จ.สุราษฎร์ธานี
กรมส่งเสริมการเกษตร หนุนศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านอารักขาพืชและจัดการศัตรูพืชครบวงจร การันตีผลงานด้วยรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด และระดับเขต นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงบทบาทของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการอารักขาพืชและช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรจากศัตรูพืชว่า บทบาทและหน้าที่หลักของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน คือเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเกษตรกรและชุมชนให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่สำรวจ ติดตาม และประชาสัมพันธ์เตือนการระบาดของศัตรูพืชให้แก่ชุมชน และให้เกษตรกรสามารถผลิตสารชีวภัณฑ์ และศัตรูธรรมชาติใช้ควบคุมศัตรูพืชได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันสมาชิกของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลตะกุกใต้ มีจำนวน 40 ราย โดยมีนายธีระวัฒน์ สงเกื้อ เป็นประธานศูนย์ฯ มีการผลิตสารชีวภัณฑ์ต่าง ๆ หมุนเวียนไปตามฤดูกาล ได้แก่ เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อบิวเวอเรีย เชื้อราเมธาไรเซียม และเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี ส่วนแมลงศัตรูธรรมชาติ จะ
นายนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลสำเร็จการดำเนินงานของ วิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้บ้านห้วยทราย หมู่ที่ 3 ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกลุ่มต้นแบบในการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ และบริหารจัดการกลุ่มอย่างเป็นระบบ ดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด “อยู่ดี มีสุข ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และมีเงินออม” โดยในปี 2564 ได้รับรางวัลชมเชยการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ จากคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้บ้านห้วยทราย บริหารจัดการกลุ่มในรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด มีเกษตรกรสมาชิก รวม 226 ราย เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยมี นายกิตติศักดิ์ นาคกุล เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบัน ทางกลุ่มมีกิจกรรมด้านการเกษตรและอื่นๆ ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวน 11 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โรงสีชุมชน โรงน้ำดื่มชุมชน กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กลุ่มเลี้ยงผึ้ง กลุ่มเพาะเห็ด กลุ่มน้ำยางส
นางพัชรารัตน์ ลิ้มศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภาพรวมของสถานการณ์การผลิตลองกองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2564 (ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2564) พบว่า มีผลผลิตรวม 4,842 ตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 5,096 ตัน (ลดลง 254 ตัน หรือร้อยละ 5) เนื่องจากฝนมาเร็วทำให้ช่วงระยะเวลาแล้งไม่เพียงพอให้ลองกองออกดอกได้เต็มที่ ซึ่งขณะนี้ผลผลิตได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 โดยจะออกมากที่สุดในเดือนกันยายน และออกต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม 2564 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งผลิตลองกองที่สำคัญของภาคใต้ตอนบน เกษตรกรมีการปลูกแบบรายเดียวและรวมกลุ่มผลิต ผลผลิตมีการส่งจำหน่ายไปยังตลาดสำคัญในประเทศ และส่งออกตลาดต่างประเทศ ซึ่ง สศท.8 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและตลาดของ “กลุ่มแปลงใหญ่ลองกองอำเภอบ้านตาขุน” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ลองกองเพียงกลุ่มเดียวในภาคใต้ตอนบน สามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มกว่า 2.3 ล้านบาท/ปี รวมถึ
