จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดนครสวรรค์ ขานรับนโยบายรัฐบาล จัดยิ่งใหญ่งาน “มหกรรมอาหารและข้าวจังหวัดนครสวรรค์” Nakhonsawan Food & Rice Expo 2026 ชูยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภาคเหนือตอนล่าง เชื่อมโยงภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นและข้าวพันธุ์ดีสู่นวัตกรรมการค้าโลก คาดการณ์กระตุ้นเศรษฐกิจในงานและสร้างมูลค่าการค้าไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท นายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์เปิดเผยว่า ตามแผนพัฒนาจังหวัดนครสวรรค์ (พ.ศ. 2566-2570) ที่มุ่งเป้ายกระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ให้เติบโตขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี จังหวัดได้กำหนดให้ “อาหารและข้าว” เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 นี้ จังหวัดมุ่งเน้นการขยายฐานตลาดจากเดิมที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำ สู่การเป็นผู้ผลิตอาหารแปรรูปมูลค่าสูงและศูนย์กลางการกระจายสินค้า (Logistics Hub) ตามหมุดหมายการพลิกโฉมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสร้างมูลค่า “เรามีเป้าหมายผลักดันให้สินค้าเกษตรของนครสวรรค์เข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในเอเชียและยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างรายได้จากซอฟต์พาวเวอร์อาหารท
จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดพิธีลงนาม “พิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดำเนินโครงการความร่วมมือพัฒนาด้านเกษตรและโครงการพัฒนาชุมชนจังหวัดนครสวรรค์” เตรียมผลักดัน 3 โครงการ ตั้งเป้านำความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลการเกษตร และนวัตกรรมการเกษตร ผสานกับองค์ความรู้การเพาะปลูกพืชสมัยใหม่ของสยามคูโบต้าเข้ามาบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน มุ่งพัฒนาการบริหารจัดการภาคการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรในจังหวัดนครสวรรค์ นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า จากข้อมูลของจังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่ทางการเกษตร จำนวน 4,700,565 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 78.36 ของพื้นที่จังหวัด และจากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2562 พบว่า จังหวัดนครสวรรค์มีผลิตภัณฑ์มวลรวม 117,685 ล้านบาท เป็นรายได้จากภาคเกษตรกรรมเพียง 35,991 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30.56 จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดนครสวรรค์จะต้องทำการปฏิวัติการทำการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยปรับเปลี่ยนการทำนามาปลูกพืชไร่ทดแทน มีการจัดทำระบบโซนนิ่งพื้นที่
พื้นที่ขนาดใหญ่กว่าแสนไร่ของบึงบอระเพ็ด ทำให้ได้รับการจัดอันดับเป็น “บึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.7) ได้มีการริเริ่มพัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการอนุรักษ์ชีวิตธรรมชาติให้ยังคงความอุดมสมบูรณ์สู่ลูกหลานชาวปากน้ำโพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาในบึงบอระเพ็ดที่มีอยู่ถึงประมาณเกือบ 80 สายพันธุ์ในปัจจุบัน อาจารย์ แพทย์หญิงมนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ร่วมสืบสานมรดกอันล้ำค่าเคียงบ่าเคียงไหล่ชาวชุมชนนครสวรรค์ ทำให้โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลบึงบอระเพ็ด” ขึ้นเพื่อรวบรวมงานวิจัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจำนวนรวมกว่า 200 ชิ้น เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการพัฒนาพื้นที่บนฐานข้อมูลทางวิชาการ และได้ร่วมกับแกนนำชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เสนอ “แผนพัฒนาบึงบอระเพ็ด” ต่อ “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” ในช่วงปีพ.ศ.2558 ทำให้สามารถผลักดันสู่การได้มาของแผน 10 ปี เพื่อการพัฒนาและฟื้นฟูบึ
พลิกวงการน้ำปลาร้าไทย เปิดตัว “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช ปันสุข” ดีเดย์ 17 ม.ค.65 ขายน้ำปลาร้าขวดละ 19 บาท พร้อมจัดแคมเปญแจกทุนทำมาหากิน 50 ร้านค้าๆ ละ 20,000 บาท ช่วยพ่อค้าแม่ค้าฝ่าวิกฤติโควิด-19 วันที่ 17 มกราคม 2565 นางไพลิน โตอิ้ม เจ้าของธุรกิจน้ำปลาร้าจ่าวิรัช แม่ไพลิน เป็นประธานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช ปันสุข” น้ำปลาร้าที่ไม่หวังกำไรเพื่อช่วยเหลือลูกค้า ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับเปิดตัวแคมเปญแจกทุนทำมาหากินให้กับร้านค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ณ ห้องประชุมจ่าวิรัช Out Let ตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ นางไพลิน โตอิ้ม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงการทำมาหากินของพ่อค้าแม่ค้า ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ทำมาหากินลำบากรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เราในฐานะที่เป็นแม่ค้าคนหนึ่ง เข้าใจถึงความทุกข์ยากเป็นอย่างดี เพราะเคยจนมาก่อนต้องหาบปลาร้าไปเร่ขายตามที่ต่างๆ กว่าจะมาถึงวันนี้ที่มีธุรกิจโรงงานน้ำปลาร้าเป็นของตัวเอง
พูดถึงมะระ เดิมคุ้นเคยกันดีคือมะระพันธุ์พื้นเมือง ที่เรียกกันว่ามะระพันธุ์ไทยหรือมะระขี้นก ต่อมามีปลูกมะระผลขนาดใหญ่ ที่เรียกว่ามะระจีน ทำให้มะระไทยลดน้อยถอยลง หลังๆ เมื่อพูดถึงมะระ เป็นที่เข้าใจกันว่า คือมะระจีนนั่นเอง ตลาดริมปิง ตั้งอยู่เลขที่ 117/1 หมู่ที่ 12 ถนนนครสวรรค์-พิษณุโลก ตำบลบางม่วง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ที่นี่เป็นแหล่งรวมสินค้าทางการเกษตรหลายชนิด ทั้งนี้ เป็นเพราะภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำสายใหญ่มาบรรจบกัน จนเรียกกันว่าเมืองสี่แคว ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ ที่ตลาดริมปิง เป็นแหล่งรวมพืชที่มีรสขม แต่ผู้คนก็ชอบกินกัน นั่นก็คือมะระ คุยกับร้าน ต.ไพศาลการเกษตร ริมปิง ศูนย์กลางการรับซื้อ-ขายผลผลิตมะระ ร้าน ต.ไพศาลการเกษตร เป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ที่ตั้งอยู่ตลาดริมปิง เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี คุณน้อง ศศิวรรณ คุ้มกัน ร้าน ต.ไพศาลการเกษตร เล่าว่า ปัจจัยการผลิตที่ทางร้านจำหน่ายอยู่นั้นมีหลายกลุ่มด้วยกัน สำหรับเมล็ดพันธุ์มะระปีหนึ่งจำหน่ายออกไปคิดเป็นพื้นที่ปลูกไม่น้อย เกษตรกรที่มาซื้อส่วนหนึ่งเป็นเกษตรกรในท้องถิ่น แต่ที่อยู่
