จังหวัดสิงห์บุรี
โรงเรียนขยายโอกาสที่จัดได้ว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ไม่ใช่ของตนเอง ยังคงเหลืออยู่หลายแห่งในประเทศไทย โรงเรียนวัดท่าอิฐ ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ก็เป็นอีกโรงเรียนหนึ่ง ที่จัดอยู่ในรูปแบบนั้น ดร. นุชนารถ ยิ้มจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่าอิฐ ให้ข้อมูลว่า โรงเรียนแห่งนี้ เสมือนโรงเรียนในอดีตที่รวมวัด บ้าน และโรงเรียนไว้ด้วยกัน เพราะโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัด อยู่บริเวณวัด วัดแบ่งพื้นที่ให้โรงเรียนใช้สอย ประมาณ 2 ไร่เศษ ทั้งหมดเป็นที่ตั้งของอาคารเรียน 3 หลัง สนาม และพื้นที่ใช้สอยอื่น เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งหมด 140 คน ครูผู้สอน 14 คน “เพราะเด็กเราเยอะ และพื้นฐานของเด็กที่เรียนที่นี่ฐานะยากจน และกว่าครึ่งไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มีเพียงปู่ย่าตายายเป็นผู้ปกครอง การดูแลเด็กต้องมีความละเอียดและเข้าถึงเด็กให้มากกว่าแค่การมาเรียนที่โรงเรียนแล้วกลับบ้าน” ดร. นุชนารถ บอกด้วยว่า การมองเพียงแค่มาเรียนหนังสือแล้วนำวิชาการติดตัวกลับไปนั้น ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเพิ่มวิชาชีพที่มองว่า อนาคตจะสามารถช่วยให้เด็กมีท
ดอกกันจอง หรือ ตาลปัตรฤๅษี เป็นพืชผักพื้นบ้านที่เจริญงอกงามได้ดีในท้องนา จึงมักเก็บมาเป็นอาหารในครัวเรือนหรือขายเป็นรายได้ เป็นอีกหนึ่งพืชผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลาย เป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตไว ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ ให้ผลตอบแทนคุ้มทุน เกษตรกรในพื้นที่บ้านบางชัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนามาปลูกดอกกันจองในเชิงการค้า สร้างรายได้กว่าเดือนละหมื่นบาท ดอกกันจองเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น เป็นหนึ่งอาชีพทางเลือกที่น่าสนใจ ช่วยเสริมสร้างรายได้สู่วิถีชีวิตที่มั่นคง จึงนำเรื่อง ดอกกันจอง…พืชผักพื้นบ้าน ผักปลอดภัย ปลูกขายรายได้ดี มาบอกเล่าสู่กัน ป้าประภารัตน์ บุญเลิศ เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกดอกกันจอง พืชผักพื้นบ้าน เธอมีอาชีพหลักคือ ทำนา 29 ไร่ ปีละ 2 ครั้ง ปลูกข้าวพันธุ์ กข 31 และ ข้าวพันธุ์ กข 47 แต่การทำนาต้องใช้น้ำปริมาณมาก รายได้ไม่มั่นคง เธอจึงมองหาอาชีพเสริม พบว่า ดอกกันจองเจริญเติบโตพร้อมกับต้นข้าวในท้องนาที่เก็บมาเป็นอาหารเครื่องเคียงกินกับน้ำพริกในครัวเรือนบ่อยๆ ประกอบกับพ่อค้าคนกลางที่เข้ามาซื้อผลผลิตทางการเกษตรในชุมชนได้แจ้ง
เกษตรกรวัย 35 ชาวจังหวัดสิงห์บุรี ผันตัวจากพนักงานโรงงานสู่อาชีพเกษตรกร โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ทำเกษตรผสมผสาน และปลูกฝรั่งปลอดสารพิษ พร้อมนำข้อมูลทางบัญชีมาคิดวิเคราะห์และช่วยในการวางแผนการผลิต จนประสบความสำเร็จ ผลผลิตขายดีเป็นที่ต้องการของตลาดและยังสามารถกำหนดราคาได้เอง นายชยุตม์ โตสำราญ ครูบัญชีอาสาจากจังหวัดสิงห์บุรี และเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม ระดับจังหวัด ประจำปี 2563 เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะมาทำการเกษตรผสมผสาน เคยทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ประมาณ 5-6 ปี จึงลาออกมา เพราะมองว่าการเป็นลูกจ้างก็เพียงทำงานให้เจ้าของกิจการรวย แต่เราเองมีเงินเดือนเท่าเดิม แค่พออยู่พอกินเท่านั้น ไม่มีเงินเก็บเงินออม อีกทั้งต้องการกลับมาดูแลแม่ที่สุขภาพไม่ดี จึงตัดสินใจกลับบ้านและเลือกที่จะเป็นนายของตัวเอง ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน โดยน้อมนำแนวทางที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ซึ่งเมื่อค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบยั่งยืน ทำให้ได้หลักการที่ว่า หากทำการเกษตรแบบพืชผสมผสาน ปลูกทั้งพืชอายุสั้นและพืชอายุยืนผสมผสานสลับกัน ก็จะมีผลผลิตบริโภคแ
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสินค้าทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี พบว่า ปัจจุบัน เกษตรกรที่ทำนาและประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าวเป็นการปลูกผักปลอดสารพิษ และบริหารจัดการน้ำอย่างประหยัด ทำให้ลดต้นทุนการผลิต สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากตัวอย่างของ นางเชิงเชาว์ เพ็ชรักษ์ เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) นับเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่างที่มีความมุ่งมั่นทำเกษตรปลอดสารพิษจนประสบผลสำเร็จได้รับมาตรฐาน GAP และพัฒนาที่พักอาศัยของตนเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ต.พักทัน ศูนย์ข้าวชุมชนต้นกล้าพักทัน วิสาหกิจชุมชนต้นกล้าพักทัน และแปลงใหญ่ข้าวตำบลพักทัน เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ ยังมีการรวมกลุ่มเกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 50 ครัวเรือน จากการลงพื้นที่ของ สศก. โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 จังหวัดชัยนาท (สศท.7) โดยสัมภาษณ์ นางเชิงเชาว์ เพ็ชรักษ์ เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ตำบลพักทัน อำเภอบางร
นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานแสดงผลงาน “การจัดการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต กศน.สิงห์บุรี ประจำปี 2560” ร่วมกับนายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และนายสันติ ต่วนชะเอม ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสิงห์บุรี ว่า การจัดงานครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าจังหวัดสิงห์บุรีให้ความสำคัญกับการจัด และส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่ส่งผลกระทบไปสู่การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะให้ทุกภาคส่วนได้ทราบถึงผลการดำเนินงานของสำนักงาน กศน.และสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง เพื่อสนับสนุน เชิญชวนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและตรงตามความต้องการของประชาชนมากที่สุด เลขาธิการ กศน.กล่าวต่อว่า การมอบเกียรติบัตรแก่ครูผู้ปฏิบัติงานดีเด่นของสำนักงาน กศน.สิงห์บุรี ประจำปี ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากร ภาคีเครือข่าย ที่มีส่วนส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยสู่การเรียนรู้ต
