ข้าวคุณภาพ
“ข้าว” ยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนไทยและสร้างรายได้ให้ประเทศมายาวนาน พื้นที่ปลูกข้าวของไทยครอบคลุมเกือบครึ่งประเทศ หรือราวร้อยละ 46.2 ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด แต่เบื้องหลังภาพความอุดมสมบูรณ์นั้น ชาวนาไทยจำนวนมากกลับยังเผชิญปัญหาหนี้สิน รายได้ไม่แน่นอน ต้นทุนการผลิตสูง และราคาข้าวที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ครัวเรือนเกษตรยังเป็นกลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าภาคเศรษฐกิจอื่น ขณะที่ภาระหนี้สินครัวเรือนของชาวนาอยู่ในระดับสูงถึง 74.3% สวนทางกับต้นทุนการทำนาที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 5,174 บาทต่อไร่ ส่งผลให้ชาวนาหลายรายมีกำไรสุทธิลดลง และบางส่วนเริ่มทยอยออกจากอาชีพเกษตรกรรม จากปัญหาที่สะสมมายาวนานนี้ ดร.สาคร ชินวงศ์ หัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “การส่งเสริมความสามารถการผลิตข้าวคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงธุรกิจแบบมีส่วนร่วมของชาวนาภาคตะวันตก” เพื่อยกระดับชาวนาไทยจากผู้ผลิตแบบดั้งเดิม สู่ “Smart Farmer” ที่สามารถบริหารจัดการต้นทุน วางแผนการผลิต และเชื่อมโยงตลาดไ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว มอบหมายให้ นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นำสื่อมวลชน เยี่ยมชม “การผลิตข้าวคุณภาพ ตามมาตรฐานสินค้าข้าว Q ครบวงจร (GAP Seed – GAP ข้าวหอมมะลิไทย – GMP โรงสีข้าว -สินค้าข้าว Q) และการใช้เครื่องหมายรับรองพันธุ์ข้าวแท้” ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้เห็นขั้นตอนการขอรับรองสินค้าข้าว Q จนเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนการขออนุญาตใช้เครื่องหมายรับรองข้าวพันธุ์แท้ นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและรายได้ของชาวนา นับว่าเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นการแก้ปัญหาด้านการผลิตและการตลาดข้าว โดยจะต้องจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร เพื่อบริหารจัดการข้าวตลอดห่วงโซ่อุปทาน จากนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว การยกระดับคุณภาพข้าวและการบริหารจัดการระบบการผลิตถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในระบบการผลิตข้าวครบวงจร ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักคือการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าข้าว พัฒนาการผลิตด้วยต้นทุนที่เหมาะสม เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตข้าวครบวงจร และสร้างทางเลือกในการเ
ข้าว ถือเป็นอีกหนึ่งการทำเกษตรกรรมที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ทั่วภูมิภาคเน้นบริโภคข้าวในทุกมื้อ จึงทำให้การทำนาเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เปรียบได้กับเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะในแต่ละปีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถทำผลผลิตส่งออกยังตลาดต่างประเทศได้ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิของไทยขึ้นชื่อในเรื่องของความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ปัจจุบันวงการข้าวไทยมีการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง กรมการข้าวจึงได้มีแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อปรับปรุงและวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกให้มีคุณภาพอยู่เสมอ จึงทำให้ชาวนาไทยมีแหล่งผลิตพันธุ์ข้าวปลูกที่ดี ช่วยให้มีผลผลิตที่ดีได้มาตรฐาน จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ 500 ไร่ ได้ขับเคลื่อนและพัฒนาการปลูกข้าวของชุมชน จนสามารถเข้าร่วมโครงการศูนย์ข้าวชุมชนเมื่อปี 2555 ซึ่งในกลุ่มมีการจัดโครงการนาแปลงใหญ่ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้รวมกลุ่มกันเพื่อผลิตข้าวคุณภาพ และสามารถทำการตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยทำให้มีอำนาจในการต่อรองสำหรับการจำหน่ายได้เป็นอย่างดี จากการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งนี้เอง ทำให้ภายในกลุ่ม
