จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.ธานินทร์ ผะเอม ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช และสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัย “การส่งเสริมและการพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงแพะพื้นเมืองเพื่อยกระดับรายได้ ของเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยะโก๊ะ ขาเร็มดาเบะแห่ง มหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย จาก วช. ภายใต้โครงการ “การขับเคลื่อนและเสริมสร้างความมั่นคงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่จังหวัดจังหวัดชายแดนใต้” โดยมี รศ.ดร.นันทรัตน์ นามบุรี คณบดีคณะวิทยาการจัดการ ในฐานะหัวหน้าโครงการบริการโครงการชายแดนภาคใต้สู่ความสำเร็จ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมด้วย นางสาวนวรัตน์ เพ็ชรเรือนทอง ปลัดเทศบาลตำบลยุโป รองศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ รัศมีเทพ รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ปฎิบัติหน้าที่ผู้อ
แพะ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่อาศัยในพื้นที่เป็นคนไทยอิสลาม จึงทำให้แพะเป็นที่ต้องการเพราะใช้ประกอบพิธีทางศาสนาและเพื่อการบริโภคในครัวเรือน เนื่องจากแพะเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง สามารถหากินใบไม้ใบหญ้าได้เอง ทั้งยังให้ผลผลิตเนื้อและนม เนื้อแพะเป็นอาหารที่มีโปรตีนที่ย่อยได้ในระดับสูงกว่าเนื้อวัว หมู และไก่ มีไขมันในระดับต่ำกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ นมแพะมีคุณค่าทางอาหารสูง ใกล้เคียงหรือสูงกว่านมโค กระบือ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. เล็งเห็นความสำคัญ และประโยชน์ของการเลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงส่งเสริมและสนับสนุนทุนให้ แผนงานวิจัยและพัฒนาขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะของภาคใต้ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอุตสาหกรรมและชุมชน สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลงพื้นที่ไปสำรวจปัญหาจากเกษตรกร และผู้ประกอบการ เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาด้านแพะ ให้เลี้ยงแพะของภาคใต้กลาย
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การขับเคลื่อนและเสริมสร้างความมั่นคงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” และจัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “ทิศทางการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การขับเคลื่อนและเสริมสร้างความมั่นคงด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” และจัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “ทิศทางการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงโครงการวิจัยเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้และ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงเป้าหมายและวัตถุประส
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์) ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี มอบนโยบายขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กับพนักงานราชการครู กศน.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี การขับเคลื่อนงาน กศน. ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา (อำเภอเทพา จะนะ นาทวี และสะบ้าย้อย) โดยการขับเคลื่อนของหน่วยงานสังกัด กศน. ได้แก่ สำนักงาน กศน.จังหวัด กศน.อำเภอ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนปัตตานี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา นราธิวาส และปัตตานี โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมจัดและขับเคลื่อนกิจกรรม แบบบูรณาการพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มีบริบทที่แตกต่างจากพื้นที่ในภูมิภาคอื่น การบริหารจัดการศึกษา จึงมีลักษณะพิเศษที่มีความแตกต่างกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อคนทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาประชาชนบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง การจัดการศึกษาต
คุณลุงเจตน์ และคุณป้าปัทมาลักษณ์ จิตรธรรม สองสามีภรรยา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จากอดีตประกอบอาชีพอื่น และมองเห็นว่าอาชีพเกษตร สามารถทำให้เลี้ยงตัวเองได้ จึงกลับมาบ้าน เริ่มต้นทำเกษตรกร เมื่อปี 2550 แบบค่อยเป็นค่อยไป บนพื้นที่ 16 ไร่ แบ่งเป็น ปาล์มน้ำมัน ข้าว มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียนหมอนทอง พริกไทยดำ นอกจากนี้ยังเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ไข่ ไก่เบตง ไก่บ้าน เป็ดเทศ และเลี้ยงปลา อีกด้วย อาศัยความรู้เวลาเจ้าหน้าที่เกษตรมาอบรม ก็ได้นำผลผลิตบางส่วนแปรรูป เพิ่มมูลค่า คิดสูตรน้ำพริก รวมถึงทำปลาส้ม ปลาแดดเดียวไว้จำหน่าย สร้างรายได้ ตลอดปี ลุงเจตน์ เล่าให้ฟังว่า “ก่อนอื่นต้องศึกษาตลาด ทำอย่างไรคนในหมู่บ้านจะซื้อสินค้าเรา และมีอะไรบ้างที่เรากิน เราก็ปลูกอันนั้น ลดรายจ่าย ที่สำคัญต้องทำบัญชีจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำเราได้กำไร หรือเราขาดทุน ถ้าขาดทุน เราก็เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่นที่มันได้กำไร แนวคิดง่ายๆ แต่ทำได้จริง” ลุงเจตน์การันตี จากความสำเร็จที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ไม่มีหนี้สิน ซึ่งในระยะเวลา 2 ปี สามารถสร้างรายได้กว่า 3 แสนบาท และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดช
นายการันต์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่ดูงานโครงการส่งเสริมการปลูกทุเรียนคุณภาพพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับคณะสื่อมวลชนจากชมรมสื่อบ้านนอก ที่ตำบลโคกสะตอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาผลไม้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำลังออกสู่ท้องตลาดอยู่ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนมังคุดในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ เนื่องจากราคามังคุดในพื้นที่ปัจจุบัน เหลือเพียงกิโลกรัมละ 10 ถึง 15 บาท เท่านั้น ทำให้เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก นางนิภา สุมังคะเล อายุ 62 ปี เกษตรกรชาวสวนในพื้นที่ ม.1 ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา ก็เปิดเผยว่า ปีนี้ได้ขายผลผลิตมังคุดในช่วงแรกของฤดูราคาค่อนข้างดี ที่กิโลกรัมละ 40 บาท แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ ราคาก็ลดต่ำลง เหลือกิโลกรัมละ 18 บาท และล่าสุดเหลือเพียง 10-15 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมาก เพราะระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ราคาของมังคุดก็ร่วงต่ำลง จนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวน ที่ไม่คุ้มทุน จากการเฝ้ารอผลผลิต ที่จะต้องดูแลใส่ปุ๋ย บำรุงรักษา หวังจะได้ขายผลผลิตในราคาที่พอเหมาะพอควร “ขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้จากในพื้นที่ และมีผลผลิตตามฤดูกาลออกสู่ท้องตลาดหลังจากที่ผลไม้จากภาคอื่นๆ ได้ถูกส่งขายในท้องตลาดก่อนหน้านี้หลายเดือน ทำให้ราคาผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มังคุด หรือเงาะ ก็มีราคา
