต่อการบำรุงสุขภาพ ชะลอการแก่ บำรุงสมอง บำรุงผิว กลุ่มเกษตรกร “บุญช่วยข้าวอินทรีย์
เชื่อหรือไม่ ประเทศไทยได้ชื่อว่าปลูกข้าวมากที่สุดในโลก แต่คนไทยกิน ”ข้าว” น้อยที่สุดในโลก เพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนบริโภคข้าวเฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 200 กิโลกรัมต่อปี พม่าเป็นประเทศบริโภคข้าวสูงสุดในอาเซียนและในโลก ตามด้วย ลาว เวียดนาม เขมร บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ในช่วง 10 ปีก่อนคนไทยเคยกินข้าวเฉลี่ย 190 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แต่ตอนนี้คนไทยกินข้าวน้อยลงแค่ 106 กิโลกรัมต่อคนต่อปีเท่านั้น อัตราการบริโภคข้าวของคนไทย มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป คนไทยรุ่นใหม่หันมาบริโภคฟาสต์ฟูดมากขึ้น นอกจากนี้ วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบกินข้าวเพราะกลัวอ้วน หลายคนอาจได้ฟังข่าว นางแบบชื่อดังคนหนึ่งป่วยหนักเพราะไม่ได้กินข้าวหรือแป้งเลยทำให้ร่างกายเกิดภาวะความเป็นกรดจากการใช้ไขมันเป็นแหล่งของพลังงานมากเกินไป เกิดความไม่สมดุลทั่วร่างกาย เพราะคาร์โบไฮเดรต มีความสำคัญมากต่อร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะในส่วนสมองและเม็ดเลือดแดง ต้องการพลังงานสำคัญ คือ น้ำตาลกลูโคส ที่มาจากการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ขออ้างอิงผลวิจัยของ ผศ.วันทนีย์ เกรียงสินยศ แห่งสถาบันโภชนาการมหิ
ได้คุยกับ “ไอรีน” เพื่อนฝรั่งชาวนอร์เวย์ในยุโรปเหนือ เธอเพิ่งจะ 40 ปีเศษ แต่หน้าตาแก่เกินอายุไปมากและรูปร่างก็พอกด้วยไขมันจนเกินจะควบคุมไม่ให้เผละแล้ว ระหว่างมื้อกลางวันด้วยอาหารไทย ที่เรา “จัดเต็ม” หลังจากช่วยกันฟาดอาหารรสจัดมากมายหายไปกว่าครึ่งโต๊ะ เธอกวาดตามองอาหารทั้งหมดแล้วเปรยขึ้นมาว่า “ฉันรู้แล้วว่า ทำไมอาหารเอเชียจึงไม่ทำให้อ้วน” เธอบอกว่าเท่าที่สังเกตเห็นจากการเดินทางเที่ยวท่องไปในเอเชียหลายประเทศ ทั้งจีน เวียดนาม มาเลเซีย ไทย เกาหลี หรือญี่ปุ่น ไม่ค่อยเห็นคนส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องของน้ำหนักเกินมากมายเหมือนที่ได้เห็นในบ้านเมืองเธอและแถบทวีปอเมริกา ยกเว้นเด็กหรือวัยรุ่นสมัยใหม่ที่นิยมอาหารฟาสต์ฟู้ด เธอยังบอกอีกว่า มีข้อมูลทางการแพทย์ที่อ้างอิงได้ระบุด้วยว่าการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจและมะเร็งของคนแถบเอเชียก็น้อยกว่าชาวยุโรป-อเมริกัน คงเป็นเพราะอาหารพื้นถิ่นตะวันออกมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรอย่างดีนั่นเอง พอเธอเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา เราก็เลยได้โอกาสปุจฉาวิสัชนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านอาหารการกินกันยาวเลยทีเดียว ไอรีน บอกว่า เท่าที่เธอสังเกตอาหารไทยพื้นถิ่นหลายมื้อที่เรากินด้วยกัน เธอพบ
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงสิงคโปร์ ว่า ชาวสิงคโปร์กำลังให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพกันมากขึ้น โดยหันมาบริโภคอาหารที่ไม่มีน้ำตาล และรัฐบาลสิงคโปร์ยังมีนโยบายต่อสู้กับโรคเบาหวาน ทำให้ชาวสิงคโปร์ หันมาบริโภคข้าวกล้องกันมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องการเป็นโรคเบาหวาน และในร้านอาหารก็มีทางเลือกระหว่างข้าวขาวกับข้าวกล้องให้กับผู้บริโภค “จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการดูแลสุขภาพจากการบริโภคข้าวกล้อง เป็นเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคที่นิยมซื้อหาข้าวกล้องมาบริโภคเอง ในร้านอาหารก็หันมาใช้ข้าวกล้องเป็นทางเลือก ทำให้ธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตมากขึ้น มีการใช้ข้าวกล้องในการเสิร์ฟให้กับลูกค้า ในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เพิ่มจำหน่ายข้าวกล้องมากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีของผู้ส่งออกข้าวของไทย ที่จะเพิ่มส่งออกข้าวกล้องในตลาดสิงคโปร์ ”นางจันทิรา กล่าว ทั้งนี้ ในการทำตลาดข้าวกล้องในสิงคโปร์ ผู้ส่งออกต้องติดตามคู่แข่งสำคัญ คือเวียดนามและกัมพูชา เนื่องจากราคาถูกกว่าข้าวกล้องของไทย ซึ่งผู้ส่งอ
ร่วมกันใช้เตามณฑลที่สามารถประหยัดพลังงานได้ 38.5% ลดต้นทุนในการผลิตถึง 3,840 บาทต่อปี ให้พลังงานสร้างคนและคนสร้างพลังงานที่ยั่งยืน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/SUDYODPPP/
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แนะนำประชาชนบริโภค ‘ข้าวกล้อง’ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวง รัชกาลที่ 9 ชี้ เส้นใยมาก มีวิตามินต้านอนุมูลอิสระ กินทุกมื้อสุขภาพดี ป้องกันเหน็บชา ปากนกกระจอก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด มะเร็งลำไส้ใหญ่ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นพ. วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สบส. ได้เร่งเผยแพร่ความรู้ในการบริโภคข้าวเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญต่อประโยชน์ของข้าวกล้องและเสวยข้าวกล้องทุกวัน ดั่งกระแสพระราชดำรัสเมื่อ พ.ศ. 2541 ว่า “ข้าวกล้องนี่ เรากินทุกวัน เพราะว่ามีประโยชน์ ร่างกายแข็งแรง ข้าวขาวนี้ เอาของดีออกไปหมด และข้าวกล้องนี่ดี คนบอกว่ากินข้าวกล้องแล้วเป็นคนจน เรานี่เป็นคนจน” สบส. จึงได้อัญเชิญและน้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางปลูกฝังพฤติกรรมคนไทยหันมาบริโภคสิ่งที่เป็นประโยชน์และมีอยู่แล้วในประเทศ เพื่อเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท นพ. วิศิษฎ์ กล่าวว่า ข้าวกล้องผ่านกระบวนการขัดสีเพียงครั้งเดียว ทำให้ยังมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวที่อุดมไปด้วยวิตามิน
