คลอโรฟิลล์
สภาพอากาศแห้งแล้ง ในช่วงเช้าจะมีอากาศเย็น และกลางวันมีอากาศร้อน กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนส้มเขียวหวาน ให้เฝ้าระวังไรแดงแอฟริกันในระยะติดผล จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยง อยู่ที่บริเวณหน้าใบหรือด้านบนใบ กรณีที่มีการระบาดรุนแรง อาจพบการทำลายของไรที่บริเวณหลังใบ และที่ผลส้มเขียวหวาน ทำให้ใบและผลมีสีเขียวจางลงเพราะสูญเสียคลอโรฟิลล์ หากมีการระบาดรุนแรง อาจทำให้ใบและผลร่วงในที่สุด แนวทางในการป้องกันและแก้ไขการเข้าทำลายของไรแดงแอฟริกัน เกษตรกรควรหมั่นสำรวจใบส้มทุกสัปดาห์ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนธันวาคม – พฤษภาคม และในช่วงฤดูฝนที่ฝนทิ้งช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม หากพบไรแดงแอฟริกันเริ่มลงทำลายส้มเขียวหวาน ให้เกษตรกรป้องกันกำจัดด้วยการให้น้ำติดต่อกันหลายๆ ครั้ง กรณีระบาดรุนแรง เกษตรกรจะสังเกตเห็นใบส้มเริ่มมีสีเขียวจางลง เมื่อใช้แว่นขยายส่องดูบนใบ จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดทำลายอยู่ทั่วไป จากนั้น ให้พ่นด้วยสารฆ่าไรชนิดใดชนิดหนึ่ง คือ สารโพรพาร์ไกต์ 30% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเฮกซีไทอะซอกซ์ 2% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอะมิทราซ 20%
ผศ.ดร.ดำรงค์ คงสวัสดิ์ อาจารย์จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สกัดคลอโรฟิลล์จากใบบัวหลวง หวังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ให้แก่ใบบัวในอนาคต คลอโรฟิลล์ สารสีเขียวที่พบในพืชที่มีสีเขียวเป็นส่วนใหญ่และพบมากที่ส่วนของใบนอกจากนี้ยังอาจพบที่ ลำต้น ดอก ผลและรากที่มีสีเขียวนอกจากนี้ยังพบในสาหร่ายทุกชนิดและในแบคทีเรียบางชนิด ในท้องตลาดในปัจจุบันจะพบเห็นคลอโรฟิลล์ทั้งชนิดน้ำและผงออกมาวางขายมากมาย และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพราะเชื่อว่าคลอโรฟิลล์ในพืชที่สกัดออกมาวางขายนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย จากการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า ร่างกายของคนเราสามารถนำเอาสารคลอโรฟิลล์ ไปเป็นสารตั้งต้นในการสร้างเม็ดเลือด เมื่อร่างกายต้องการ โดยเฉพาะในภาวะที่เกิดความบกพร่องในการสร้างเม็ดเลือดแดง เนื่องจากขาดสารอาหารอย่างเช่นในภาวะโลหิตจาง เนื่องจากในปัจจุบันมีการสกัดคลอโรฟิลล์ออกมาจำหน่ายและโฆษณาถึงสรรคุณมากมาย หากแต่บางครั้งผู้ขายก็ไม่ได้ระบุให้ผู้บริโภคได้ทราบแน่ชัดว่า คลอโรฟิลล์ที่สกัดออกมาวางขายในท้องตลาดเป็นคลอโรฟิลล์ที่สกัดจากพืชชนิดใด ทำให้บางครั้งอาจเกิดความคลางแคลงใจและความเชื่อ
