ความปลอดภัยอาหาร
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม SMEs คู่ค้าธุรกิจของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ชู โครงการ Faster Payment ปรับลดเครดิตเทอมภายู่ใน 30 วัน เป็นประโยชน์ต่อเอสเอ็มอี ช่วยรักษากิจการให้อยู่รอดท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 และสร้างความมั่นใจให้เอสเอ็มอีแข็งแกร่งรับมือกับ next normal ได้ ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ซีพีเอฟได้ดำเนินโครงการ Faster Payment เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ปรับลดระยะเวลาเครดิตเทอม หรือการชำระเงินค่าสินค้าและบริการภายใน 30 วัน ให้แก่คู่ค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของซีพีเอฟ ประมาณ 6 พันราย ซึ่งเป็นแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี ช่วยรักษาธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ และเป็นต้นทางที่ช่วยให้กระบวนการผลิตอาหารของซีพีเอฟไม่หยุดชะงัก ท่ามกลางวิกฤต โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง นายนิวัติ ดีงาม กรร
มกอช. เปิดเกมรุกทะลายกำแพงมาตรการกีดกันทางการค้าสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก จากมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชพร้อมเจรจาไต้หวันเร่งเปิดตลาดมังคุดให้ไทย เกาหลีใต้เร่งรัดกระบวนการพิจารณาเปิดตลาดมะม่วงมหาชนก ส่วนรัสเซียเร่งรัดการขึ้นทะเบียนโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำส่งออกของไทยเพิ่มเติม นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Committee on Sanitary and Phytosanitary Measures) ครั้งที่ 74 ที่จัดขึ้น ณ องค์การการค้าโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ได้ใช้โอกาสนี้ร่วมกับประเทศสมาชิก WTO กว่า 20 ประเทศ เรียกร้องให้สหภาพยุโรปจัดทำกฎระเบียบในการจำแนกสารกำจัดศัตรูพืชที่เข้าข่ายสารขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อให้สอดคล้องกับหลักการประเมินความเสี่ยงภายใต้ความตกลงว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการนำมาตรการไปใช้ในการกีดกันทางการค้าโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรวมทั้งไท
มกอช. ร่วมการประชุม CCGP ครั้งที่ 31 เสนอหลักการทั่วไปในการปรับปรุงการทำงานของโคเด็กซ์ และข้อคิดเห็นต่อร่างยุทธศาสตร์ของโคเด็กซ์ ปี 2020-2025 เน้นความปลอดภัยอาหาร ครอบคลุมเกษตรปลอดภัย สอดรับยุทธศาสตร์ชาติของไทย นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุม Codex Committee on General Principles (CCGP) ครั้งที่ 31 ระหว่าง วันที่ 11-15 มีนาคม 2562 ณ เมืองบอร์โด สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาปรับปรุงแนวทางการทำงานโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของคณะกรรมการและคณะทำงานโคเด็กซ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการดำเนินงานเรื่องอาหารปลอมปน โดยยึดหลักการทำงานอย่างโปร่งใส มีส่วนร่วม และเป็นฉันทามติ นางสาวจูอะดี กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) จะร่วมผลักดันมาตรฐานของโคเด็กซ์และสนับสนุนแหล่งทุนสำหรับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อการกำหนดมาตรฐานของโคเด็กซ์ “ทั้งนี้ ประเทศไทยได้มีความเห็นให้โคเด็กซ์ยังคงมีทางเลือกให้กับคณะกรรมการที่จะดำเนินงานในรูปแบบการติดต่อทางจดหมายอิเล็
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกองทัพบก ร่วมพัฒนาความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรมตามมติคณะรัฐมนตรี ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่าง วช. และกองทัพบก พอเพียงเพิ่มพลังชุมชน มั่นคงด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดย พลโทสมศักดิ์ สมรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรมขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 9 พร้อมนี้ นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้กล่าวสนับสนุนกิจกรรม และ พันเอกวิสิษฐ์ ทรัพย์สิน รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 กล่าวต้อนรับ ในกิจกรรมดังกล่าว ในวันพุธที่ 6 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มณฑลทหารบกที่ 35 ค่ายพิชัยดาบหัก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยนำองค์ความรู้ตามความต้องการของพื้นที่ ได้แก่ “เทคโนโลยีการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของพริกแห้งของไทย” ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริก อาทิ พริกแห้งอนามัยและการแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำพริก พร้อมด้วยวิธีการลดสารพิษตกค้างในผัก และการวิเคราะห์ยาฆ่าแมลงตกค้าง
