ข้าวแพง
อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยชี้ ภัยแล้งกระทบหนักดันราคาข้าวสารพุ่งสูงกว่า 40% ในรอบหลายปี ขณะที่สถาณการณ์เริ่มเห็นชัดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่าน คาดว่าในเดือนตุลาคมจะมีข้าวนาปรังจากเหนือและอีสานมาช่วยบรรเทา นายสมศักดิ์ ตังพิทักษ์กุล อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถาณการณ์ราคาข้าวในช่วงนี้ค่อนข้างสูง ข้าวเปลือกมีปริมาณน้อยซึ่งเป็นผลกระทบมาจากภัยแล้งในปีนี้ เกษตรกรจะเก็บข้าวไว้บริโภคเองและไม่นำออกมาขาย เพราะมีความเสี่ยงมากที่จะไม่ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ ในต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ราคาข้าวเปลือกจากราคา 15-16 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 20-21 บาท/กก. ส่วนราคาข้าวสาร (เหนียว) ปัจจุบัน ราคาขายส่งจะอยู่ที่ 40-44 บาท/กก.จากราคาเดิมประมาณ 32 บาท/กก. ข้าวสาร (หอมมะลิ) ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 35-36 บาท/กก. โดยเฉลี่ยราคาข้าวสารเพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากราคาเดิม “เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฟ้าฝนดีมากชาวบ้านนำข้าวออกมาขาย เมื่อถึงเดือกรกฎาคมชาวบ้านเริ่มชะลอขาย กระทั่งแล้งหนักก็ไม่ขายเลย ขณะที่ราคาข้าวก็สูงมากโรงสีจึงไม่มีการสต๊อกข้าวไว้และไม่มีของเลย เป็นภาวะที่มีข้าวน้อยมากในรอบชีวิตเลย ตอนนี
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 นายศรชัย สิบหย่อม อายุ 63 ปี ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ อำเภอ สามง่าม และ เป็นอดีต ผู้ใหญ่บ้านหมูที่ 16 ตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า เจตนารมของรัฐบาลนั้นจะ ให้ เกษตรกรชาวนา มีการจำนำข้าวทางยุ้งฉาง ซึ่งจะสิ้นสุดโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งราคาข้าวขณะนี้ ดีมาก แพง มาก แต่ปรากฏว่าข้าวชาวนาไม่มีแล้วเนื่องจากก่อนหน้านั้น ขายข้าว ให้กับนายทุน ซึ่ง เป็นทั้งท่าข้าว โรงสีหมดแล้วเพิ่งจะมีราคาดี โดยขาย ให้กับท่าข้าวและโรงสีตันละ 5200-5300บาทคนที่ได้ราคา ดี ที่ได้ประโยชน์ คือ นายทุนเท่านั้น ที่ได้ กว่า 1 หมื่น นายศรชัย กล่าวอีกว่า ที่ ผ่านมา รัฐบาลกระทรวงพาณิชย์ ไม่เคยเข้ามาควบคุมในเรื่องราคาข้าว ให้กับเกษตรกรชาวนาเมื่อ นายทุน รับซื้อข้าวจากชาวนา แล้วกดราคา ซื้อถูก จะทำอย่างไร ก็ได้ ซึ่งชาวนาจำเป็นต้องขาย ซึ่งขณะนั้นขายได้ตันละ 5200 -5300บาท ซึ่งชาวนา ขาดทุน เพราะต้นทุนในการทำนา สูง ค่าปุ๋ย ค่ายา ทุกอย่างขึ้นราคาไม่มีลด ซึ่งชาวนางงมากว่า ทำไมก่อนหน้านั้นรัฐบาลถึงไม่มาดูแล ชาวนา ปล่อยให้มีการกดราคาข้าวได้อย่างไร สมกับที่ชาวนาพูดกันว่า “รัฐบาลอุ้มแต่คนรวย” นา
