จังหวัดพิจิตร
จังหวัดพิจิตร เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ มีพื้นที่การทำนาประมาณ 1,812,121 ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากมีแหล่งน้ำทางธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีน้ำใช้เพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี สามารถทำนาปรังได้ปีละ 3 ครั้ง โดยแหล่งปลูกข้าวสำคัญอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองพิจิตร บางมูลนาก โพทะเล สามง่าม ตะพานหิน จังหวัดพิจิตรสนับสนุนให้ชาวนาปลูกพันธุ์ข้าวที่ตลาดต้องการและให้ผลตอบแทนสูง ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวชัยนาท 1 และข้าวสุพรรณบุรี 60 แต่กลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่เพาะปลูกโดยอาศัยน้ำฝน สามารถทำนาปลูกข้าวปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มเพาะปลูกระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เก็บเกี่ยวข้าว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หลังเสร็จสิ้นฤดูทำนาเกษตรกรมักออกไปรับจ้างทั่วไป รวมทั้งกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ที่ตนเองเป็นสมาชิกและกู้หนี้นอกระบบเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเป็นทุนหมุนเวียนทางการเกษตร แต่เกษตรกรมีรายได้ไม่พอใช้หนี้ ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์เพราะมีหนี้ค้างชำระของสมาชิกจำนวนมาก ขับเคลื่อนโมเดล “ตลาดนำการผลิต” กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตร
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ขับเคลื่อนงานตามนโยบาย ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ โดยมีหลักการดำเนินงาน 4 ด้าน คือ ด้านข้อมูล ด้านแพลตฟอร์มกลาง ด้านการกำหนดคุณภาพมาตรฐาน และตรวจสอบย้อนกลับ และด้านการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้สามารถบริหารจัดการสินค้าเกษตรได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการตลาดควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเหมาะสม มีให้ได้คุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก สำหรับการกระจายผลผลิตเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ คาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้า และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น พาณิชย์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการผลผลิตร่วมกัน ด้าน นายสามารถ เดชบุญ เกษตรจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จากการคาด
หากใครสนใจทำสวนลำไยขนาดใหญ่ หรือมีต้นจำนวนมาก ทาง “สวนคุณลี” จังหวัดพิจิตร ขอแนะนำว่า การราดสารฯ ควรผสมสารในถังน้ำขนาดใหญ่แล้วฉีดพ่นลงดินรอบทรงพุ่ม ซึ่งสามารถทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างการใช้สาร จะใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต จำนวน 50 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร ซึ่งจะไม่ได้ใช้วิธีคำนวณว่าลำไยต้นนี้ทรงพุ่มกี่เมตรจะต้องใช้สารกี่กรัม เนื่องด้วยจำนวนต้นลำไยมีมาก จะทำให้การทำงานช้า ยุ่งยาก และอาจเกิดความผิดพลาดได้หากแรงงานไม่มีประสบการณ์ จึงใช้สารอัตราเดียว แต่การราดสารจะใช้วิธีการฉีดลงดินด้วยเครื่องฉีดพ่นยา วิธีการจะฉีดพ่นในบริเวณรอบทรงพุ่มลำไย (ชายทรงพุ่ม) เดินฉีดเป็นวงกลม ให้วงกลมมีหน้ากว้างสัก 1 เมตร เพราะบริเวณชายพุ่มจะเป็นบริเวณที่มีรากฝอยเป็นจำนวนมาก ทำให้ตอบสนองสารโพแทสเซียมคลอเรตได้เป็นอย่างดี ส่วนปริมาณสารที่ต้นลำไยแต่ละต้นจะได้รับนั้น ขนาดของรัศมีทรงพุ่มจะเป็นตัวกำหนดเองโดยอัตโนมัติ วิธีการราดสารแบบน้ำจึงทำให้เกษตรกรทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น แต่ข้อดีของการราดสารแบบนี้คือ จะทำให้ต้นลำไยไม่โทรม หลังการราดสารให้กับต้น “ลำไยบ้านโฮ่ง 60” เรื่องของการให้น้ำแก่ต้นลำไย ควรรั
