ข้าวโพดฝักอ่อน
ข้าวโพดฝักอ่อน (Baby corn) เป็นผักอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งในรูปแบบข้าวโพดฝักอ่อนบรรจุกระป๋อง การส่งออกฝักสดและส่งออกแบบแช่แข็ง ด้านตลาดในประเทศ บริโภคข้าวโพดฝักอ่อนสดคิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทต่อปี ข้าวโพดฝักอ่อนจึงเป็นพืชทำเงินที่มีอนาคตสดใส คุณบอย หรือ คุณธานี ดาปาน เกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ประสบความสำเร็จในการปลูกข้าวโพดฝักอ่อน เพราะคุณบอยดูแลใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตควบคู่กับการใช้ปุ๋ยซอยล์เมต ช่วยให้ข้าวโพดเติบโตสมบูรณ์ ให้ผลผลิตสูงสุดมากถึง 400 กิโลกรัมต่อไร่ “ปลูกข้าวโพดฝักอ่อน” อาชีพเสริมของหนุ่มไร่อ้อย ครอบครัวคุณบอยปลูกอ้อยเป็นอาชีพหลัก แต่ขายผลผลิตได้เพียงปีละครั้ง จึงปลูกข้าวโพกฝักอ่อนเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 20 ปีแล้ว ข้าวโพดฝักอ่อนขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี แถมขายผลผลิตได้ทุกส่วน โดยเปลือกข้าวโพดขายได้ตันละ 600 บาท ต้นข้าวโพดขายได้ตันละ 300 บาท หากนำเปลือก ลำต้นมาบดเป็นอาหารสัตว์จะขายได้ตันละ 1,300-1,500 บาท โดยทั่วไป พื้นที่ปลูก 1 ไร่เก็บข้าวโพดฝักอ่อนได้ 3-4 ตันต่อไร่ ราคาขายขึ้น
“ข้าวโพดฝักอ่อน” พืชสร้างรายได้งาม แต่หลายคนมองข้าม ต้นทุนต่ำ ปลูกได้ตลอดทั้งปี เก็บขายทำเงินไว คุณรำเพย เทียมเมฆา หรือ พี่ดา อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 12 ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เกษตรกรสาวคนเก่งอดีตพนังงานปั๊มผู้ไม่ย่อท้อ เรียนจบ กศน. หันเอาดีด้านการเกษตร โดยเริ่มจากการช่วยแม่ปลูกผัก ทำไร่ข้าวโพด จนพัฒนามาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัวนานกว่า 30 ปี ปลูกเอง หักเอง ขายเอง เริ่มจากแนวคิดที่จะทำเกษตรพอเพียง ปลูกผักสวนครัวไว้กินเองที่บ้านก่อน หวังว่าให้ในทุกวันมีกิน เมื่อทำงานเหนื่อยกลับมาบ้านก็ไม่ต้องออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาด เพียงแค่เปิดประตูหลังบ้านมาก็เจอผักสวนครัวที่ปลูกไว้เลย มีของในครัวนำมาประกอบอาหารโดยที่ไม่ต้องเสียเงิน อันนี้คือจุดยืนสำคัญของเธอ ใช้เงินให้น้อยที่สุด ทุกอย่างมีอยู่ในบ้าน ไม่ได้หวังกำไรมากมาย ทำไปเรื่อยๆ ไม่อาศัยทฤษฎี ไม่มีสูตรที่ตายตัว ต้องเรียนผิดเรียนถูก การทำเกษตรปลูกพืชผักไม่มีอะไรที่ตายตัว อย่างเช่น สูตรน้ำหมักที่ทำเองแล้วได้ผลดี พืชเจริญงอกงาม ชาวบ้านที่พบเห็นจะเข้ามาถามสูตร แต่บางทีสูตรที่ใช้ไม่ได้เหมาะกับทุกพื้นที่ หรือบางที่มีโรคแมลงไม่เหมือนกัน ก
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2563 ซึ่งการประชุมดังกล่าว มีเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาแนวทางความร่วมมือระหว่างสองภาคส่วนในการพัฒนาการเกษตร รวมทั้งส่งเสริมเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันสินค้าเกษตรไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เสนอประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ การส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชที่มีมูลค่าสูงเพื่อสร้างรายได้ (Cash Crop) เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดฝักอ่อน กล้วยหอมทอง กาแฟ โกโก้ อินทผลัม กุ้ง และถั่วลิสง เป็นต้น ในการนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนส่งเสริมการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง และข้าวโพดฝักอ่อน ตลอดจนศึกษาปัญหาการผลิตและจัดทำแผนส่งเสริมการผลิตกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซ
ยิ่งโตยิ่งหยุดพัฒนาไม่ได้ สำหรับงานปลูกข้าวโพดฝักอ่อนของ คุณณัฐพล ทองร้อยยศ ปัจจุบัน คุณณัฐพล ทองร้อยยศ เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 และยังเป็นผู้รวบรวมผลผลิตข้าวโพดฝักอ่อนที่ตำบลยางม่วง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี คุณณัฐพล เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อและแม่ โตขึ้นมาจึงมารับสานต่อกิจการที่พ่อแม่เคยทำไว้ หากแต่ว่าแต่เดิมนั้นยังไม่ได้มีความหลากหลาย ทำเพียงแค่เก็บฝักมากรีด (ปอก) ส่งโรงงาน แต่เดิมส่งโรงงานเพียงแค่ 1-2 โรงงานเท่านั้น แต่เมื่อคุณณัฐพลมารับช่วงต่อแล้ว เขาเริ่มทำหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น มีการทำการตลาด การส่งโรงงาน บรรจุใส่ถาดเองและมีส่งออกไปต่างประเทศ ปัจจุบัน พันธุ์ข้าวโพดฝักอ่อน ที่ปลูกอยู่ก็คือ พันธุ์แปซิฟิค 271 เป็นพันธุ์หลักที่เกษตรกรใช้ เพราะเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี เนื้อสวย ปลายเรียว เป็นที่ต้องการของตลาด ปลูกข้าวโพดไม่ได้ยาก แค่ต้องดูแลเอาใจใส่ ขั้นตอนในการปลูกและเก็บผลผลิตนั้น ในการเก็บผลผลิต จะใช้เวลาในการเก็บทั้งหมดอยู่ที่ 7-10 วัน เมื่อเก็บผลผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถตัดต้นเพื่อเอาต้นไปเลี้ยงวัวหรือนำไปขายได้ พักแปลงประมาณ 1 สับดาห์ ต่อมาให้ชักร่องแล้วเริ่มปลูกให
