คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)
วันนี้ (3 ธันวาคม 2564) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) การสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม ณ สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และนายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นพยานความร่วมมือ ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเป็นนโยบายหนึ่งที่ อว. ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมามีการนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง การลงนามความเข้าใจในการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรมในวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญในการนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อผลักดันให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยใช้การวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อมอย่างครบวงจร ทั
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า วันนี้ (27 ก.พ.) สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ เปิดสายด่วน 1386 กด 3 เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนสอบถามปัญหา รายละเอียดเกี่ยวกับกัญชา สืบเนื่องจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) มีผลบังคับใช้และประชาชนหลายภาคส่วนให้ความสนใจในกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับกัญชา ไม่ว่าจะเป็นการผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก ครอบครองหรือเสพ ประกอบกับขณะนี้มีการนำเรื่องกัญชามากำหนดเป็นนโยบายของพรรคการเมืองในการรณรงค์หาเสียงด้วย อาจทำให้ประชาชนสับสน เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า กัญชา ยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครอง หรือเสพ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมายทั้งจำคุกหรือปรับ เพียงแต่กฎหมายผ่อนปรนให้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยเท่านั้น ซึ่งการอนุญาตให้ผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออกและครอบครอง ในช่วง 5 ปี ต่อจากนี้รัฐจะดำเนินการเอง หรือหากเป็นเอกชนต้องเป็นการดำเนินการร่วมกับรัฐ ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรการกำกับด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ วาระ 2-3 จำนวน 28 มาตรา ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษที่มีนายสมชาย แสวงการ เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว สาระสำคัญร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวคือ ให้กัญชาและกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติด ประเภท 5 สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสามารถนำไปใช้รักษาโรค ภายใต้การควบคุมและดูแลทางการแพทย์ได้ มีการเพิ่มคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเฉพาะวาระที่เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 จำนวน 8 ตำแหน่ง คือ 1. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2. อธิบดีกรมการแทพย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 3. อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม 4. อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 5. อธิบดีกรมสุขภาพจิต 6. นายกแพทยสภา 7. นายกสภาการแพทย์แผนไทย และ 8. นายกสภาเภสัชกรรมให้มีอำนาจตามหมวด 2 การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ที่สำคัญคือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ การแพทย์ การรักษผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยพัฒนา รวมถึงเกษตก
สนช. ฉลุย มติเอกฉันท์รับหลักการ กม.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกกัญชา-กระท่อม ให้ใช้ทางการแพทย์ได้ เมื่อวันที่ 23 พ.ย. เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่..) พ.ศ… วาระแรก ตามที่สมาชิก สนช. 44 คน นำโดยนายสมชาย แสวงการ เข้าชื่อเสนอ เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ปลดล็อกให้ กัญชาสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ โดยนายสมชาย ได้แถลงสาระสำคัญและประโยชน์ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดให้สามารถขออนุญาต ผลิต นำเข้าหรือส่งออก ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งประกอบด้วยกัญชา และ กระท่อม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคเฉพาะตัวได้ เช่นเดียวกับยาเสพติดให้โทษประเภท2 แบบฝิ่น เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงการใช้เสพเพื่อสันทนาการ และให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้กำหนดเขตพื้นที่ทดลองเพาะปลูกกัญชา และเสพกัญชา เพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในปริมาณที่กำหนดโดยไม่ถือว่ามีความผิดกฎหมาย ซึ่งการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวจะต
