ข้าวสารแบรนด์ทองดี
นายถาพร ณ นคร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เยี่ยมชมการดำเนินการจัดส่งข้าวสาร แบรนด์ “ทองดี” ของสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ ไปสู่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ บริษัท ดี เค ไรซ์ มิลล์ จำกัด อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ผู้แทนการส่งออก ซึ่งปริมาณข้าวสาร แบรนด์ทองดี ที่ได้ส่งออกในครั้งนึ้ จำนวน 200 ตัน และมีออร์เดอร์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มอีก 3,000 ตัน โดยสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด จะได้ทยอยส่งออกข้าวสารแบรนด์ทองดีเป็นระยะตามออร์เดอร์การสั่งซื้อต่อไป
LATEST NEWS
คุณศิริวัฒน์ ศรีสระคู อายุ 65 ปี กำลังศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง อาชีพปลูกสวนป่า อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพง อําเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ (087) 947-0812 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน ในปี 2538 มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากสํานักงานป่าไม้ จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามาส่งเสริมให้มีการปลูกป่าในที่ดินของตนเอง จึงได้ตัดสินใจปลูกไม้ประดู่ซึ่งเป็นไม้ถิ่นเดิม จํานวน 28 ไร่ โดย มีการศึกษาหาความรู้พลิกฟื้นผืนไร่เป็นสวนป่าและไม้ผล มีการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจร่วมกับไม้ผลและพืชเกษตร เช่น – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันปานกลาง – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันสั้น ได้แก่ วิธีเจาะบ่อน้ำบาดาลมาใช้ในสวนป่า สวนผลไม้ และพืช ไม้ยูคาลิปตัส – ไม้ผล ได้แก่ มะม่วง – พืชเกษตร ได้แก่ กระชาย ขิง ข่า ฯลฯ มีการนํานวัตกรรมมาใช้ในสวนป่า โดยการระหว่างรอผลผลิตจากไม้สวนป่าที่ปลูก โดยการใช้ใบเลื่อยกลมแบบประยุกต์ติดตั้งกับเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่มาประยุกต์ใช้ในการทําไม้ออก สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการทําไม้ออกได้เป็นอย่างด
“สุริยะ“ แจงกระแสข่าวโครงการรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า 500 คัน วงเงินคันละ 16 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง ชี้เป็นการนำงบประมาณหลายส่วนมาคำนวณคลาดเคลื่อน ยืนยันโครงการต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและคำนึงถึงประโยชน์เกษตรกรเป็นหลัก พร้อมเผยรถเกี่ยวข้าวมีอายุใช้งานเฉลี่ย 14 ปี หากพัฒนาเป็นระบบไฟฟ้าได้ จะช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับโครงการจัดหารถเกี่ยวข้าวระบบไฟฟ้า (EV) จำนวน 500 คัน ว่ามีการนำตัวเลขงบประมาณมาคำนวณจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวว่า รถเกี่ยวข้าวไฟฟ้ามีราคาคันละ 16 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพิจารณาโครงการต่างๆ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตัวเลขงบประมาณที่ปรากฏในข่าวบางส่วนเป็นการนำวงเงินจากหลายรายการมารวมคำนวณ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับต้นทุนต่อคัน สำหรับข้อเสนอการจัดหารถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า จำนวน 500 คันนั้น ยังต้องผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนและกลไกของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้อง
การปลูกพืชผักอินทรีย์ เมื่อไม่ใช้สารเคมีแต่ใช้ปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืชที่ผลิตด้วยวัสดุธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นมิตรที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ได้พืชผักสะอาดปลอดภัยบริโภค จ่าเหน่งเป็นเกษตรกรนักสู้ที่ได้เปลี่ยนวิถีเกษตรเคมีมาปลูกพืชผักอินทรีย์กระทั่งประสบความสำเร็จ สามารถเพิ่มผลผลิตผักอินทรีย์ได้มากขึ้น ผักอินทรีย์ส่วนหนึ่งเป็นอาหารในครัวเรือน อีกส่วนหนึ่งนำออกขาย ทำให้มีรายได้และมีวิถีที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่องราวมาบอกเล่าสู่กัน จ่าเหน่ง หรือ เรืออากาศตรีบัญชา เพ็ชรรักษ์ ผู้ปลูกพืชผักอินทรีย์ เล่าให้ฟังว่า ปี 2553 เริ่มทำการเกษตรเคมี ได้ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ผลผลิตที่ได้นำมาเป็นอาหารในครัวเรือนและขาย ปี 2557 ได้ใช้สารเคมีน้อยลงเพื่อสุขภาพดีของทุกคน และปี 2560 เปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์หรือปลูกพืชผักอินทรีย์หลายชนิด พื้นที่ 1 ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี นักวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานอื่น ทำให้ทุกวันนี้การทำเกษตรหรือปลูกพืชผักอินทรีย์ประสบความสำเร็จ ปลอดภัยทั้งผู้ผลิต/ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
กว่า 60 ปีที่ผ่านมา ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เปลี่ยนการเลี้ยงโคนมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องไกลตัวของคนไทย ให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรและเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมวางรากฐานระบบสหกรณ์จนเติบโตเป็นอุตสาหกรรมโคนมไทย และนำมาสู่การถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการโคนมไทย” หลังเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเดนมาร์กใน พ.ศ. 2503 และทอดพระเนตรกิจการฟาร์มโคนม ได้เกิดความร่วมมือกับรัฐบาลและองค์การเกษตรกรรมของเดนมาร์กในการจัดตั้งฟาร์มโคนมไทย–เดนมาร์ก ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505 โดยรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 แห่งเดนมาร์กทรงร่วมเป็นประธานในพิธี แต่วันนี้ “การเลี้ยงโคนม” กำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมลดจาก 22,507 ราย ในปี 2566 เหลือ 15,683 ราย ในปี 2568 หรือลดลงราว 30% ขณะที่จำนวนโคนมลดจาก 774,461 ตัว เหลือ 560,551 ตัว และกว่า 96% ของฟาร์มทั่วประเทศเป็นฟาร์มรายย่อยและรายเล็ก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนโจทย์ใหญ่