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เคียงข้างคนไทยในวิกฤตโควิด-19 ต่อเนื่อง เดินสายส่งมอบอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานคุณภาพปลอดภัย ในโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” เพื่อลดภาระการจัดเตรียมอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเป็นกำลังใจและแทนคำขอบคุณในการปฎิบัติหน้าที่ของทีมแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จังหวัดพิจิตร และ โรงพยาบาลบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายแพทย์เกรียงศักดิ์ ธนอัศวนนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย อำเภอเด่นชัย จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขอบคุณภาคเอกชนอย่าง ซีพีเอฟ ที่นำอาหารพร้อมทานมามอบแก่แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง ตลอดจนผู้พิการที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ที่ร่วมกันปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยอาหารเหล่านี้ช่วยแบ่งเบาภาระและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องสู้กับการระบาดระลอกนี้ได้เป็นอย่างดี นายภัทรพล หิริรักษ์วัฒนกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ ที่นำชาวซีพีเอฟจิตอาสาร่วมกันส่งมอบกำลังใจผ่านเมนูอาหารอันหลาก
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จับมือหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าขับเคลื่อนโมเดล “ตลาดนำการผลิต”ของ “จุรินทร์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เห็นผลโดยเร็วในปี 2564 โดยได้บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ (กระทรวงพาณิชย์.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และภาคเอกชน (ผู้ส่งออก บริษัทค้าปลีก ค้าส่งของไทย) ลงพื้นที่พบปะสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร เร่งติดอาวุธสินค้าเกษตรไทยด้วยการพัฒนาให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน พร้อมหาตลาดกระจายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำร่องกับมะม่วง ส้มโอ และพริกซอส ในจังหวัดพิจิตร แนะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพิ่มแต้มต่อทางการค้าขยายการส่งออก หวังสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร และหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ สถาบันส่งเสริมคุณภาพเกษตรไทย (สถาบัน Thai GAP) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย บริษัทเซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จำกัด
นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมการส่งเสริมการปลูกพริกซอสส่งโรงงานอุตสาหกรรมโครงการส่งเสริมการปลูกพริกซอสเพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ สหกรณ์ชาวนาวังทรายพูน จำกัด ณ แปลงปลูกพริกซอสของนายณรงค์ ทับทวี หมู่ที่ 4 ตำบลสากเหล็ก อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร เป็นการส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีทางเลือกในการประกอบอาชีพและลดปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้งโดยการส่งเสริมการปลูกพืชการใช้น้ำน้อย ซึ่งจังหวัดพิจิตร มีสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 4 แห่ง มีสมาชิกที่ปลูกพริกซอส 100 ราย ในพื้นที่ 188 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 4,500 กิโลกรัม/ไร่ ปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ จำนวน 846 ตัน มูลค่ามากกว่า 11 ล้านบาท
ลำน้ำยม เป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีความยาวทั้งสิ้น 735 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ลำน้ำยม มีต้นน้ำเริ่มจากอำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ไหลผ่านท้องที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดแพร่ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและลาดท้องน้ำค่อนข้างชันแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพื้นที่ราบเมื่อเข้าเขตจังหวัดสุโขทัย ก่อนที่จะไหลผ่านไปยังจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร บรรจบกับลำน้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แต่ละปีที่ผ่านมา