คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
จากปัญหาความเสื่อมสภาพของร่างกายทำให้ ่ผู้สูงอายุ’ เป็นกลุ่มวัยที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะขาดสารอาหาร โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านร่างกาย เช่น เกิดปัญหาในการเคี้ยวอาหารเพราะฟันไม่แข็งแรง ตุ่มรับรสบริเวณลิ้นทำงานได้ไม่ดี ทำให้รับประทานอาหารแล้วรู้สึกไม่อร่อย หรือด้านจิตใจที่รู้สึกเบื่อหน่าย วิตกกังวล ต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ความอยากอาหารลดลง จึงเกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายเพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากผลการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักจะประสบปัญหาการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะนำไปสู่ภาวะของการขาดสารอาหาร หรือภาวะโภชนาการเกิน ประกอบกับผู้สูงอายุส่วนมากมักมีโรคประจำตัว ดังนั้น การได้รับอาหารบางอย่างมากเกินไป หรือน้อยเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงสำหรับผู้สูงอายุได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญกับโภชนาการผู้สูงอายุ ได้สนับสนุนทุน
วันนี้ (27 มี.ค.63) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) เดินทางไปที่โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อตรวจเยี่ยมความพร้อมของโรงพยาบาลในการรับมือสถานการณ์โรคโควิด-19 ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ดร.สุวิทย์ฯ กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์จะเป็นกำลังสำคัญร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลคนไทย อว. ซึ่งดูแลมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศมีคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ในสังกัดกระทรวง ฯ จำนวนกว่า 23 แห่ง ซึ่งมีความพร้อมและความเข้มแข็งทั้งในด้านกำลังคน แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยจำนวนมากเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการรองรับกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยวันนี้ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ได้นำตนดูการปฏิบัติงานของคลินิกโรคอุบัติใหม่ (EID Clinic) ที่เป็น
สกว. หนุนนักวิจัยศิริราชพัฒนาสมุนไพรและยาตำรับโบราณอย่างเป็นระบบแบบก้าวกระโดด โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพวิเคราะห์ตรวจจับฤทธิ์ออกมาเป็นตัวเลขครั้งแรกของโลก หวังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ตลาดโลกและรักษาโรคสำคัญได้จริง พร้อมเชิญเอกชนทดสอบกลไกการออกฤทธิ์และพัฒนายาร่วมกัน ภก.ดร. ศิวนนท์ จิรวัฒโนทัย ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวระหว่างการบรรยายเรื่อง “การพัฒนายาสมุนไพรโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ” ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ว่า สมุนไพรและยาแผนโบราณเป็นสมบัติของชาติที่สามารถดูแลสุขภาพคนในประเทศและเป็นพื้นฐานการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาสมุนไพรในรูปแบบที่ทำอยู่ในปัจจุบันจะไม่สามารถก้าวไปได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากขาดองค์ความรู้จำนวนมาก ทำให้เกิดวิกฤตในการแข่งขันกับต่างชาติ รวมถึงการถดถอยของพื้นที่ป่าความหลากหลายทางธรรมชาติ และองค์ความรู้เก่าแก่ที่เริ่มขาดหายไปพร้อมกับคนรุ่นเก่า การพัฒนาสมุนไพรจึงควรทำอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง และโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน และความดัน โรคหั
เป็นปัญหาใหญ่ของคนกรุง เมื่อฟ้าปิด ลมไม่ไหวติง ทำให้ปริมาณของฝุ่นในยุคที่กำลังก่อร่างสร้างเมือง ทั้งอาคารที่พักอาศัยที่ผุดกันเป็นดอกเห็ดรายวันตามย่านเส้นทางรถไฟฟ้าพาดผ่านและกำลังจะผ่าน โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสารพัดสี ยังไม่นับฝุ่นควันจากไอเสียและโรงงานอุตสาหกรรมอีกมากมายที่ทวีขึ้นอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะฝุ่นขนาดจิ๋ว เพียง 2.5 ไมครอน ที่สามารถเล็ดลอดการดักจับของขนจมูกเดินทางทะลุทะลวงเข้าสู่กระแสเลือด หันมาดูค่ามลภาวะในอากาศของกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร พบว่า ดัชนีมลภาวะ กทม. ไต่อันดับขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จากอันดับ 74 ในปี 2558 มาปี 2561 อยู่ที่อันดับ 71 มาถึงปีนี้เดือนมกราคมทะยานสูงไปถึงอันดับที่ 9 โดยปกติถ้าเป็นฝุ่นขนาดใหญ่จะตกลงสู่พื้น แต่ถ้าเล็ก ขนาด 10 ไมครอน (พีเอ็ม 10) ลงไป โดยเฉพาะเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (พีเอ็ม 2.5) จะลอยไปลอยมาอยู่ในอากาศนาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพไม่เพียงกับระบบทางเดินหายใจ ยังรวมไปถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ไปถึงหลอดเลือดสมองทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะยาว ฉะนั้น กรณีที่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน การสวมหน้ากาก เอ็น 95 เป็นสิ่งจำเป็น หรือถ้ายังหาซื้อไม่ได้ หน้ากากอนามั
เลิกเก็บงานวิจัยสมุนไพรไว้บนหิ้ง สวก.จับมือคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และองค์การเภสัชกรรมบูรณาการผลิตสมุนไพร ออกจำหน่ายในเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 10 รายการ หลัง ครม.หนุนแผนพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติเต็มที่ คาด 5 ปีข้างหน้ามูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าเท่าตัว จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้วงการสมุนไพรไทยตื่นตัวมากขึ้น ถือว่าเป็นการส่งเสริมการพัฒนาสมุนไพรทั้งระบบอย่างยั่งยืนให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยไทยมีความได้เปรียบในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่สามารถผลิตวัตถุดิบสมุนไพรได้หลากหลายชนิด มีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วประเทศ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของไทยจึงมีโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีโลกได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ผลงานวิจัยของไทยรวมทั้งสมุนไพรของไทย มักวิจัยแล้วเก็บไว้เป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการนำไปต่อยอดพัฒนาเชิงพาณิชย์เท่าที่ควร นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุด สวก.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และผลักดันงานวิจัยไปส
