คสช.
เมื่อวันนที่ 20 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินการจัดอบรมการพัฒนาเกษตรกรผู้นำ ศพก.เครือข่าย ปีงบประมาณ 2562 ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับเกียรติจาก นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดการอบรมฯ และ นายอรุณ เหมือนตา หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ กล่าวรายงาน โดยการดำเนินงานอบรมฯ ในวันนี้ เป็นการดำเนินงานจัดอบรมจากนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยเน้นให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในชุมชน เพื่อให้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรของชุมชนและเป็นที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตร ประกอบด้วย สภาวะปัจจุบัน สถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกรมีปัญหาในเรื่องต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง ปัญหาโรคแมลง พื้นดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีผลผลิตที่ได้มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงประสบกับปัญหาการขาดทุน เกิดหนี้สินและไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงเกษตรและสหกร
วันนี้ (17 มิ.ย.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กทม. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็น ระบุว่า “คสช. เป็นรัฐบาลของใคร และเพื่อใคร!?!” โดยเล่าว่า นายกฯ ช่วยตอบหน่อยว่า ราคา สับปะรด กิโลละ 1 บาท เหตุใดรัฐบาลจึงไม่อ้างอิงราคานำเข้า+ค่าขนส่ง จากต่างประเทศให้เหมือนสูตรอุ้มราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นบ้าง !?! และที่อุ้มราคาเอทานอลผลิตในประเทศ ที่มีราคาสูงกว่าตลาดโลกลิตรละเกือบ 10 บาท อ้างว่าช่วยชาวไร่มันสำปะหลัง และอ้อย สงสัยว่าช่วยใครกันแน่ เอาชาวไร่มาอ้างเพื่อบังตาการช่วยเจ้าของธุรกิจโรงกลั่น และโรงงานน้ำตาลหรือเปล่า? การมารีดเงินคนใช้น้ำมัน ไปอุ้มน้ำมัน อี 85 ลิตรละ 9.35บาท และ อี 20 ลิตรละ 3 บาท อ้างว่าเป็นการช่วยชาวไร่มันสำปะหลัง มีข้อมูลมาเปิดเผยไหมว่า ชาวไร่มันสำปะหลัง ได้รับเงินส่วนต่างจากเอทานอล ลิตรละ 9 บาท หรือไม่? หรือใครได้ไปกันแน่? ทำไม รัฐบาลไม่ช่วยพืชผลทางการเกษตรอื่นบ้าง นอกจาก สับปะรดแล้ว ขณะนี้มะพร้าวราคาตก ชาวสวนมะพร้าวขาดทุน เพราะรัฐบาลปล่อยให้มีการลักลอบนำมะพร้าวจากอินโดนีเซียเข้ามาตัดราคาสินค้าเกษตรของบ้านเรา ยังมียางอีกหล่ะ 3 โล 100 รัฐบาลช่วยไม่ได้ บอกเป็นไปตามราคาตลาดโลก ส
