คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ครั้งที่ 1/2562 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า คณะกรรมการฯ มีมติระงับการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ หรือจนกว่าราคามะพร้าวภายในประเทศจะปรับตัวดีขึ้น ตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว และเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว โดยไทยมีช่วงระยะนำเข้ามะพร้าว 4 เดือน หรือ 2 ช่วง คือ ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม โดยใช้ผลการรับซื้อมะพร้าวในประเทศเดือนมกราคม–มีนาคม และช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม โดยใช้ผลการรับซื้อมะพร้าวในประเทศเดือนมิถุนายน–ตุลาคม ทั้งนี้ การระงับการนำเข้ามะพร้าวเพื่อผลักดันราคาในประเทศให้ปรับตัวดีขึ้น โดยมติการระงับการนำเข้าจะมีการระงับการพิจารณาคำขอนำเข้ามะพร้าวทุกกรณี โดยสนับสนุนให้ใช้มะพร้าวในประเทศให้หมดก่อน จึงจะมีการพิจราณาให้มีการนำเข้าภายหลัง หรือหากในเดือนเมษายนราคามะพร้าวปรับตัวดีขึ้น ก็จะมีการพิจารณาการนำเข้าอีกครั้ง ส่วนผลผลิตในประเทศ ปี 2562 คาดว่าจะมีปริมาณ 884,756 ตัน เพิ่มขึ้น 27,836 ตัน หรือ 3.25% จากปี 2561 ที่มีผลผลิตรวม 856,920 ตัน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทร
‘สมคิด’ นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เตือนกระทรวงเกษตรฯ ศึกษาข้อมูลพืชเกษตรรายประเภท ผลักดันให้แข่งขันเพิ่มและหามาตรการรองรับหากไม่มีศักยภาพในการแข่งขัน ที่ประชุมมีมติชะลอการเปิดตลาดมะพร้าว-เปิดตลาดการนำเข้าถั่วเหลือง นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ครั้งที่ 3/2561 มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า นายสมคิดมีข้อสั่งการให้ดูแลสินค้าเกษตรทั้งประเภทที่มีศักยภาพในการแข่งขันและสินค้าที่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขัน ให้มีการวางแผนรับมือปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรเกินความต้องการของตลาดในทุกรายสินค้า โดยสินค้าที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและเร่งผลักดันการส่งออก ส่วนสินค้าที่ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันให้ปรับโครงสร้างการผลิตให้ลดผลผลิตน้อยลง แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีการสั่งการให้ดูแลสินค้าตัวใดเป็นพิเศษ เพียงแต่ให้กระทรวงเกษตรฯ ทำงานร่วมกันกับกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิดในการศึกษาข้อมูลพืชเกษตรเป็นรายประเภท เพื่อให้ ปี 2562 ผล
แม้จะเป็นพืชเศรษฐกิจที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี และนำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ราก ลำต้น ใบ ผล เส้นใย ไม่เว้นแม้กระทั่งส่วนของยอด แถมนิยมบริโภคทั้งสดทั้งแปรรูป จนเรียกได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีคุณสารพัด แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ “มะพร้าว” เท่าที่ควรจะเป็น มิหนำซ้ำสวนมะพร้าวในพื้นที่หลายจังหวัดกลับถูกโค่นทิ้ง ปรับเปลี่ยนเป็นสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมันแทนที่ ไม่น่าแปลกใจที่พื้นที่ปลูกมะพร้าวของไทยจะลดลงต่อเนื่อง ข้อมูลจาก กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ช่วงปี 2551-2556 เนื้อที่ให้ผลและผลผลิตมะพร้าวลดลงจาก 1.536 ล้านไร่ เมื่อปี 2551 เป็น 1.316 ล้านไร่ ในปี 2556 ปี 2557 คาดว่า จะมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวให้ผลผลิต 1.031 ล้านไร่ และผลผลิตลดลงจาก 1.484 ล้านตัน ในปี 2551 เหลือ 1.058 ล้านตัน ในปี 2556 ส่วนปี 2557 คาดว่าจะมีผลผลิต 1.072 ล้านตัน ข้อมูลจาก กรมวิชาการเกษตรและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรชี้ว่า ผลผลิตมะพร้าวส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบริโภคโดยตรง ร้อยละ 60 ของผลผลิตทั้งหมด ส่วนที่เหลือใช้เพื่อการแปรรูปในอุตสาหกรรมสกัดน้ำมันมะพร้าว ร้อยละ 5 และใช้เพื่อการแปรรูปในอุตสาหกรรมกะทิสำ
