ข้าวโพดราชินีทับทิมสยาม
คุณอภิรนันท์ ธรรมจันท์สนิท หรือ พี่ข้าว อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองวัวซอ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี อดีตข้าราชการครูหัวใจเกษตร จากมือสมัครเล่นสู่เกษตรกรมืออาชีพ พร้อมแนวคิดการจัดการแปลงแบบเกษตรกรยุคใหม่ ด้วยการนำแนวคิด Zero waste มาใช้ในการปลูกข้าวหวานสีแดงราชินีทับทิมสยาม โดยไม่ให้เกิดขยะเหลือทิ้ง คือทุกส่วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์หมุนเวียนได้ทั้งหมด จนเกิดเป็นการสร้างอาชีพต่อยอดอนาคตได้อย่างยั่งยืน ที่น่าสนใจคือการนำข้าวโพดราชินีทับทิมสยาม มีจุดเด่นที่สีสันสวยงาม สามารถกินดิบได้ รสชาติหอมหวาน และที่สำคัญมีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านของสุขภาพ มาต่อยอดแปรรูปออกมาได้หลากหลายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการแปรรูปน้ำนมข้าวโพด ที่ได้กระแสตอบรับดีมากๆ ขั้นตอนการแปรรูปน้ำนมข้าวโพดผลิตภัณฑ์เด่นสร้างรายได้ การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวโพด นับเป็นวิธีแก้ปัญหาในช่วงที่ตลาดฝักสดไม่ราบรื่น ขายออกได้ช้า และด้วยเงื่อนไขของข้าวโพดสำหรับกินฝักสดนั้นหากเก็บไว้นานรสชาติจะไม่อร่อย ดังนั้น วิธีระบายของออกที่นอกจากการทิ้งและให้วัวกิน จนได้เป็นแนวคิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ขึ้นมาหลากหลาย และการแปรรูปถือว่าไม่ได้เป็นแ
รู้หรือไม่ ข้าวโพดที่เราซื้อรับประทานตามท้องตลาด ไม่ว่าจะต้ม ปิ้งย่าง ข้าวโพดอบเนย ข้าวโพดทรงเครื่อง จะข้าวโพดเหนียวหรือข้าวโพดหวาน นั่นมันธรรมดาไปซะแล้ว เมื่อคุณได้รู้จักกับข้าวโพดราชินีทับทับทิมสยาม (Siam Ruby Queen) ข้าวโพดหวานที่สามารถรับประทานสดๆ ได้ โดยไม่ต้องนำไปต้ม แถมคุณประโยชน์ที่บอกได้เลยว่า นอกจากชื่อจะไพเราะแล้ว คุณค่าทางสารอาหารก็มีมากเช่นกัน ข้าวโพดราชินีทับทิมสยาม เป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาโดย ดร. ทวีศักดิ์ ภู่หลำ อดีตอาจารย์คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้คือ สามารถรับประทานสดได้ รสชาติหวานเหมือนทานผลไม้สุก มีกลิ่นหอมเฉพาะที่ไม่เหมือนกับข้าวโพดทั่วไป สีของผิวเมล็ดจะออกสีแดงสดเหมือนทับทิม ไหมข้าวโพดและซังข้าวโพดสีแดงทับทิมเช่นกัน ส่วนเนื้อของเมล็ดสีจะออกเหลืองนวลเหมือนข้าวโพดหวานทั่วไป ลำต้นของข้าวโพดจะมีสีม่วงออกแดง ประมาณ 30% หลายคนเข้าใจผิดว่า ข้าวโพดราชินีทับทิมสยาม กับข้าวโพดเหนียวสีแดงเป็นชนิดเดียวกัน ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นคนละชนิด ต่างกันตรงที่ข้าวโพดราชินีทับทิมสยามทานสดได้ และมีความหวานมากกว่า จากงานวิจัยพบว่า ข้าวโพดราชินีทับทิมสยามมีปริมาณ
