ค่าครองชีพ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผนึกกำลังร่วมเปิด โครงการ “ข้าวแกง 20 บาท ถูกใจชุมชน” นำร่อง 10 ร้านค้า ในชุมชนเขตบางพลัดและบางกอกน้อย โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ต้องผลิตและจำหน่ายข้าวแกงในราคา 20 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้อิ่มท้อง จากการรับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ในราคาถูก ทั้งนี้ ซีพีเอฟได้สนับสนุนวัตถุดิบคุณภาพและได้มาตรฐาน คือ ไข่ไก่และเนื้อไก่สด นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนร่วมสนับสนุนโครงการดังกล่าว อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เป็นต้น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในฐานะเลขานุการมูลนิธิฯ กล่าวว่า โครงการ “ข้าวแกง 20 บาท ถูกใจชุมชน” เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น โดยนำร่อง 10 ร้านในชุมชนเขตบางพลัดและบางกอกน้อย จึงขอความร่วมมือกับหน่วยงานเอกชน อย่าง ซีพีเอฟ และ ปตท. ในการสนับสนุนร้านค้าในชุมชนให้มีรายได้ ตลอดจ
กรมส่งเสริมการเกษตร เผยยอดเกษตรกรล่าสุดเกือบ 300 ครัวเรือน ผ่านการตรวจสอบและรับรองสิทธิ์เข้ารับความช่วยเหลือกรณีปลูกพืชหลังนาแล้ว ย้ำผู้สนใจยังสมัครได้ถึง 15 สิงหาคม 2562 โดยตรวจสอบเงื่อนไขเวลารับสมัครในแต่ละพื้นที่ นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากรายงานติดตามความก้าวหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 พบเกษตรกรแจ้งขอปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2561/62 กว่า 2 แสนครัวเรือน พื้นที่รวมเกือบ 2 ล้านไร่ โดยผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการระดับตำบลเพื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 3,668 ครัวเรือน พื้นที่รวม 27,907.24 ไร่ ทั้งนี้ กรรมการระดับอำเภอลงนามแล้ว จำนวน 294 ครัวเรือน พื้นที่รวม 2,102.36 ไร่ (ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2562) โดยการสมัครเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็นพื้นที่ต่างๆ ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง ขณะนี้อยู่ในช่วงรับสมัคร ตรวจสอบและรับรองสิทธิ์เกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ จนถึง 31 พฤษภาคม 2562 ส่วนพื้นที่ภาคใต้ สามารถปรับปรุง/ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 15 กรกฎาคม 2562 ซึ่งจะเปิดรับสมัคร ตรวจสอบและรับรองสิทธิ์เกษตรกรที่ประสงค์เข้
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ผลจากรัฐบาลมีการประกาศปรับราคาน้ำมัน รวมถึงแก๊สหุงต้ม ส่งผลกระทบต่อประชาชน รวมถึง ผู้ประกอบการ ร้าน ค้า ร้านอาหาร เนื่องจากมีปัญหาต้องแบกภาระต้นทุนหนัก ขณะที่ยอดจำหน่ายปัจจุบันลดลงอยู่แล้ว เนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชน ลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะร้าค้าจำหน่ายอาหารตามสั่ง ที่มีกำไรต่ำ และต้องแบกต้นทุนสูง ได้รับผลกระทบหนัก เพราะหลังจากราคาน้ำมันปรับตัว รวมถึงแก๊สหุงต้ม ทำให้ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงพืชผัก ต่างๆ ได้รับราคาเพิ่มขึ้น ประมาณ 10 -20 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ร้านอาหารตามสั่งมีการเตรียมปรับราคาอาหาร จากปกติราคาจานละ 30 บาท จะเพิ่มเป็น 35 -40 บาท แล้วแต่ประเภทอาหาร นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ประกอบการร้านจำหน่ายแก๊งหุงต้ม ในพื้นที่ จ.นครพนม เริ่มได้รับผลกระทบ เนื่องจากในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้มต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายลดเท่าตัว เนื่องจากประชาชนได้มีการลดค่าใช้จ่าย หันไปใช้พลังงานความร้อนจากธรรมชาติเตาถ่าน หรือฟืนแทน ลดต้นทุน ด้าน นายสุวิทย์ งานฉมัง อายุ 58 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่งชื่อดังในเขตเทศบาลตำ
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ครัวเรือนไทยทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด มีมุมมองต่อภาวะการครองชีพในช่วงต้นปี 2561 ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่รักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องและกระจายตัวมากขึ้น สะท้อนจากดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือนอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่ในเดือนต.ค. 2560 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 46.4 จากเดิมที่ระดับ 45.7 ในเดือนก.ย. โดยครัวเรือนส่วนใหญ่ทั้งในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรมองว่าจะมีรายได้ที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากในช่วงต้นปีเป็นช่วงที่มีการปรับขึ้นค่าจ้างและเงินเดือนประจำปี รวมถึงการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษที่มีลักษณะเป็นเงินก้อน (เงินโบนัส) ขององค์กรส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ครัวเรือนเกษตรมีความคาดหวังว่าเมื่อผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงเดือนต.ค. ไปแล้ว ปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรน่าจะเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนรายได้ครัวเรือนให้ปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ มองว่าภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วง 2 เดือนสุดท้าย (พ.ย.-ธ.ค.) ของปี 2560 น่าจะได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่กระจายตัวมากขึ้น ประกอบกับได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ทยอยออกมา ไม่ว่าจะเป็น 1.มาตรกา