ลุ่มน้ำยมประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารในลุ่มน้ำยมถูกบุกรุกทำลายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพทางกายภาพภายในลำน้ำยมที่แตกต่างกัน แม่น้ำยมตอนบนมีขนาดลำน้ำกว้างใหญ่ แต่ไม่มีเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ช่วยชะลอปริมาณน้ำหลาก เหมือนกับลุ่มน้ำสายอื่นๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเกิดฝนตกหนักในลุ่มน้ำยมตอนบน ปริมาณน้ำท่าจึงไหลมาตามลำน้ำยมอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ตั้งแต่จังหวัดแพร่ลงไป แม่น้ำยมตอนล่างมีขนาดลำน้ำเล็กลง เมื่อไหลเข้าสู่พื้นที่ราบในจังหวัดสุโขท
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)ร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม กอ.รมน.และ วช.ร่วมจัดกิจกรรม Kick-off เปิดตัว “โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน โดยการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 มีนาคม 2563 ณ ศาลาการเปรียญ วัดมาบแฟบ ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรให้เกียรติกล่าวต้อนรับ โดยศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม Kick-off ครั้งที่ 2 ร่วมกับ พลตรีก
สวนคุณลี อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ปลูกมะเดื่อฝรั่ง หรือต้นฟิกส์ (FIGS) มานานกว่า 15 ปี ได้รวบรวมและศึกษาสายพันธุ์มะเดื่อฝรั่ง มาเกือบ 20 สายพันธุ์ และได้คัดเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็ว ดก ผลใหญ่ และมีรสชาติหวาน ทนต่อสภาพแวดล้อมในบ้านเราได้ดี คืออากาศร้อน ซึ่งสายพันธุ์หลักที่ปลูกมากในเชิงการค้าเพื่อผลิตผลมะเดื่อสดจำหน่าย คือ พันธุ์ญี่ปุ่น พันธุ์บราวน์ตุรกี พันธุ์ออสเตรเลีย พันธุ์โคนาเดีย เป็นสายพันธุ์หลักของสวน เนื่องจากเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อน สามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีรสชาติอร่อยเฉพาะตัวทั้งสิ้น และได้ขยายพื้นที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ ให้ผลผลิตจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 150-300 บาท รวมทั้งสามารถนำมาอบแห้งได้มะเดื่อฝรั่งอบแห้งที่มีคุณภาพดีไม่แพ้ต่างประเทศ เมื่อได้ศึกษาจากการปลูกมะเดื่อฝรั่งอย่างจริงจังมาเกือบ 15 ปี พบว่า เป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่น่าปลูก เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ให้ผลผลิตเร็ว หลังปลูกเพียง 6 เดือนขึ้นไป ก็สามารถติดผลให้ผลผลิตได้แล้ว สามารถให้ผลผลิตได้ทั้งปี ปลูกได้ทั้งแบบสภาพสวน (แต่จะไม่สามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตได้ในช่วงหน้าฝน เช่น ปัญหาโรคเชื้อราทำให้ผลมะเดื่
พูดถึงมะระ เดิมคุ้นเคยกันดีคือมะระพันธุ์พื้นเมือง ที่เรียกกันว่ามะระพันธุ์ไทยหรือมะระขี้นก ต่อมามีปลูกมะระผลขนาดใหญ่ ที่เรียกว่ามะระจีน ทำให้มะระไทยลดน้อยถอยลง หลังๆ เมื่อพูดถึงมะระ เป็นที่เข้าใจกันว่า คือมะระจีนนั่นเอง ตลาดริมปิง ตั้งอยู่เลขที่ 117/1 หมู่ที่ 12 ถนนนครสวรรค์-พิษณุโลก ตำบลบางม่วง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ที่นี่เป็นแหล่งรวมสินค้าทางการเกษตรหลายชนิด ทั้งนี้ เป็นเพราะภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำสายใหญ่มาบรรจบกัน จนเรียกกันว่าเมืองสี่แคว ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ ที่ตลาดริมปิง เป็นแหล่งรวมพืชที่มีรสขม แต่ผู้คนก็ชอบกินกัน นั่นก็คือมะระ คุยกับร้าน ต.ไพศาลการเกษตร ริมปิง ศูนย์กลางการรับซื้อ-ขายผลผลิตมะระ ร้าน ต.ไพศาลการเกษตร เป็นร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ที่ตั้งอยู่ตลาดริมปิง เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี คุณน้อง ศศิวรรณ คุ้มกัน ร้าน ต.ไพศาลการเกษตร เล่าว่า ปัจจัยการผลิตที่ทางร้านจำหน่ายอยู่นั้นมีหลายกลุ่มด้วยกัน สำหรับเมล็ดพันธุ์มะระปีหนึ่งจำหน่ายออกไปคิดเป็นพื้นที่ปลูกไม่น้อย เกษตรกรที่มาซื้อส่วนหนึ่งเป็นเกษตรกรในท้องถิ่น แต่ที่อยู่
